วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทานเพลินไม่กลัวอ้วน "PAPA HUT" สแน็กเอาใจสายเฮลตี้

จะดีแค่ไหนหากเราทานสแน็ก หรือของทานเล่น ที่ทานแล้วไม่ทำให้อ้วน หรือกระทบต่อรูปร่าง รวมถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการทานสแน็กที่มีผลเสียต่อร่างกายเป็นเวลานาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงเป็นปัญหาของผู้บริโภคสายเฮลตี้ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆที่ยามว่างก็ชอบหาขนมมาขบเคี้ยวเล่น

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาไปรู้จักเฮลตี้สแน็ก “ปาป้าฮัท” (PAPA HUT) แบรนด์ที่ปลุกปั้นจากคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มีใจรักในการทำธุรกิจ โดยมี “คุณก๊อต” ภูริพัฒน์ ถนอมศรีอุทัย รับหน้าที่เป็น “แม่ทัพ” นำทีม ซึ่งเขาเป็นผู้ปลุกปั้นแบรนด์ “เอ บอน-เน่” ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ดูแลผิวพรรณจนสำเร็จได้รับการยอมรับทั้งตลาดเมืองไทยและต่างประเทศ

คุณก๊อต เล่าว่า เส้นทางการทำธุรกิจของเขาเริ่มจากพี่ชายชักชวนให้มาร่วมทำผลิตภัณฑ์ เอ บอนเน่ ซึ่งปีนี้ธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 17 แล้ว มีการส่งออกกว่า 20 ประเทศ สำหรับจุดเริ่มต้นการก้าวมาสู่ธุรกิจเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ปาป้านั้น เกิดจากความคิดที่อยากขยายไลน์ธุรกิจใหม่ เพื่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งก็เล็งเห็นว่าธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม เป็นตลาดที่น่าสนใจ ยังมีช่องว่างที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆได้

หลังจากนั้นคุณก๊อตก็ไม่รอช้า จัดตั้งบริษัท บลูโค้ดเดอร์ จำกัด ขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจด้านอาหารเครื่องดื่มโดยตรง ซึ่งเป็นการร่วมทุนจากเพื่อนที่มีความคิดเหมือนกันอีก 4 คน คือ “คุณโย” พชรวรรณ พุกบุญมี, “คุณด้วง” ดวงโชติ สุวรรณจรัส, “คุณเวิลด์” ปฏิญญา สันติชาติงาม และ “คุณรุ่ง” รุ่งทิพย์ ประเสริฐ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไป

คุณก๊อต เล่าว่า สำหรับแบรนด์ปาป้า จะมีผลิตภัณฑ์แบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ คือ 1.ปาป้าฮัท ผลิตภัณฑ์สแน็กธัญพืช 2.ปาป้าเฟรช ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องดื่ม 3.ปาป้าเชฟ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหาร และ 4.ปาป้าฟรุ๊ต ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผลไม้ไทยแปรรูป ซึ่งในช่วงแรกจะเปิดตัวรุกตลาดด้วยปาป้าฮัท

“เหตุที่เลือกปาป้าฮัทเป็นพระเอกรุกตลาดก่อน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย สร้างความรับรู้ได้เร็ว โดยมีจุดเด่นด้วยเรื่องเป็นสแน็กทานเล่นที่ทานแล้วไม่อ้วน และเลือกใช้วัตถุดิบที่คัดไซส์พิเศษ มาปรุงรสแบบเฉพาะตัว โดยเปิดตัวด้วย 2 ผลิตภัณฑ์แรกกับเมล็ดทานตะวันอบ รสกลมกล่อม และเมล็ดฟักทองอบ รสชาเขียว”

เมื่อถามถึงสภาวะการแข่งขันในตลาดเนื่องด้วยธุรกิจที่ทำถือเป็นน่านน้ำที่แข่งขันกันดุเดือด มีทั้งเจ้าหลักที่ครองตลาดมาเป็นเวลานาน รวมถึงรายใหม่ด้วย คุณก๊อตกลับตอบโดยความมั่นใจว่า ยอมรับว่าธุรกิจที่ทำมีการแข่งขันสูง แต่จากประสบการณ์ที่ผมเคยทำ เอ บอน–เน่ รวมถึงเป็น Brand Manager ในบริษัทชั้นนำในไทย และมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญ บวกกับประสบการณ์ที่เข้าใจตลาดว่าผู้บริโภคมีความต้องการอย่างไร เชื่อว่าจะนำแบรนด์ปาป้าประสบความสำเร็จได้

