วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ละเว้น หรือทุจริต? เปิดปมตลาดล้อมบ้านป้าทุบรถ โยง จนท.รู้เห็นเกือบ 10 ปี

ละเว้น หรือทุจริต? เปิดปมตลาดล้อมบ้านป้าทุบรถ โยง จนท.รู้เห็นเกือบ 10 ปี

  • Share:

ถ้า 2 ป้า น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และ น.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี ไม่จามขวาน ใช้เสียมทุบรถกระบะคันสีขาวที่มาจอดขวางอยู่หน้าประตูบ้าน เนื่องจากคู่กรณีจอดรถ ล็อกเบรกมือแล้วไปซื้อของในตลาดรอบบ้านป้า ที่ซอยศรีนครินทร์ 55 หมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ กทม. ใกล้สวนหลวง ร.9 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 61

สังคม และ กทม. รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าขายของในตลาดทั้ง 5 แห่ง คงไม่รู้ความจริงที่ซ่อนเร้นนาน 10 ปี ว่า มีตลาด 3 แห่ง ที่ไม่ถูกต้อง คือ ตลาดสวนหลวง 1 ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดตามกฎหมาย (ผิดกฎหมาย) และตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 และไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งกิจการตลาดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข 2535 ส่วนตลาดอีก 2 แห่ง ขออนุญาตสร้างอาคารพาณิชย์ แต่นำมาทำเป็นตลาด คือตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา จึงกลายเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักของสังคม

จนเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 61 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบและมีคำสั่งปิด 3 ตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง พร้อมสั่งการให้ ผอ.เขตประเวศ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าของตลาด ผู้ค้า และชาวบ้าน มาหาข้อยุติร่วมกันในวันที่ 28 ก.พ.61 ทั้งนี้ให้ทุกเขตตรวจสอบตลาดทั่ว กทม. ว่ามีแห่งใดอีกหรือไม่ที่ไม่ขออนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งยังไม่สามารถระบุจำนวน กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมรายงาน 

‘ป้าทุบรถ’ ที่ทุกข์ระทมสะสมนาน 10 ปี จากการมี 5 ตลาดรายล้อมรอบบ้านจนเสียสุขภาพจิต โดยเมื่อปี 2553 ได้ฟ้องเจ้าของตลาด ผู้ว่าฯ กทม.และผู้อำนวยการเขตประเวศกับศาลปกครองคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา นอกจากบรรดาป้าๆ จะเป็นฮีโร่ผู้จุดกระแส เตือนสติคนไทยให้มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ก่อนคิดจะจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นขบคิดที่ทีมข่าวฯ และสังคมตั้งข้อสงสัยไปในทิศทางเดียวกัน

นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ภาพจาก สำนักอนามัย กทม

“ตลาดผิดกฎหมาย” นับ 10 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ที่ไม่ใช้อำนาจที่มีมาดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบ จนทำให้ ปชช.เกิดข้อพิพาทและใช้ความรุนแรงแก้ปัญหากันเองนั้น เรื่องเช่นนี้ ปมลึกๆ เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง

ข้อเท็จจริงทั้งหมด คำตอบจะตรงใจกับแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์หรือไม่ นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมให้ข้อมูลกับทีมข่าวฯ โดยเริ่มอธิบายให้สังคมเข้าใจถึงการสร้าง “ตลาด” ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เผยขั้นตอนการก่อสร้างตลาดอย่างถูกกฎหมาย

“ตลาดมี 2 ประเภท คือ มีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้าง จะเป็นตลาดนัดธรรมดา ตลาดที่มีโครงสร้างต้องยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคารเพื่อประกอบกิจการตลาด เมื่อได้รับใบอนุญาตก็ไปก่อสร้างตามที่ได้รับอนุญาตไว้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ กทม. ก็จะไปตรวจว่าเป็นไปตามแบบแปลนที่อนุญาตไว้หรือไม่ จากนั้นก็จะออกใบรับรองอาคารให้ แล้วผู้ประกอบการก็จะเอาใบอนุญาตที่ได้ไปขอฝ่ายสิ่งแวดล้อมที่เขตนั้นๆ เพื่อจะดำเนินประกอบกิจการตลาดต่อไป” รองผู้ว่าฯ กทม. อธิบายขั้นตอนที่ถูกต้อง

ตลาดพื้นที่เกิน 300 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องจัดที่จอดรถยนต์ 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตารางเมตร

