วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นายกฯ' เปรียบเลือกตั้งเป็น 'กล้วย-แอปเปิล' ต้องแยกความแตกต่าง

"นายกฯ"เปรียบการเลือกตั้งเป็น "กล้วย-แอปเปิล" ต้องแยกแยะความแตกต่าง ย้ำพรรคการเมืองต้องไร้การครอบงำ ไม่เดินซ้ำรอยในอดีต ลั่นไม่คิดคว่ำ ก.ม.เลือกตั้ง แค่ไม่ต้องการกำหนดคลาดเคลื่อน เว้นแต่เกิดรุนแรง ปชช.ขัดแย้งอีก ย้ำเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเห็นพ้องเมื่อใด อาจต้องเป็นสัญญาร่วมกัน...



เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 23 ก.พ. 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า น่าตกใจจากผลสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เรื่อง "ประชาธิปไตยที่ประชาชนต้องการ" จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น ราว 1 พันตัวอย่าง ด้วยคำถามปลายเปิด สะท้อนว่า ประชาชน 36% หรือมากกว่า 1 ใน 3 ที่เป็นส่วนใหญ่ไม่รู้ แล้วก็ไม่ตอบในเรื่องของประชาธิปไตยนี้ ส่วนที่เหลือก็คำตอบที่แตกต่างกันตามประสบการณ์ โดยระบุประชาธิปไตย คือ ความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ อิสระในการคิดการพูด ฟังเสียงคนข้างมาก รักสามัคคีกัน การมีส่วนร่วม บางคนนึกถึงการเลือกตั้ง บางคนบอกว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์



เมื่อถามถึงความชอบต่อประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ หรือต้องการให้เป็นแบบใด พบว่า 41% ชอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ตอนนี้ ขณะที่ 59% ต้องการประชาธิปไตยแบบสงบสุข แบบพอเพียง ไม่มีคอร์รัปชัน และบางส่วนระบุแบบไหนไม่รู้ แต่ขอให้ดีขึ้นกว่านี้ ที่จำเป็นต้องยกขึ้นมาพูดนี่เป็นผลโพลที่ไม่ใช่ของรัฐบาลของ คสช. เพราะอยากลองพิจารณาเข้าประชาธิปไตยกันมากพอหรือยัง ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองถือว่าเป็นสถาบันหลักมีหน้าที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและพรรคการเมืองก็ต้องไม่ถูกแทรกแซง ควบคุม ครอบงำ ชี้นำจากบุคคลอื่นใด ที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จนขาดความอิสระ ระบุชัดใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ใช่เพียงประชาธิปไตยไทยนิยมแต่เป็นหลักสากลพื้นฐาน



โดยที่กล่าวมานั้น ตนสนับสนุนให้สอนเยาวชนด้วยหลักวิชาการ ควรจะยกกรณีความสำเร็จ-ความล้มเหลวของต่างประเทศ มาเปรียบเทียบ แต่ก็ไม่ได้ให้เดินซ้ำรอยความผิดพลาดให้เด็กได้คิด ไม่ใช่ให้เอาเยี่ยงอย่างการล้มล้างสถาบัน การเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยที่ประชาชนยังไม่พร้อม จนต้องบาดเจ็บ ล้มตาย ตามที่หลายประเทศล้มเหลวมาก่อน เราก็ได้รู้ได้เห็นแล้ว ไม่ใช่เจ็บแล้วลืมจนต้องล้มแล้วล้มอีก ลองสอนเด็กง่ายๆ แบบไทยๆ แบบนี้ได้หรือไม่ ก่อนที่จะเอาตัวอย่างจากโน่น นี่ มาสอนต่อ คิดนอกกรอบกันไปหมด แต่กรอบที่ว่าต้องสงบ สันติ ให้ได้ก่อน 



"เช่นการเลือกตั้ง ไม่ต่างอะไรกับการเลือกกล้วย ซึ่งกล้วยที่เปลือกยังเขียวอยู่ ก็ยังไม่สุก ไม่พร้อมจะรับประทาน คุณสมบัติก็ไม่ครบ กล้วยเปลือกสีเหลือง คือ สุกงอม กินได้ เหมาะสม แต่ถ้ากล้วยเปลือกดำแล้ว คือ ไม่ดี ไม่ควรเลือกกิน แต่ถ้าเราไปสอนโดยยกตัวอย่างเป็นผลไม้อื่น เช่น "แอปเปิล" ซึ่งก็ไม่เป็นผลไม้ประจำถิ่นของเรา บางคนเกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นต้นแอปเปิ้ลเลย อาจจะเคยทาน แต่ไม่เคยเห็นต้น เด็กไทยคงไม่อาจแยกแยะด้วยสีของเปลือกได้ว่าแอปเปิ้ลผลไหน ดี สุก กินได้ ไม่ง่ายเหมือนกล้วย"



