วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อดีตจนท.ขอนแก่น แฉกลโกงคนจน พอไม่ร่วมมือเลยถูกเลิกจ้าง

อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นที่ถูก เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ออกมาแฉต้นเหตุถูกให้ออกจากงาน เพราะ ไม่ยอมช่วยปลอมลายมือชื่องาบเงินช่วยคนยากไร้จนต้องฟ้องศาลปกครองเรียกร้องความเป็นธรรม ด้าน ผอ.ป.ป.ท.เขต 5 เผยผลสอบพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯเชียงใหม่เอี่ยวทุจริตเงินคนจน 5 ราย หลังสุ่มตรวจ 4 อำเภอพบส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงิน ล่าสุดส่งทีมลุยตรวจ 4 อำเภอ จ.น่าน อยู่ระหว่างสรุปผลส่งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิด

ยังคงเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ตรวจสอบขบวนการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นก่อนลามไปยังศูนย์อื่นๆอีกหลายจังหวัดทั้งเชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี และตราด กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีคำสั่งย้ายนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และนายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม.ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความเป็นธรรม ล่าสุดอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ระบุผลสอบ ผอ. ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นและเจ้าหน้าที่อีก 1 คนมีความผิดอาญามีโทษถึงขั้นไล่ออก

ต่อมาเวลา 12.00 น. วันที่ 24 ก.พ. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. (บอร์ด ป.ป.ท.) ในฐานะโฆษกบอร์ด ป.ป.ท. เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ตรวจสอบพบการทุจริตมีมูลเพียงพอแก่การไต่สวนความจริง บอร์ด ป.ป.ท.จึงอนุมัติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อพิจารณาชี้มูลความผิดตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ทำหน้าที่เหมือนพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆมาส่งให้บอร์ด ป.ป.ท.ชี้มูลความผิดแก่ข้าราชการที่มีหลักฐานว่าทุจริต เมื่อพิจารณาชี้มูลความผิดแล้วจะดำเนินการคดีทางอาญาข้อหาปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 และเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ตามมาตรา 147 ส่งฟ้องอัยการเพื่อให้ศาลตัดสิน

โฆษกบอร์ด ป.ป.ท. กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันจะส่งผลแจ้งความผิดวินัยร้ายแรงไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่โดยตามกฎหมายกำหนดว่า หน่วยงานนั้นจะต้องปฏิบัติตาม คือพิจารณาให้ออกหรือไล่ออกเท่านั้น อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีการชี้มูลความผิดรายใด ยังเป็นเพียงขั้นตอนไต่สวนจากเอกสารและพยานต่างๆ จึงยังไม่มีการกล่าวหาว่าผู้ใดผิด นอกจากนี้หากประชาชนคนใดสงสัยว่าตนเองอาจจะถูกปลอมลายเซ็นหรือถูกเบียดบังจ่ายเงินให้ไม่เต็มตามจำนวนที่ควรได้รับจริงสามารถจะส่งข้อมูลมาให้ ป.ป.ท. ได้

บ่ายวันเดียวกัน น.ส.ณัฐกานต์ หรือน้องเกมส์ หมื่นพล อายุ 26 ปี อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และถูกเลิกจ้างโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 และได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองขอนแก่นเพราะถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวศาลปกครองขอนแก่น ประทับรับฟ้องแล้วและวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลนัดไต่สวนยกเลิกค่าธรรมเนียมศาล ขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนของการไต่สวนแล้ว เรื่องการถูกเลิกจ้าง หากเลิกจ้างเพราะหมดสัญญาจ้างก็จะไม่มีปัญหาใดๆ แต่การบอกเลิกจ้างและให้ออกจากงานครั้งนี้ เป็นการบอกต่อและแจ้งทางโทรศัพท์เท่านั้น ตนสอบเข้าทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการเดือน ต.ค.2558 มีการปรับตำแหน่งให้เป็นเจ้าหน้าที่ช่วยสนับสนุนพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยได้รับมอบหมายทำงาน เอกสารเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยโรคเอดส์ กระทั่งถึงเดือนตุลาคม 2560 ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ศูนย์ว่าไม่จ้างงานต่อแล้ว

“เรื่องที่ถูกเลิกจ้างน่าจะเกี่ยวพันเรื่องเดียวกันกับที่นิสิตฝึกงานร้องเรียน ผอ.ศูนย์ฯพร้อมพวก 6 คนที่ให้กรอกเอกสารปลอมลายชื่อชาวบ้าน เพราะขณะทำงานเอกสารเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยโรคเอดส์ มีเจ้าหน้าที่บางคนสอนวิธีการปลอมลายมือชื่อ ด้วยการนำเอกสารไปส่องกระจกเพื่อให้ลายมือชื่อที่ตรงกันในการเบิกจ่ายเงินแต่ละครั้ง ยอมรับว่าแรกๆก็ช่วยทำ แต่ระยะหลังไม่ทำ เลยถูกเพ่งเล็งและกดดันด้วยวาจาต่างๆนานา สุดท้ายก็ถูกให้ออกจากงาน กลายเป็นคนตกงานมาจนถึงทุกวันนี้ จึงต้องยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครอง” น.ส.ณัฐกานต์ กล่าวและว่า ส่วนนักศึกษาที่ร้องเรียนช่วงฝึกงานก็เจอกันบ้าง มีการสอบถามกันเรื่องที่ถูกสั่งให้กรอกเอกสารและปลอมลายมือชาวบ้าน แต่ตอนนั้นยังทำงานอยู่ กระทั่งถูกเลิกจ้าง และขอเป็นกำลังใจให้น้องสู้เพื่อความถูกต้อง

