วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจของประชาชน : ผ่าโครงสร้างยกเครื่องสีกากียุคปฏิรูป

ยุติธรรมขจัดความเหลื่อมล้ำ เป็นหัวใจการปฏิรูปสังคม

หากเอ่ยถึงต้นธารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ประชาชนย่อมส่องไปที่ตำรวจ เพราะมือหนึ่งถือปืน อีกมือหนึ่งถือกฎหมาย

ยิ่งเกิด “คดีแพะ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเกิดวาทกรรม “คุกมีไว้ขังคนจน” ย่อมสะท้อนศรัทธาตำรวจเสื่อมทรุด

จนต้องเร่งปฏิรูป เพื่อเป็นหลักประกันให้ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย ได้ความยุติธรรมโดยเท่าเทียมและเสมอภาคถ้วนหน้า

สังคมคาดหวังเอาไว้สูงมากต่อคณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ที่มีอำนาจหน้าที่แก้ไข ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ ภารกิจและการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจ ตามรัฐธรรมนูญ ในหมวดการปฏิรูปประเทศ

ซึ่งกำหนดให้ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญา ให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการสอบสวนคดีอาญา การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย ต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน

โครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โฉมหน้าใหม่ใกล้คลอดแล้ว จะตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและเป็นที่พึ่งของประชาชนตามสโลแกน “บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว” ได้แค่ไหน

ติดตามมุมคิดของ นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร หนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านอำนาจและภารกิจของตำรวจ เปิดใจให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า ตามโครงสร้างใหม่เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยกำหนดขั้นบันไดการถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่น ภารกิจที่ต้องดำเนินภายใน 3 ปี

ประกอบด้วยด้านการจราจร เฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร การกวดขันวินัยจราจร การบังคับใช้กฎหมายจราจร ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและสรรพสามิต

ด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

การสืบสวน ตรวจค้น การจับกุม การสอบสวนคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายนั้นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบภารกิจในหน่วยงานหลักกับด้านนั้นๆ รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย

ภารกิจที่ดำเนินการภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี เช่น ด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ขนส่งและรถยนต์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจทางหลวง

เฉพาะภารกิจที่เกี่ยวกับการสืบสวน การขออนุมัติศาลตรวจค้น การจับกุม การสอบสวนคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ขนส่งและรถยนต์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบตำรวจทางหลวง กระทรวงคมนาคม รับผิดชอบ

ด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ ด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การสืบสวน ตรวจค้น การจับกุม การสอบสวนคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายนั้นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบภารกิจในหน่วยงานหลักกับด้านนั้นๆ รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องเตรียมความพร้อม

ขณะที่ภารกิจที่สมควรให้หน่วยที่เกี่ยวข้องปฏิบัติร่วมกับตำรวจ มีทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบนขบวนรถไฟ ด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี

ส่วนปัญหาการใช้อำนาจหน้าที่ของตำรวจ อาจสุ่มเสี่ยงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น การจับกุม ตรวจค้น บางครั้งทำให้เดือดร้อนเกิด “คดีแพะ” ชาวบ้านมีเรื่องกับตำรวจย่อมเสียเปรียบทุกประตู

ฉะนั้นต้องมีระบบรับเรื่องร้องเรียนตำรวจ เพื่อสร้างความไว้วางใจแก่สาธารณชน

โดยตั้ง “คณะกรรมการอิสระพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ” 11 คน (กอ.ตร.) ผสมระหว่างกรรมการ อิสระกับสำนักงานจเรตำรวจ

ประกอบด้วยจเรตำรวจแห่งชาติ รองจเรตำรวจแห่งชาติไม่เกิน 2 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 4 คน และ
ผู้ที่ไม่เคยเป็นตำรวจ 4 คน

กรอบหน้าที่อำนาจที่กำหนดเอาไว้ เชื่อมั่นจะให้ความเป็นธรรมกับสาธารณชนได้แน่นอน เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ การใช้วิธีการสืบสวนสอบสวน และมีบทลงโทษ

พร้อมเพิ่มการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานจเรตำรวจ สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน เป็นกองบัญชาการที่ได้รับ “การกระจายอำนาจแบบบูรณาการ”