แก่นสารเรื่องนี้คือทำอย่างไรให้คนไทยสามารถแยกแยะว่าถ้ามีการเลือกตั้งแล้วควรเลือกใคร เลือกจากอะไร ไม่ใช่ใช้ความรัก ความชอบ ความคุ้นเคย ใช้อารมณ์ แต่ไม่พิจารณาด้วยเหตุด้วยผล เช่น ดูที่นโยบายพรรค ประวัติ การทำงาน การเข้าคูหาเลือกตั้งต้องคำนึงถึงการเลือกนักการเมืองที่มีคุณภาพ ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย หรือทุจริตมาก่อน เลือกพรรคการเมืองที่น่าเชื่อถือ กิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่มีวาระซ่อนเร้นแอบแฝง หรือถูกครอบงำ ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว ไม่เป็นพรรคที่มีนโยบายลักษณะสัญญาว่าจะให้เพื่อดึงดูดใจในสิ่งที่ผิดๆ โดยเฉพาะนโยบายที่มีผลต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่สิ้นเปลืองมากเกินไป ขาดวินัยการเงินการคลัง หรือขัดแย้งพันธกรณีต่างประเทศ



สำหรับเส้นทางสู่การเลือกตั้งของเรานั้น บางคนยังเข้าใจผิดว่าการไม่ไปเลือกตั้ง จะทำให้รัฐบาล หรือ คสช.อยู่ต่อไปได้ ความจริงแล้วก็คือหากท่านไม่ไปเลือกตั้งแล้ว ผู้สมัครคนใด ได้คะแนนมากก็ได้เป็น ส.ส. และพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุด ก็จะโอกาสได้ตั้งรัฐบาล ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างการออกกฎหมายลูก 4 ฉบับที่จำเป็นต่อการเลือกตั้ง กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.ใน 2 ฉบับท้าย กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย สนช. กรธ. และ กกต.เพื่อจะพิจารณาประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกัน เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส่วนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ภายหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วในอีก 90 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา การเลือกตั้งก็อาจจะเกิดขึ้นในเดือนใดก็ได้ภายใน 150 วันหลังจากนั้น



ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และกกต. ในระหว่างนั้น ครม.ก็จะแจ้ง คสช.ให้เชิญ กกต. กรธ. รวมถึงทุกพรรคการเมือมมาพูดคุยหารือว่าการเลือกตั้งนั้นควรจะเกิดขึ้นเมื่อใด วัน–เวลา ที่ทุกฝ่ายพร้อม ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันแล้วก็ถือเป็นวาระสำคัญของชาติ อาจจะต้องเป็นสัญญาร่วมกันว่าทำอย่างไร เราจะเดินหน้าประเทศไป ให้เป็นไปตามโรดแม็ปของประเทศ ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในอนาคต 



รัฐบาล และ คสช. ไม่เคยมีความคิดแ ล้วก็ไม่ไปก้าวล่วงอำนาจใดๆ ที่จะทำให้เกิดการคว่ำร่างกฎหมายต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะรัฐบาลไม่อยากให้กำหนดเวลาคลาดเคลื่อนตามที่มีใครหลายคนพยายามบิดเบือน ให้ข้อมูลผิดๆ ต่อสังคม เว้นอย่างเดียวคือการเกิดความวุ่นวาย ประชาชนขัดแย้ง ใช้กำลัง ใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรง การหาเสียงมีปัญหา ประชาชนขัดแย้งกันอีก เกิดความไม่สงบเหมือนช่วงก่อนปี 57 อันนั้นเป็นอีกเรื่องต้องช่วยกันอย่าให้เกิดขึ้น ต้องสัญญาหลังการเลือกตั้งเราจะได้มีฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่ร่วมมือกันทำในสิ่งที่ประเทศชาติ และประชาชนทั้งประเทศต้องการไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่เป็นฐานเสียงของฝ่ายใดก็ตาม.

"นายกฯ"เปรียบการเลือกตั้งเป็น "กล้วย-แอปเปิล" ต้องแยกแยะความแตกต่าง ย้ำพรรคการเมืองต้องไร้การครอบงำ ไม่เดินซ้ำรอยในอดีต ลั่นไม่คิดคว่ำ ก.ม.เลือกตั้ง แค่ไม่ต้องการกำหนดคลาดเคลื่อน เว้นแต่เกิดรุนแรง 23 ก.พ. 2561 19:12 23 ก.พ. 2561 20:32 ไทยรัฐ