นอกจาก 2 รสชาติที่ปาป้าฮัทเปิด ตัวไป ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ จะส่งผลิตภัณฑ์ใหม่รุกตลาดคือ เมล็ดแตงโมอบกะเทาะเปลือก ผสม นม และเมล็ดทาน-ตะวันอบกะเทาะ เปลือก รสต้นตำรับ และช่วงปลายปีก็มีแผนส่งเมล็ดฟักทองอบกะเทาะเปลือก และเมล็ดแตงโม รสกลมกล่อม มาเสริมเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคอีกด้วย

คุณก๊อต เล่าว่า นอกจากปาป้าฮัทแล้ว ยังมีในส่วนของปาป้าฟรุ๊ต ที่ทำมะม่วงอบแห้งไปเจาะตลาดต่างประเทศที่เกาหลีใต้ เพราะมองว่าในประเทศยังมีคู่แข่งกลุ่มนี้จำนวนมาก ควรรุกตลาดส่งออกก่อน ซึ่งในต่างประเทศให้การยอมรับในคุณภาพผลไม้ไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งก็จะขยายไปในประเทศต่างๆอีก

อีกทั้งยังมีในส่วนของปาป้าเฟรช ที่ทำ Fruit Powder Beverage เป็นชนิดผงแล้วนำไปชงผสมน้ำ อาทิ เก๊กฮวย น้ำส้ม น้ำมะตูม ชามะนาว ชาไทย เป็นต้น ซึ่งจุดนี้จะเป็นการจำหน่ายแบบ Business-to-Business โรมแรม ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ เป็นหลัก ซึ่งในอนาคตอันใกล้ก็มีแผนจะออกเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมดื่มมาบุกตลาดโดยตรงกับผู้บริโภคด้วย รวมถึงตัวปาป้าเชฟ ก็จะทำโจ๊กสำเร็จรูป และข้าวต้มสำเร็จรูป มาบุกตลาดด้วย คาดจะได้เห็นภายใน 2 ปีนับจากนี้

สำหรับแผนการตลาดคุณก๊อต เล่าว่า จะใช้การสื่อสารแบบ 360 องศา ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคมีตั้งแต่เด็ก-ผู้ใหญ่ ซึ่งแผนธุรกิจที่วางไว้ก็กำหนดไว้ระยะ 5 ปี ซึ่งตั้งเป้าไว้ใน 5 ปี ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ปาป้าจะมียอดขายแตะ 300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนนำปาป้ารุกตลาดต่างประเทศ โดยจะเริ่มที่ประเทศเพื่อนบ้านก่อน ซึ่งตอนนี้ก็มีแผนจะส่งออกไปประเทศเวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

งานนี้ใครอยากหาลิ้มลองรสชาติ ก็หาซื้อได้แล้วที่แม็คโคร ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เกต ตั้งฮั่วเส็ง วิลล่าซุปเปอร์มาร์เกต ลอว์สัน แฟมิลี่มาร์ท และเซเว่น อีเลฟเว่น

ท้ายสุดคุณก๊อตยังแนะเทคนิคการทำธุรกิจเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่คิดอยากทำธุรกิจด้วยว่า แผนธุรกิจควรมีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ทันตามพฤติกรรมผู้บริโภค ในด้านการทำการตลาดเจ้าของแบรนด์ควรลงพื้นที่สำรวจตลาดเอง เพื่อความใกล้ชิดแล้วนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาเครื่องมือทางการตลาดต่อไป ที่สำคัญคือต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุด
แด่ผู้บริโภค.

จะดีแค่ไหนหากเราทานสแน็ก หรือของทานเล่น ที่ทานแล้วไม่ทำให้อ้วน หรือกระทบต่อรูปร่าง รวมถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการทานสแน็กที่มีผลเสียต่อร่างกายเป็นเวลานาน 23 ก.พ. 2561 13:34 23 ก.พ. 2561 13:36 ไทยรัฐ