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานเป็นภาพภายในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นซึ่งมีการขนย้ายกล่องเอกสารจำนวนหนึ่งช่วงเดือนตุลาคม 2560 จาก ตัวอาคารไปที่รถกระบะ 4 ประตู มีผู้หญิงชุดข้าราชการ คอยควบคุมการขนย้าย ภาพทั้งหมดบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดของศูนย์ฯ โดยคาดว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารการปลอมลายมือชื่อของชาวบ้านลงในใบสำคัญรับเงินและปลอมแปลงเอกสารทางการเงินและเอกสารต่างๆเกี่ยวกับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ป่วยเอดส์ตามที่มีการร้องเรียน ขณะนี้ภาพทั้งหมดถูกส่งให้ ป.ป.ท.เขต 4 เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายกฤษณ์ กระแสเวส ผอ.ป.ป.ท.เขต 5 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่ว่า ป.ป.ท.เขต 5 ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้เกี่ยวข้องที่ทุจริตการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ พบประเด็นการทุจริตมีมูลและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 5 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นผู้วินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ได้รับเงิน การเบิกจ่ายเงิน และเป็นผู้จ่ายเงิน เจ้าหน้าที่พบหลักฐานว่าไม่ได้เบิกและจ่ายเงินตามเอกสาร ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 5 คนถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่ในรูปคดีอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่านี้ หากสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่สาวถึงใครก็จะเรียกมาสอบสวนเพิ่มเติม

ผอ.ป.ป.ท.เขต 5 กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจทั้งหมด 4 อำเภอ คือสันกำแพง แม่ริม สันป่าตอง และฝาง พร้อมนำเอกสารใบสำคัญรับหรือ แบบ 5 ไปสอบปากคำชาวบ้าน และให้เซ็นชื่อต่อหน้า เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบกับเอกสารต้นฉบับจำนวน 67 ราย พบไม่ได้รับเงิน 52 ราย ได้รับบางส่วน 4 ราย และได้รับทั้งจำนวน 9 ราย อำเภอแม่ริม ตรวจสอบชาวบ้าน 2 รายใน ต.ดอนแก้ว และต.สันโป่ง พบไม่ได้รับเงินทั้ง 2 ราย บุคคลที่ถูกนำชื่อไปเบิกจ่ายนั้นยังเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าแม่ริมด้วย ส่วน อ.ฝาง ตรวจสอบที่ ต.แม่ข่า 30 ราย พบไม่ได้รับเงินจำนวน 30 ราย และมีเสียชีวิต 2 ราย ที่ถูกนำชื่อมาเบิกเงิน อ.สันป่าตอง ตรวจสอบที่ ต.ทุ่งต้อม 7 ราย ไม่ได้รับเงินทั้งหมด และ อ.สันกำแพง ตรวจสอบที่ ต.แม่ปูคา 26 ราย ไม่ได้รับเงิน 13 ราย ได้รับบางส่วน 4 ราย ได้รับทั้งจำนวน 9 ราย ขณะนี้ ป.ป.ท.เขต 5 ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ 4 อำเภอของ จ.น่าน คือ เมือง ปัว ท่าวังผา และเวียงสา อยู่ระหว่างสรุปผลให้คณะอนุกรรมการไต่สวน

นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและสตรี อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าสิ่งที่น้องนิสิตร้องเรียนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นและนำเสนอต่อสาธารณะ มีเค้าความจริงเยอะมาก เพราะน้องไม่ได้ขัดแย้งกับใคร แต่สิ่งที่น้องเห็นคือมีคนยากจนเสียประโยชน์มากมายมหาศาล เจตนาอันบริสุทธิ์นี้เป็นสิ่งที่สังคมต้องตอบรับ มหาวิทยาลัยต้องมองน้องในฐานะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด ต้องดูแลปกป้องต่อยอดให้เติบโตเพราะเป็นคุณค่าที่หาไม่ได้ง่ายๆในยุคนี้ผู้ใหญ่ทั้งระดับมหาวิทยาลัย ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ต้องส่งสัญญาณให้เห็นว่าน้องคนนี้ต้องไม่ถูกกดดัน ต้องไม่ถูกทำให้รู้สึกว่าน้องไม่มีที่ยืนที่ปลอดภัย

อดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นที่ถูก เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ออกมาแฉต้นเหตุถูกให้ออกจากงาน เพราะ ไม่ยอมช่วยปลอมลายมือชื่องาบเงินช่วยคนยากไร้จนต้องฟ้องศาลปกครองเรียกร้องความเป็นธรรม... 26 ก.พ. 2561 01:36 ไทยรัฐ