วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐประคบประหงมเอสเอ็มอี แจกเงินทำวิจัย 4 แสนหวังเพิ่มมูลค่า 100 เท่า

รัฐดันเอสเอ็มอีแจ้งเกิดเต็มที่ เดินหน้าใช้งานวิจัยนวัตกรรมพัฒนาสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม 100 เท่า พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาด พาทัวร์ต่างประเทศ ประเดิมกลุ่มอาหารแจกเงินทำวิจัยรายละ 4 แสนบาท

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โครงการสร้างศักยภาพการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทยด้วยนวัตกรรมและการตลาด เพื่อยกระดับเอสเอ็มอีให้ใช้งานวิจัยเชิงนวัตกรรมพัฒนาสินค้า เพิ่มมูลค่าสินค้าให้ได้เพิ่มขึ้นอีก 10-100 เท่าจากปัจจุบัน โดยตั้งเป้า

ปีละ 100 ราย รวม 3 ปี 300 ราย สร้างมูลค่าให้ระบบเศรษฐกิจ 600 ล้านบาท และสร้าง ความพร้อมเป็นเอสเอ็มอี 4.0
“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ สสว. และ สกว. ดึงจุดเด่นและความเชี่ยวชาญด้านทรัพยากรของแต่ละฝ่ายมาช่วยต่อยอดเอสเอ็มอี โดย สกว. มีจุดเด่นเรื่องสนับสนุนทุนวิจัย ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ จนนำไปสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง ขณะที่ สสว.มีจุดเด่นเรื่องการสนับสนุนช่องทางการตลาด พาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดต่างประเทศ สนับสนุนเงินทุน การบริหารจัดการต่างๆ ซึ่งเป็นการเติมเต็มกัน และกัน เพราะสมาชิกเอสเอ็มอีหลายรายของ สสว. ก็ต้องการเข้าถึงงานวิจัยนวัตกรรม ส่วนผู้ประกอบการที่ขอรับการสนับสนุนจาก สกว. ก็ต้องการเพิ่มช่องการตลาด เพื่อขายได้จริง เป็นการนำการตลาดมารวมกับนวัตกรรมหรืออินโนเวชั่น”

นายสุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า สกว. และ สสว.จะคัดเลือกผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของ สสว. และเอสเอ็มอีที่มาขอทุนวิจัยกับ สกว.ปีแรกหน่วยงานละ 50 ราย รวม 100 ราย โดยพิจารณาจากผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับสินค้า ใช้นวัตกรรม ช่วงแรกจะเน้นกลุ่มอาหาร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความพร้อม โดยสกว. จะสนับสนุนงบประมาณงานวิจัยให้ผู้ประกอบการรายละ 400,000 บาท และผู้ประกอบการออกค่าใช้จ่ายเอง 80,000 บาท หลังจากสนับสนุนแล้ว ทั้ง สกว.และ สสว.จะติดตามพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอีก 3 ปี

ด้านนายสมสวย ปัญญาสิทธิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร วางเป้าหมายส่งเสริมศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ ให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันวิสาหกิจชุมชน ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ สามารถสร้างรายได้ต่อปีมากกว่า 25,500 ล้านบาท จากการรวมตัวของกลุ่มวิสาหกิจกว่า 85,000 แห่ง มีสมาชิกกว่า 1.4 ล้านคน ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนต้นแบบ 462 แห่ง โดยตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนวิสาหกิจชุมชนต้นแบบเฉลี่ยอีกปีละ 77 แห่ง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของวิสาหกิจชุมชน และกลายเป็นสินค้าหลักในการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบายรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม แนวทางทำการตลาด และต่อยอดการเจรจาธุรกิจสู่เวทีการค้าโลก ส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็งมากขึ้น ทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดงาน “วิสาหกิจชุมชนแฟร์ 2018” ขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart Products by วิสาหกิจชุมชน” ช่วงวันที่ 22-25 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ มีการจัดแสดงสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ และการเปิดเวทีเจรจาธุรกิจ

สำหรับกิจกรรมภายในงานที่สำคัญเช่น การจัดนิทรรศการแสดงความเป็นวิสาหกิจชุมชนและกระบวนการพัฒนาสินค้าและบริการของวิสาหกิจชุมชนสู่สมาร์ทโปรดักซ์ ซึ่งคัดสรรต้นแบบวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ในด้านการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการกลุ่มและเครือข่าย การสร้างโอกาสด้านการตลาด การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน อาทิ วิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชาวนาตราด อำเภอเมือง จังหวัดตราด วิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนา จังหวัดราชบุรี และวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวตำบลผักไหม จังหวัดศรีสะเกษ เป็นต้น พร้อมทั้งมีพื้นที่ขายสินค้าวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับการคัดสรรจากทั่วประเทศมาจำหน่ายกว่า 200 ร้านค้า ทั้งอาหารสดและแปรรูป เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และสินค้านวัตกรรมต่างๆ อาทิ ปลาร้าผง ชีสมังคุด แครกเกอร์ธัญพืชทุเรียน ผ้าบาติก น้ำเต้าหู้ มะเฟืองมหัศจรรย์ และเครื่องประดับปีกแมลงทับ.

รัฐดันเอสเอ็มอีแจ้งเกิดเต็มที่ เดินหน้าใช้งานวิจัยนวัตกรรมพัฒนาสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม 100 เท่า พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาด พาทัวร์ต่างประเทศ ประเดิมกลุ่มอาหารแจกเงินทำวิจัยรายละ 4 แสนบาท 24 ก.พ. 2561 00:25 24 ก.พ. 2561 00:25 ไทยรัฐ