วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'นพดล' ชงคสช.ทำฉันทานุมัติ เชิญทุกฝ่ายเคาะวันหย่อนบัตร

'นพดล' ชงคสช.ทำฉันทานุมัติ เชิญทุกฝ่ายเคาะวันหย่อนบัตร

  • Share:

ดุสิตโพลยี้ตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่

ปชป.-พท.ขยี้แผล คสช.สืบทอดอำนาจ บี้เร่งทำความชัดเจนกู้ความ เชื่อมั่นโรดแม็ป “องอาจ” สวดล้วงลูกเฟ้น กกต.ไม่เลิก วุ่นวายไม่จบ “อภิสิทธิ์” ขย่มผู้นำเพิ่มดีกรีหวาดระแวง “จาตุรนต์” สับผู้มีอำนาจกดปุ่มล้มกระดานอยากได้คนสั่งได้ “วรชัย” รู้ทันยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งยื้อกาบัตร-จับวาง กกต.สายตรง “นพดล” ชงรัฐบาล คสช.เชิญทุกฝ่ายทำฉันทานุมัติเคาะวันเลือกตั้ง “สมชัย” ยันไม่ไขก๊อกทิ้งบอมบ์สร้างปัญหา หึ่งจ่อลดชั้นสมัครชิงเก้าอี้แม่บ้าน กกต. “สวนดุสิตโพล” เผยชาวบ้านไม่เห็นด้วยตั้งพรรคใหม่หนุน “บิ๊กตู่” ด้านนิด้าโพลยก 3 ปีครึ่งผลงานนายกฯตู่ดีงามผ่านฉลุย “ประยุทธ์” ผวาโกงระบาดไทยนิยม เปิดรับแจ้งเบาะแสทุจริต คสช.จับตาเข้มนักการเมืองผสมโรงม็อบอยากเลือกตั้ง

ข้อสงสัยว่ามีใบสั่งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โหวตไม่เห็นชอบรายชื่อว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน เป็นเหตุผลที่ฝ่ายการเมืองออกมารุมถล่มว่าเป็นความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. อย่างชัดเจน ล่าสุด ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทยต่างเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความชัดเจนเรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประเทศกลับคืนมา

“องอาจ” ติงล้วงลูกเฟ้น กกต.วุ่นไม่จบ

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คน ด้วยเหตุผลเพราะผู้ได้รับการสรรหาส่วนใหญ่ ไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งว่า น่าจะไม่ใช่เหตุผลหลัก แต่การโหวตไม่เห็นชอบ จะทำให้กรรมการสรรหาทำงานลำบากขึ้น การได้ กกต.ชุดใหม่ล่าช้าออกไปมากเกินไป อาจทำให้การทำหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมเกิดปัญหาได้ ถ้าสรรหา กกต.ใหม่ล่าช้า จะสานงานต่อได้ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมืองที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง การได้มาซึ่ง กกต.จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีอำนาจไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องแทรกแซงโดยเด็ดขาด ไม่ควรมีการกระทำใดๆ ทั้งจากผู้มีอำนาจและเครือข่ายที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นได้ เมื่อสังคมเคลือบแคลงสงสัยจะก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้ง จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกไม่รู้จบ ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าประเทศไทยอย่างแน่นอน

“มาร์ค” ฉะผู้นำเพิ่มดีกรีหวาดระแวง

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในออฟฟิเชียลไลน์ “@mark_abhisit” ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์ข้อความ ว่าคิดอย่างไรกับการที่ สนช.ลงมติไม่เห็นชอบกับรายชื่อ 7 กกต.ที่สรรหามา เรื่องกรรมการสรรหา กกต.ที่จริงมีประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาในส่วนของศาล มีการวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมของบางท่านที่ได้รับการสรรหามา แต่มติคะแนนที่ออกมาไม่รับรองทั้งเจ็ดคนดูเหมือนทำให้มีคนแสดงออกถึงความหวาดระแวงจำนวนมาก ถ้าดูตามกฎหมายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ควรกระทบตารางเวลาการเลือกตั้ง แต่ในทางปฏิบัติดูจะมีโอกาสเกิดความขลุกขลักอยู่พอสมควร และจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนด้วย เมื่อนำมารวมกับปัจจัยความไม่ชัดเจนของผู้มีอำนาจ เลยทำให้หลายคนคิดว่าเป็นความพยายามจะยืดเวลาการเลือกตั้งออกไป