และจากการวิเคราะห์ของทีมข่าวฯ มูลเหตุส่วนหนึ่งที่ 2 ป้าทุบรถนั้น เป็นเพราะตลาดไม่ได้ทำถนนรอบตลาดกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด พ.ศ.2551 ระบุไว้ในข้อ 7(1.) ว่าอาคารสิ่งปลูกสร้างสำหรับผู้ขายของต้องมีและต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และสุขลักษณะ ต้องมีถนนรอบอาคารตลาดกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตรา และมีทางเข้าออกบริเวณตลาดกว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร อย่างน้อยหนึ่งทาง

“ตลาดตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร ตลาดที่มีพื้นที่เกิน 300 ตารางเมตรขึ้นไป ตามกฎหมายต้องจัดที่จอดรถยนต์ 1 คันต่อพื้นที่ 120 ตารางเมตร และต้องมีถนนโดยรอบ 4 เมตร มีที่สำหรับขนถ่ายสินค้า แผงขายของต้องสูงจากพื้น 60 เซนฯ มีที่กั้นสัตว์ หมา แมวที่จะมาสร้างสิ่งสกปรก ส่วนการจัดที่จอดรถยนต์เป็นไปตามพื้นที่ตลาดที่มี” รองผู้ว่าฯ ชี้แจงกฎเกณฑ์พื้นที่จอดรถ

ปรับรายวัน วันละ 5 พันบาท สูงสุด 6 หมื่น หากพบตลาดไม่เป็นไปตามขออนุญาต

ส่วนกรณีตรวจพบตลาดเถื่อน นั้น รองผู้ว่าฯ ชี้แจงตามกำหนดโทษของกฎหมายที่ต้องถูกปรับรายวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ถ้าตรวจพบตลาดที่ไม่เป็นไปตามขออนุญาต เขตต้องแจ้งให้มาขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.สาธารณสุข และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แต่ถ้าเจ้าของดำเนินไปก่อนได้รับอนุญาต ก็ต้องปรับรายวัน วันละ 5 พันบาท ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 หรือปรับสูงสุด 6 หมื่นบาท จำคุก 6 เดือน ถ้าพูดแล้วไม่เชื่อก็อาจจะทั้งจำทังปรับ โดยไปแจ้งสถานีตำรวจในท้องที่จับปรับดำเนินคดีกับเจ้าของอาคาร”

อีกประเด็นสำคัญที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าการปล่อยให้ตลาดที่ไม่ได้รับอนุญาต เปิดมานานนับ 10 ปี มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเอี่ยว รองผู้ว่าฯ ให้ทัศนะอย่างตรงไปตรงมา

“ผมว่าอย่าไปพูดประเด็นนั้นดีกว่า ผมคิดว่าประเด็นคือ ท่านผู้ว่าฯ ทราบเรื่องก็ลงพื้นที่ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าไปตามถูกครับ ใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดมีอายุ 1 ปี เมื่อครบ 1 ปี ก็ต้องมายื่นขอต่อใบอนุญาต และตลาดต้องเสียภาษีโรงเรือน จะเสียมากน้อยแค่ไหน เป็นไปตามตารางเมตรของตลาด” 

พบ จนท.รัฐ เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 54 ละเว้น หรือทุจริตด้านใด รับโทษอย่างไร ต้องดูข้อเท็จจริงจากเอกสาร

ด้าน นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการตั้งตลาดย่านเขตประเวศ กทม. เผยความคืบหน้ากับทีมข่าวฯ ว่า หลังลงพื้นที่ตลาดตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 61 เพื่อดูว่าแต่ละตลาดมีความเป็นมาอย่างไร

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ ลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อ 21 ก.พ. 61

โดยให้เจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง เสนอเอกสารความเป็นมาให้เสร็จสิ้นในวันที่ 27 ก.พ. 61และออกหนังสือเชิญเจ้าของตลาดทั้ง 5 มาพบในวันที่ 28 ก.พ. 61 เวลา 14.00 น. ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการ กทม. เปิดเผยว่า พบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องตั้งแต่ พ.ศ. 2554 แต่จะละเว้น หรือทุจริตด้านใด ในยุคไหน รับโทษอย่างไร ต้องดูข้อเท็จจริงจากเอกสารหลักฐานการใช้อำนาจหน้าที่ตั้งแต่ต้นที่เริ่มสร้างตลาดเมื่อปี พ.ศ. 2550

“เรียนตรงๆ เจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ ปี 54 กรณีการเกี่ยวข้อง ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร เจ้าหน้าที่แต่ละยุคแต่ละสมัยไม่เหมือนกัน ใครทำเข้ม ใครทำไม่เข้ม ใครปล่อยปะละเลย ใครบกพร่อง เป็นเรื่องที่ว่ากันต่อไป