ทำให้แต่ละกองบัญชาการของบประมาณได้ด้วยตัวเอง ตำรวจที่เข้ามาทำงานในกองบัญชาการได้เติบโตตามความรู้ความสามารถภายในกองบัญชาการ การย้ายข้ามกองบัญชาการไม่ควรทำ จะทำได้ต้องเป็นประโยชน์ต่อราชการตำรวจจริงๆ และต้องมีหลักเกณฑ์จากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

และยังมีคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการบริการงานตำรวจที่ดีประจำจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน มีผู้แทนจากผู้บริหารท้องถิ่น ภาคประชาสังคมเข้ามาช่วยดูแลระบบงานตำรวจในระดับจังหวัดให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีคณะกรรมการระดับสถานี เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนการปฏิบัติงาน แทนคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจในระดับจังหวัดระดับสถานี (กก.ตร.)

การปฏิรูปสถานีตำรวจก็จำเป็น ซึ่งจะจัดรูปแบบผูกพันกับคดีที่เกิดขึ้น เพื่อจัดอัตรากำลังแต่ละสถานีให้เหมาะสม อาวุธยุทโธปกรณ์ครบ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพิสูจน์หลักฐาน

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ภาคประชาชนต้องการให้แยกงานสอบสวนจากตำรวจ เพื่อสร้างหลักประกันความเป็นอิสระ ให้อัยการตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีสำคัญ การแต่งตั้งโยกย้ายต้องยึดหลักอาวุโสทุกตำแหน่ง ให้ตำรวจสังกัดจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายในจังหวัด ยุบตำรวจภาค 1-9 เพื่อกระจายกำลังพลไปประจำโรงพัก นายมนุชญ์ บอกว่า ในหลายประเด็นมีการเสนอ

แต่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจยังไม่เห็นความจำเป็น ผมจึงเสนอขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้กลไกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สนับสนุนการบริหารงานของตำรวจ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ.รมน.จังหวัด

เพราะปัจจุบันสถิติอาชญากรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เช่น คดีค้ายาเสพติดรายใหญ่ การฉ้อโกงประชาชน อาวุธสงคราม การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

อาชญากรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำเป็นขบวนการหรือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

ถ้าหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม หน่วยงานกระบวนการยุติธรรมไม่ประสานและร่วมมือกันอย่างจริงจัง ย่อมยากที่จะบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชน ก็อาจมีผลต่อความมั่นคงของชาติ อาจเป็นช่องทางให้พวกก่อการร้ายได้

เหมือนที่เรามีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชุดเฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย (ฉก.) ก็ทำให้ตำรวจถูกปฏิรูปโดยไม่รู้ตัว

ส่วนอำนาจการสอบสวน จะแยกแท่งนี้ออกมา อาจไม่มียศหรือเป็นข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถ หรือจะเปิดสอบต่างหากต่อไป ในชั้นนี้ยังมียศ ต่อไปอาจจะไม่มียศ

คนคาดหวังสูงต่อการปฏิรูปตำรวจ เกิดอะไรขึ้นโครงสร้างใหม่ที่กำลังจะออกมาถึงไม่เป็นไปตามความต้องการของสังคม นายมนุชญ์ บอกว่า คงเกิดจากหลายปัจจัย

หนึ่งในนั้นคือโครงสร้างของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ แต่ละประเด็นต้องฝ่าดงแข้งในที่ประชุม

แต่ภาพรวมก็เปลี่ยนแปลงเยอะมาก อย่างน้อยในอนาคต ตำรวจจะถูกควบคุมมากขึ้นโดยสาธารณชน

สุดท้ายเมื่อส่งข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)

ก็วัดใจ ครม. จะเอาอย่างไรกับการปฏิรูปตำรวจ.

ทีมการเมือง

ยุติธรรมขจัดความเหลื่อมล้ำ เป็นหัวใจการปฏิรูปสังคม หากเอ่ยถึงต้นธารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ประชาชนย่อมส่องไปที่ตำรวจ เพราะมือหนึ่งถือปืน อีกมือหนึ่งถือกฎหมาย ยิ่งเกิด “คดีแพะ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า... 25 ก.พ. 2561 10:56 25 ก.พ. 2561 14:16 ไทยรัฐ