บี้ กก.สรรหาทบทวนปัญหา

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อ “พลังคนรุ่นใหม่ต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง” ภายหลังบรรยาย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กรณี สนช.มีมติไม่เห็นชอบว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คนว่า ผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาทั้งหมดต้องมาทบทวนปัญหาที่ผ่านมาว่าเกิดจากอะไร เพื่อให้การสรรหารอบใหม่ราบรื่น คสช.และรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อให้ทุกอย่างเดินตามโรดแม็ปได้ แต่ กกต.ชุดเก่ายังทำหน้าที่ไปก่อนได้ตามที่กฎหมายรองรับ แม้จะมีกระแสข่าวการลาออกของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต.ก็ตาม ส่วนที่บางฝ่ายมองว่าการกำหนดคุณสมบัติ กกต.ชุดใหม่สูงเกินไป คงไม่ใช่ประเด็นหลัก เชื่อว่ามีบุคคลที่มีคุณสมบัติอีกมากมาย แต่ไม่กล้าเข้ามาดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการสรรหาจะต้องสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นกล้าที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งได้

จี้เร่งทำความชัดเจนโรดแม็ป

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกลุ่มเรียกร้องการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กลุ่มเรียกร้องคือเสียงสะท้อนแทนประชาชนอีกจำนวนมาก เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น ขอให้ คสช.ได้ผ่อนคลายกฎหมายพิเศษ ลดเงื่อนไขที่เป็นปัญหาอุปสรรคไปสู่ความขัดแย้ง เปิดกว้างรับฟังให้มากขึ้น เชื่อว่าจะไม่สั่นคลอนต่อรัฐบาลและ คสช. เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญในความน่าเชื่อถือของโรดแม็ปด้วย ส่วนพรรคการเมืองใหม่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.เป็นสิทธิที่ทำได้ ยืนยันไม่กังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสมาชิกพรรคที่ยังศรัทธานายสุเทพ แต่ยังไม่มีใครลาออก

“นพดล” ชงทำฉันทานุมัติวันเลือกตั้ง

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า สถานการณ์ยังอึมครึม ต่างฝ่ายต่างยึดแนวคิดของตน หากไม่ร่วมมือกัน การบริหารงานต่างๆสำเร็จยาก คนที่รับภาระคือประชาชน แต่เชื่อว่ายังมีทางออกที่จะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย คือ 1.เปิดให้ประชาชนและพรรคการเมืองมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น โดยการยกเลิกคำสั่งที่ห้ามคนชุมนุมทางการเมือง และห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม เพราะเรื่องนี้ไม่กระทบกับความมั่นคงของรัฐบาลและ คสช. 2.คสช.และรัฐบาลควรสร้างความชัดเจนทางการเมือง เนื่องจากมีการเลื่อนโรดแม็ปซ้ำๆจนคนไม่เชื่อมั่น ขอเสนอให้ทำฉันทานุมัติ 2561 ร่วมกันของทุกฝ่ายว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใดแน่ การปล่อยให้คลุมเครือต่อไป จะไม่เป็นผลดีต่อใครเลย

ยุติตั้งข้อหากลุ่มทวงหย่อนบัตร

นายนพดลกล่าวต่อว่า 3.เหตุผลหนึ่งของการรัฐประหารคือการสร้างความสามัคคีในชาติ วันนี้ยังไม่สำเร็จ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำอะไรอีกมาก สิ่งที่ทำได้เลยคือทำให้บรรยากาศบ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ ดังนั้น ควรยุติการดำเนินคดีและตั้งข้อหารุนแรงกับคนที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมหรือเรียกร้องการเลือกตั้ง เพราะเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ วันนี้ประเทศยังมีทางออกที่ดี ง่ายและตรง อยู่ที่ผู้มีอำนาจจะทำหรือไม่ เพราะการทำให้บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติสุข และสร้างความชัดเจนทางการเมืองทุกคนมีแต่ได้