หากมี จนท.รัฐเกี่ยวข้องจริง มันเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาต้องไปดูตามพฤติกรรมแห่งการกระทำความผิด ใครคนไหนทำความผิดอย่างไร ใครคนไหนปล่อยปะละเลย ต้องตรวจดูข้อเท็จจจริงจากเอกสารในยุคสมัยนั้น ใครควบคุมกำกับ ใครมาดูเขต ถ้าหากละเว้น หรือทุจริต คือ เรียกรับเงิน บทลงโทษความผิดหนักเบา แตกต่างกันไป” นายนิรันดร์กล่าวสรุป

ครบกำหนด 7 วัน เจ้าของตลาดเจรจาขอปรับปรุงให้ถูกกฎหมาย 

ส่วนความคืบหน้า ครบกำหนด 7 วันตามคำสั่งของเขตประเวศในการหาข้อเท็จจริง และนัดเจ้าของตลาดมาพบเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 61 เจ้าของตลาดทั้ง 5 มาพบตามนัด โดยตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตจะปรับปรุงตลาดใหม่ ทำตามกฎระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น จัดทำที่จอดรถ แต่หากปรับปรุงแล้วเสร็จ เขตประเวศยังไม่รับปากว่าจะให้เปิดต่อหรือไม่  และบางเจ้าก็ขอปิดตลาด

ด้านกรณีของศาล มีความคืบหน้า วันนี้ (2 มี.ค. 61) ศาลปกครองจะเรียกผอ.เขตไปพบที่ศาลปกครอง เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดสั่งย้อนสำนวน ให้พิจารณาคดีใหม่ ส่วนการปรับจากการตรวจเอกสารแล้ว นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล เผยว่า ในปี พ.ศ. 2554 ศาลแขวงพระโขนงมีการสั่งปรับตลาด 2-3 เจ้าเป็นเงินจำนวนแสนกว่าบาท หลังถูกปรับไปแล้วมีการทำผิดด้านใดต่ออีกหรือไม่นั้น กทม. กำลังตรวจสอบ 

เพื่อสุขภาพที่ดี พบตลาดไม่ถูกสุขอนามัย สกปรก กลิ่นเหม็น รีบแจ้ง กทม.

ทั้งนี้ทีมข่าวฯ ยังมีอีกประเด็นที่สังคมคาใจว่ามีการสุ่มตรวจตลาดที่ได้รับใบอนุญาตอย่างไร หรือไม่นั้น รองผู้ว่าฯ เปิดเผยว่ามีการจัดสุ่มตรวจอย่างสม่ำเสมอ โดยกองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สุ่มตรวจถึงพื้นที่และทราบผลทันที

“การสุ่มตรวจตลาดมีตลอด สุ่มตรวจในเรื่องของสุขาภิบาลอาหาร สารปนเปื้อนในอาหารทั้งของแห้งของสด จะมีชุดเทสต์เล็กๆ ไปสุ่มตรวจถึงพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่สำนักอนามัยเข้าไปตรวจแล้วรู้ผลเลย หากประชาชนพบตลาดที่ไม่เหมาะสม มีกลิ่นเหม็น แจ้งมาที่ 1555 สายด่วน กทม. หรือสำนักอนามัย หรือ แอดไลน์ร้องทุกข์อัศวินคลายทุกข์ของท่านผู้ว่าฯ มีคนคอยดูตลอดเวลา”

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการติดต่อสื่อสาร กทม. ร้องทุกข์ แจ้งตลาดที่ไม่ถูกสุขอนามัย รวมไปถึงเสนอแนะแนวทางการพัฒนา กทม. แอดแอปพลิเคชันไลน์ อัศวินคลายทุกข์ ที่ Line id : @aswinbkk

ผอ.เขตประเวศยังไม่สรุปข้อแก้ไข จัดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ค้าชั่วคราว 

ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ ทีมข่าวฯ พยายามโทรติดต่อทั้งวัน (26 ก.พ. 61) ก่อนวันขีดเส้นเพื่อสอบถามความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตลาดที่มีปัญหาทั้ง 5 แห่ง ว่าพบเอกสารจนเกิดช่องโหว่ในยุคสมัยใดหรือไม่ อย่างไร แต่ไม่มีการรับสาย

เบื้องต้นทางเขตประเวศได้จัดสถานที่ให้ผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ คือ ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ ตลาดนัดนัมเบอร์วันรามคำแหง 2 ตลาดราชพฤกษ์ริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 35 สามารถรองรับผู้ค้าได้ 600 คน และตลาดฝั่งตรงข้ามห้างซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ ที่เสนอพื้นที่โล่งจำนวน 18 ไร่ ให้รองรับกลุ่มผู้ค้าอีกด้วย

