วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่าสงสาร ผัวเมียมีลูก 2 คน ผู้ชายกับผู้หญิง พิการตาบอดทั้งคู่!

ผัวเมียรับภาระหนัก มีลูก 2 คน ตาบอดทั้งคู่ คนโตเป็นผู้หญิงอายุ 19 คลอดก่อนกำหนด ตาบอดตั้งแต่เกิด คนน้องผู้ชายอายุ 14 ปี ป่วยเนื้องอกแกนสมอง พอผ่าตัดก็ตาบอด มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการพาลูกไปหาหมอที่ กทม.

วันที่ 23 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจาก น.ส.เกวลิน เกียรติประเสริฐ หรือ ครูเก๋ คุณครูจิตอาสา และนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา อ.บางสะพาน ว่ามีครอบครัวสู้ชีวิต เลี้ยงดูบุตรที่พิการทางสายตาถึง 2 คน แถมยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการพาบุตรชายวัย 14 ปี ที่พิการทางสายตา และมีปัญหาด้านสุขภาพภายหลังจากการผ่าตัดเนื้องอกในสมองโดยต้องเดินทางไปพบแพทย์ ที่ กรุงเทพฯ เป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งในแต่ละครั้งต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าครั้งละ 4,000 บาท 

ที่บ้านเลขที่ 400 ม.4 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านก่ออิฐชั้นเดียว ภายในบ้านแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอนขนาดเล็ก พบกับ น.ส.วาสนา พรมาก อายุ 37 ปี กำลังดูแล ด.ช.ณัฐวุฒิ ยศใหญ่ หรือ น้องก้าน บุตรชายวัย 14 ปี ที่มีปัญหาพิการทางสายตา และมีภาวะโรคลมชักแทรกซ้อนอยู่ตลอดเวลา 

น.ส.วาสนา เล่าว่า ตนอยู่กินกับ นายสุวรรณ ยศใหญ่ อายุ 36 ปี มาเกือบ 20 ปี มีบุตรด้วยกัน 2 คน โดยคนโตคือ น.ส.สุวนันทน์ พรมาก อายุ 19 ปี มีภาวะพิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากคลอดก่อนกำหนด โดยมีน้ำหนักแรกคลอดเพียง 1,000 กรัม ซึ่งปัจจุบัน ทางผู้ใหญ่บ้านได้ทำเรื่องประสานกับทางด้าน อบต.ร่อนทอง เพื่อให้ ลูกสาวคนโตที่ตาบอด ได้ไปเรียนอักษรเบรลล์ ที่โรงเรียนธรรมมิกวิทยา จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

ส่วนบุตรชายคนเล็ก คือ ด.ช.ณัฐวุฒิ ยศใหญ่ หรือ น้องก้าน วัย 14 ปี ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นเด็กที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อดีตเคยเป็นนักกีฬาโรงเรียน แต่ต้องมาประสบปัญหาเนื่องจากน้องมีอาการปวดหัวหนักมากอยู่บ่อยครั้ง จนต้องหยุดเรียนกะทันหันเพื่อทำการรักษาอาการซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่ามีอาการป่วย เป็นเนื้องอกในแกนสมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นการด่วน เมื่อ เดือนมีนาคม 2558 หลังจากผ่าตัดส่งผลให้ดวงตาทั้งสองข้างของน้องบอดสนิท และมีโรคแทรกซ้อนตามมาคือ โรคต่อมไร้ท่อ-ไทรอยด์ ต้องฉีดฮอร์โมนทุกเดือน มีภาวะอาการชักอยู่ตลอด ต้องขึ้นไปรับยาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ทุกเดือน ปัจจุบันตาของน้องบอดสนิท ผ่าตัดสมองบ่อยครั้งมาก หลงๆ ลืมๆ เหม่อลอยอยู่ตลอด

นางวาสนา กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน ตนและสามีต้องผลัดกันอยู่ช่วยดูแลน้องก้านสลับกัน โดยสามีออกไปทำงานรับจ้างทั่วไปในพื้นที่ เพื่อหาเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิต ส่วนตนก็รับจ้างขายกล้วยทอดอยู่ในปั๊มน้ำมันแถวๆ บ้าน ซึ่งวันไหนที่สามีต้องออกไปทำงาน ตนก็ต้องนำน้องก้านไปดูแลที่ปั๊มน้ำมันเวลาขายกล้วยทอดด้วย เนื่องจากว่าเกรงว่าอาการลมชักของน้องจะกำเริบ จึงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

“ความเป็นอยู่ทั่วไป ทางครอบครัวสามารถประคองตัวให้พออยู่ได้ แต่จะประสบปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางพา น้องก้าน เข้าไปพบแพทย์ที่กรุงเทพฯ เป็นประจำทุกๆ เดือน เดือนละ 1-2 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่ไปค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเดินทางไม่ต่ำกว่าครั้งละ 3,000-5,000 บาท โดยต้องอาศัยหยิบยืมจากเพื่อนบ้าน หรือต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อนำมาเป็นค่าเดินทางในการพาน้องไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ ซึ่งหมอบอกว่าในเคสของน้องก้านไม่มีทางรักษาให้หาย อต่ต้องคอยควบคุมด้วยยา หากลืมหรือขาดไปน้องอาจชัก หรือหยุดหายใจได้”

สำหรับ ผู้ใจบุญที่ต้องการบริจาคช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถบริจาคผ่าน บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาเกาะยายฉิม บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ด.ช.ณัฐวุฒิ ยศใหญ่ เลขบัญชี 020062835508.

ผัวเมียรับภาระหนัก มีลูก2คน ตาบอดทั้งคู่ คนโตเป็นผู้หญิงอายุ19 คลอดก่อนกำหนด ตาบอดตั้งแต่เกิด คนน้องผู้ชายอายุ14ปี ป่วยเนื้องอกแกนสมอง พอผ่าตัดก็ตาบอด มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการพาลูกไปหาหมอที่ กทม. 23 ก.พ. 2561 13:48 23 ก.พ. 2561 14:44 ไทยรัฐ