“อ๋อย” อัด คสช.อยากได้ กกต.สั่งได้

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติไม่ให้ความเห็นชอบว่าที่ กกต.ว่า อาจทำให้วันเลือกตั้งยืดออกไปอีกนาน ที่สำคัญคือคนที่ผู้มีอำนาจอยากวางตัวให้เป็น กกต.ไม่สามารถผ่านการสรรหาได้ เนื่องจากไม่ผ่านคุณสมบัติ โดยรวมยังเป็นเรื่องของการที่ผู้มีอำนาจต้องการให้มี กกต.ที่ควบคุมได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ เพราะ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีอำนาจให้คุณให้โทษมาก โอกาสแข่งขันตั้งรัฐบาลระหว่างบุคคลภายนอกกับส.ส. สูสี กกต.อาจชี้ขาดว่าใครจะได้เป็นนายกฯได้ การไม่เห็นชอบว่าที่ กกต.จึงสมประโยชน์ของ คสช.เพราะมีแนวโน้มจะทำให้การเลือกตั้งยืดออกไป เพิ่มเวลาที่ คสช.จะเตรียมความพร้อมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง กระบวนการสรรหาใหม่อาจสะดุดอีก ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดมีใบสั่งมาอีกต้องเลื่อนออกไปอีก การเมืองโดยรวมมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่การจะทำอย่างไรให้ คสช.อยู่สืบทอดอำนาจต่อไปอีก 10-20 ปี ทำให้การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งเร็ว หรือเลือกตั้งตามกำหนดมีความชอบธรรมมากขึ้น ช่วงหลังยิ่ง คสช.อยู่นานยิ่งเสื่อม ความไม่พอใจและการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่างๆอาจมากขึ้นและเข้มแข็งขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าเป็นเกมของ คสช.อยู่ในอำนาจนานๆ

ยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งยื้อ–ลูกมือ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ว่า จากการลงมติดังกล่าวผู้ได้รับการคัดสรรมาจากศาลฎีกา ที่เขาคิดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน มีความรู้ ประสบการณ์และเที่ยงธรรม ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก สนช. ต่อไปใครจะกล้ามาสมัครเป็น กกต.อีก กรรมการสรรหา กกต.คัดเลือกมาดีแล้ว แต่ติดตรงไม่ถูกใจ คสช. ดังนั้นผู้จะมาเป็น กกต.ชุดใหม่ นอกจากต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังต้องเป็นคนที่ คสช.ควบคุมได้ด้วยใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจถูกลงมติไม่เห็นชอบอีก แบบนี้แล้วเชื่อว่าคนที่มีคุณสมบัติครบ แต่ไม่ยอมให้ใครมาควบคุมและสั่งได้ จะไม่มาสมัครเป็น กกต. ที่สุดแล้วเราจะได้ กกต.ที่ คสช.ควบคุมได้ การลงมติของ สนช.ครั้งนี้เหมือน คสช.ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว ทั้งทำให้กระบวนการต้องยื้อออกไป และได้คนที่ตัวเองคิดว่าคุมได้ มาทำหน้าที่คุมกติกาการเลือกตั้ง ทางที่ดี คสช.ควรเปิดใจให้การสรรหาเป็นไปตามธรรมชาติ ให้ได้ กกต. ที่เป็นกลางจะดีกับทุกฝ่ายดีกว่า

แขวะเละกว่าเด็กเล่นขายของ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สนช.คว่ำการสรรหา 7 กกต.ยิ่งกว่าเด็กเล่นขายของ เพราะ สนช.เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สายของ คสช.จะปฏิเสธไม่รู้ ไม่เห็น ไม่มีใบสั่ง คงไม่มีใครเชื่อ ถึงขนาดผู้ใหญ่บางคนที่รัฐบาลเคยเชิญให้มาร่วมงาน ยังกล่าวว่าคนไทยไม่ได้กินหญ้า กระบวนการนำพาประเทศสู่ประชาธิปไตยนั้น คสช.และรัฐบาลไม่ดำเนินการอะไรที่ชัดเจน ดังนั้นอย่าโทษใครที่ประเทศขาดความเชื่อมั่น คสช.ทำตนเองทั้งสิ้น คนไทยต่างมองตากันปริบๆ ด้วยความไม่สบายใจ อึดอัดใจ จึงขอเสนอทางออกให้รัฐบาลจริงใจ สร้างความชัดเจนทางการเมืองที่จะนำพาประเทศสู่ประชาธิปไตย ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นกลับคืนมา