ล่าสุดเมื่อ 1 มี.ค. 61 ทีมข่าวฯ ได้โทรติดต่อ อีกครั้ง เพื่อสอบถามข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาตลาดทั้ง 5 ตามที่ กทม.นัดพบเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 61 ผอ.เขตประเวศกล่าวสั้นว่า ตนไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจ แต่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมแล้ว ส่วนข้อสรุปในการแก้ไขปัญหานั้นยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะกำลังรอเอกสาร

 

วันที่ 26 ก.พ. 61 กลุ่มผู้ค้าทยอยเก็บอุปกรณ์ขายของออกจากตลาด
ทนายดัง อนันต์ชัย ผู้ทำคดีให้ ป้าทุบรถ ชี้ควรรื้อตลาด แทนการปรับปรุง

ด้าน นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายดังผู้รับทำคดีให้กับ 2 ป้าทุบรถ ให้ความเห็นกับทีมข่าวฯ ในการแก้ไขของเขตประเวศครบ 7 วัน โดยการจัดหาพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าไปขายของที่ที่ใหม่ ที่ไม่ใช่บริเวณหมู่บ้านเสรีวิลล่าเป็นสิ่งที่ควร เพราะพวกพ่อค้าแม่ค้าไม่รู้เรื่องและได้รับความเดือดร้อน ต้องมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

พร้อมแนะว่าควรรื้อตลาดทั้งหมดที่ผิดกฎหมาย เพราะถึงแม้จะปรับปรุงทำให้ถูกกฎหมายก็เป็นการไม่ถูกต้อง การทำหนังสือให้เจ้าของตลาดมายื่นขออนุญาตให้ถูกต้องภายใน 30 วัน นั้น เหมือนให้ความหวังพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน เขตต้องพูดให้ชัดเจนเด็ดขาดว่าพื้นที่นี้ตรงนี้ อย่างไรเสียก็ทำตลาดไม่ได้ เนื่องจากเป็นการทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่แรก เพราะผังโครงการของหมู่บ้านเสรีวิลล่า ไม่ได้แบ่งพื้นที่ของหมู่บ้านให้เป็นตลาด

ทนาย 'อนันต์ชัย ไชยเดช' ผู้ทำคดีให้ 'ป้าทุบรถ'

“ในความคิดเห็นส่วนตัว ไม่สามารถสร้างตลาดในหมู่บ้านจัดสรรได้ เพราะผิดพระราชบัญญัติจัดสรร เพราะฉะนั้นเมื่อตั้งไม่ได้ แล้วการที่เขตออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและออกใบประกอบการพานิชย์จึงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ลักษณะของพื้นที่ที่มีการสร้างสิ่งก่อสร้างทั้งหมดเป็นตลาด ใบอนุญาตตลาดก็ไม่มี แสดงว่าสิ่งที่เขตทำมาทั้งหมดผิดกฎหมายหมดเลย ทั้งกฎหมายจัดสรร กฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้าง กฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุข เรื่องใบอนุญาตลาด และในผังโครงการของหมู่บ้านระบุไว้ว่าตรงไหนทาวน์เฮาส์ อาคารพานิชน์ บ้านเดี่ยว ไม่ได้ระบุเรื่องอาคารพานิชย์หรือประกอบการพานิชย์ และไม่มีการจัดสรรพื้นที่ของหมู่บ้านเพื่อให้เป็นตลาด” นายอนันต์ชัยกล่าวทิ้งท้าย

กับกรณี 2 ป้าทุบรถคู่กรณีนั้น เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 61 เวลา 12.00 น. 2 ป้าทุบรถไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อหาทำให้เสียทรัพย์-ข่มขู่ตามที่ สน.ประเวศ ออกหมายเรียก โดยป้าให้เหตุผลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าไม่สะดวก ติดธุระบางประการจึงขอเลื่อนออกไปก่อน สำหรับผลตรวจสอบข้อเท็จจริงกับตลาดทั้ง 5 แห่งจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องอย่างไร ในยุคไหน ต้องรอติดตามต่อไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐ รายงาน

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ 
reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ทนทุกข์สุดกลั้น! ไขข้อคาใจ รื้อได้ไหม 5 ตลาดล้อมบ้านป้าทุบรถ? (คลิป)

เมินคำสั่งผู้ว่าฯ 3 ตลาดใกล้บ้านป้าทุบรถยังขาย แม่ค้ารับกลัวไร้ที่ทำกิน (คลิป)

ฤทธิ์ขวานอาญาสิทธิ์ สะเทือนถึง กทม.เมื่อ 3 ป้าท้าสู้เจ้าหน้าที่รัฐ (คลิป)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้