“สมคิด” เชียร์คนรุ่นใหม่สู้เผด็จการ

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี เรียกร้องให้นักการเมืองออกมาร่วมกิจกรรมและให้ดูว่านักการเมืองคนไหนไม่มาร่วมขับไล่เผด็จการ ครั้งหน้าไม่ต้องเลือกว่า เป็นแนวคิดของนายรังสิมันต์ แต่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่จำเป็นต้องไปรวมตรงนั้นที่เดียว ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด การเคลื่อนไหวของกลุ่มดีอาร์จี เป็นพลังบริสุทธิ์ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ถ้านักการเมืองเข้าไป จะถูกใส่ร้ายว่าอยู่เบื้องหลังได้ เพราะที่ผ่านมามีการใส่ร้ายทำนองนี้มาโดยตลอด การจะให้พรรคเพื่อไทยไปสนับสนุนด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งนั้นไม่สามารถทำได้ แต่ถ้านักการเมืองของพรรคคนไหน จะไปร่วมให้กำลังใจในนามส่วนตัวสามารถกระทำได้ พรรคไม่ได้ห้าม ส่วนตัวอยากให้คนรุ่นใหม่ หาแนวทางส่งสัญญาณถึงคนรุ่นใหม่ด้วยกัน เพื่อออกมาต่อสู้กับเผด็จการ น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

“เรืองไกร” จิก ป.ป.ช.ส่ออุ้มรัฐบาล

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่าได้รับจดหมายจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงผลตรวจสอบกรณีที่ร้องว่าการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณ 61 วงเงิน 2.9 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดย ป.ป.ช.ยอมรับว่างบฯดังกล่าวทำขึ้นในขณะที่ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่ร้องแต่กลับชี้แจงเหตุผลในลักษณะที่ส่อไปในทางช่วยผู้ถูกร้องไม่ต้องถูกชี้มูลความผิดว่า รัฐธรรมนูญยินยอมให้จัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีในช่วงเวลาระหว่างการตรากฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ และการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติได้ ถือเป็นการตีความที่ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช. เชื่อว่า ป.ป.ช.ไม่กล้าตรวจสอบชี้มูลรัฐบาลและ สนช. และในจดหมายดังกล่าวระบุให้ตนไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 28 ก.พ. ตนจะไปโต้แย้งความเห็นของ ป.ป.ช.พร้อมกับไปร้องเพิ่มเติมกรณีรัฐบาลเตรียมจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม 1.5 แสนล้านบาท จะขัดต่อรัฐธรรมนูญกรณีเดียวกันหรือไม่

“สมชัย” ยันไม่ทิ้งบอมบ์ไขก๊อก

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวถึงกระแสข่าวจะลาออกจากตำแหน่ง กกต.เพราะไม่อยากเป็นคดีความ หากมีการจัดการเลือกตั้งว่าจะไม่มีการลาออกจากตำแหน่งแน่นอน วิธีการดังกล่าวไม่ได้ก่อให้เกิดผลดี ซ้ำยังเป็นการทำให้สถานการณ์บ้านเมืองติดขัดมากยิ่งขึ้น หากมี กกต.ชุดปัจจุบัน ลาออก 2 คนจะเป็นการนำไปสู่ภาวะสุญญากาศ คือ ไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆได้ ขณะเดียวกัน โดยวันจันทร์ เวลา 14.00 น.ตนจะแจ้งการตัดสินใจบางอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องการ ตัดสินใจส่วนตัว ไม่ใช่มติ กกต.และไม่ใช่เรื่องลาออก แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อให้เกิดผลที่ดีที่สุดแก่ทุกฝ่าย และจะทำให้การส่งต่องานระหว่าง กกต.ชุดใหม่และชุดเก่า ไม่ว่าจะมาเมื่อใด หรือเข้าใกล้การเลือกตั้งเพียงใด น่าจะช่วยให้การส่งมอบงานมีความราบรื่นมากขึ้น

หึ่งลดชั้นลงชิงแม่บ้านสานต่องาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตัดสินใจของ นายสมชัยอาจเป็นการตัดสินใจลงสมัครรับคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กกต. ซึ่งเป็นการยอมลดตำแหน่งตนเองไปสู่ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานภายใต้การบังคับบัญชาของ กกต.ที่เหลือ จะเป็นตัวเชื่อมระหว่าง กกต.ใหม่และ กกต.เก่า ขึ้นอยู่กับ กกต.อีก 4 คนที่เหลือจะเลือกหรือไม่

โฆษกศาลปัดข่าวงัดข้อ สนช.

สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนางสดศรี สัตยธรรม อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและอดีต กกต.ให้ติดตามความขัดแย้งระหว่างสถาบันศาลและ สนช.เนื่องจากศาลไม่พอใจ กรณีที่ สนช.คว่ำ 7 ว่าที่ กกต.ว่า การดำเนินงานของศาลยุติธรรมเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด จะไม่นำความรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจมาใช้ ส่วนกรณีผู้ผ่านการสรรหาทั้ง 7 คน ไม่ผ่านการเห็นชอบของ สนช. เป็นมติที่ประชุม สนช. เชื่อว่าทุกฝ่ายคงทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เช่นกัน ในส่วนของศาลฎีกาจะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้ตามขั้นตอนต้องรอให้ สนช.ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการมีมติดังกล่าวส่งถึงศาลฎีกา เพื่อให้เริ่มกระบวนการสรรหาผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นว่าที่ กกต.ในสัดส่วนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คนใหม่ หลังจากได้รับหนังสือแล้วประธานศาลฎีกาจะได้นัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด 176 คนต่อไป เพื่อเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ตามขั้นตอน

“บิ๊กตู่” การ์ดสูงเปิดรับแจ้งโกงไทยนิยม

วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้รับรายงานว่า มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแสดงความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ณ วันที่ 23 ก.พ.61 จำนวน 5,601,345 คน หรือร้อยละ 48.8 ของผู้มีบัตรทั้งหมด 11.4 ล้านคน ขอให้ไปลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 28 ก.พ.ที่สาขาของธนาคารออมสิน-ธ.ก.ส.หรือสถานที่ที่ ผอ.เขตหรือนายอำเภอกำหนด นายกฯได้ย้ำถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาฯระดับตำบลเริ่มลงพื้นที่สำรวจข้อมูลตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.ต้องสะท้อนความต้องการของประชาชน และโปร่งใส เมื่อรวบรวมข้อมูลได้แล้วจะจัดเตรียมแผนงานครอบคลุม 9.95 หมื่นล้านบาท นายกฯอยากให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจริงใจช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ยกระดับเศรษฐกิจระดับพื้นที่ ตระหนักดีว่าต้องไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยโครงการที่เคยมีมาในอดีต ไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบความไม่โปร่งใส ขอให้แจ้งไปยังนายกฯได้ทุกกรณี

ชาวบ้านไม่ปลื้มตั้งพรรคหนุน “บิ๊กตู่”

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ “พรรค การเมืองใหม่ ในสายตา” จาก 1,185 กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 21-24 ก.พ.พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.87 ไม่รู้เกี่ยวกับการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพราะไม่ได้ติดตามข่าว ไม่สนใจ เบื่อข่าวการเมือง ร้อยละ 46.13 รู้ เพราะอยากรู้ความคืบหน้า ส่วนความเห็นต่อการตั้งพรรคการเมืองพรรคพลังพลเมือง (สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์) ร้อยละ 43.39 ระบุเป็นสิทธิตามกฎหมาย เป็นตัวเลือกใหม่ ร้อยละ 36.24 ระบุไม่ค่อยรู้จัก และร้อยละ 29.89 ระบุอาจเป็นนอมินี ส่วนพรรคมวลมหาประชาชน (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ร้อยละ 45.69 ระบุเป็นทางเลือกให้ประชาชน ร้อยละ 38.28 ระบุอาจกระทบฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อถามว่าถ้ามีการจัดตั้งพรรคใหม่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 58.95 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะควรอิสระเป็นกลาง ไม่ควรสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่ง สืบทอดอำนาจ ร้อยละ 35.37 เห็นด้วย เป็นสิทธิทำได้ ทั้งนี้ร้อยละ 57.26 ระบุไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. ร้อยละ 42.74 ระบุมีผล ทั้งนี้ร้อยละ 48.88 ระบุเพิ่มสีสันทางการเมือง ร้อยละ 41.38 ระบุประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้น และร้อยละ 35.23 ระบุเกิดการแข่งขัน เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

นิด้าโพลชี้ 3 ปีครึ่งนายกฯตู่ผ่านฉลุย

ขณะที่ “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจ “3 ปี 6 เดือน ของนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จาก 1,250 หน่วยตัวอย่าง เมื่อวันที่ 19-21 ก.พ. พบว่าร้อยละ 48.16 ระบุทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ค่อนข้างดี เอาจริงเอาจัง ร้อยละ 20.16 ระบุทำได้ดีมาก เด็ดขาด โปร่งใส ร้อยละ 19.68 ระบุทำได้ไม่ค่อยดี เกิดความขัดแย้ง เศรษฐกิจไม่ดี ไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ปกป้องพวกพ้อง ร้อยละ 11.68 ระบุทำไม่ดีเลย ไม่สามารถทำตามโรดแม็ปได้ ทำงานไม่โปร่งใส เลือกพวกพ้อง เศรษฐกิจย่ำแย่ โดยร้อยละ 71.60 ระบุมีอุดมการณ์และตั้งใจทำงาน ร้อยละ 24.24 ระบุว่าไม่มีอุดมการณ์ คิดแต่จะรักษาอำนาจของตนเองและ คสช. ด้านความกล้าตัดสินใจ ร้อยละ 68.56 ระบุมีความกล้าตัดสินใจในประเด็นทางการเมืองและการบริหารที่สำคัญ ร้อยละ 25.68 ไม่กล้าตัดสินใจ ด้านบุคลิกภาพผู้นำ ร้อยละ 76.56 ระบุมีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร ร้อยละ 14.80 ระบุมีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย ร้อยละ 5.04 ระบุมีบุคลิกภาพผู้นำแบบกํ้ากึ่ง ทั้งผู้นำแบบประชาธิปไตยและผู้นำแบบทหาร ด้านประสิทธิภาพในการทำงาน ร้อยละ 59.12 ระบุมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 36.16 ระบุไม่มีประสิทธิภาพ ด้านความโปร่งใส ร้อยละ 55.28 ระบุมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ร้อยละ 32.40 ระบุไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้

“วิษณุ–สมคิด” ติดโผ ครม.เข้าตา

เมื่อถามถึงความประทับใจในการทำงานของ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 5 อันดับแรก พบว่า ร้อยละ 39.68 ระบุนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ร้อยละ 38.72 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ร้อยละ 36.24 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร้อยละ 34.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน และร้อยละ 34.48 พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกฯและ รมว.ยุติธรรม

คสช.จับตานักการเมืองขยับผสมโรง

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการชุมนุมของ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า ภาพรวมเรียบร้อย อยู่ในการ ดูแลของเจ้าหน้าที่ คสช.ได้อธิบายหลายครั้งแล้วว่าในสภาวะบ้านเมืองขณะนี้ คนส่วนใหญ่ต้องการความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การดำเนินงานตามโรดแม็ปยังยืนยันว่าต้องมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารประเทศไปสู่รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ไม่ได้มีอะไรผิดไปจากนี้ ส่วนที่เริ่มมีอดีตนักการเมืองเข้าร่วมชุมนุมด้วย หน่วยงานความมั่นคงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มทุกฝ่าย ขอความร่วมมือให้อยู่ในขอบเขตกฎหมาย เมื่อถามว่า การชุมนุมดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คนหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า กลุ่มที่มาใช้พื้นที่ของสถานศึกษาจัดงาน ฝ่ายความมั่นคงมองด้วยใจเป็นกลางมองว่า เป็นการจัดงานทางด้านวิชาการของปัญญาชน หากดูแล้วว่าเข้าข่าย ทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อคำสั่งของ คสช.หรือไม่นั้น ไปว่ากันทีหนึ่ง

หยันคนไฮด์ปาร์กน่าเชื่อถือหรือไม่

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า เราจะใช้มาตรการขอความร่วมมือและทำความเข้าใจทุกระดับอยู่แล้ว เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลได้ หากดำเนินการแล้วไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่คงต้องเพิ่มระดับขึ้นไปเรื่อยๆโดยตักเตือนเป็นหลัก หากยังไม่เข้าใจคงต้องบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายต่อไป ขอย้ำว่า คสช.ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นไปตามระดับ สำหรับรูปแบบการเคลื่อนไหวและการปราศรัยของกลุ่มนี้มักโจมตีหัวหน้า คสช. ต้อง ดูด้วยว่าตัวบุคคลที่ปราศรัยน่าเชื่อถือหรือไม่ หากพูดลักษณะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ไปละเมิดตัวบุคคลและองค์กร ไม่มีอะไรพิสูจน์ ขอให้ระมัดระวังด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อคนส่วนใหญ่เขาไม่ให้ความสนใจและไม่กังวลในประเด็นนี้ อย่างไรก็ตาม คงประเมินไม่ได้ว่ากลุ่มเคลื่อนไหว นี้จะจุดติดหรือไม่ เพียงแต่การกระทำใดๆที่ขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยและขัดกรอบกฎหมายเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้