วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของจริง TOYOTA C-HR HYBRID

Toyota C-HR รถครอสโอเวอร์ทรงอวกาศเริ่มต้นการทำตลาดในประเทศไทยช่วงปลายปี 2017 เป็นรถอเนกประสงค์แบบ 5 ประตูยกสูงไซล์เล็กกะทัดรัดคล้ายรถแฮตช์แบค Toyota ใช้การออกแบบเรือนร่างสไตล์รถต้นแบบใน C-HR โดยเติมความโฉบเฉี่ยวของเส้นสายรอบคันด้วยความเฉียบคมโดยเฉพาะไฟท้ายและบั้นท้ายที่ออกแบบได้อย่างลงตัว แพลตฟอร์มใหม่ที่ใช้ร่วมกับ Toyota New Camry 2018 ทำให้มันมีการขับขี่ที่ดีขึ้น Toyota C-HR อยู่ในกลุ่มเดียวกับ Honda HR-V / Nissan Juke / Ford Eco Sport / Mazda CX-3 ในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในญี่ปุ่นและยุโรปนั้น C-HR สามารถสร้างยอดขายได้ดีจากความแปลกใหม่ของเรือนร่างและประสิทธิภาพของการควบคุมหลังพวงมาลัย แฟนสามห่วงในไทยที่รอรถรุ่นนี้ก็ได้สัมผัสกับตัวเป็นๆ ของ C-HR ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตามด้วยยอดจองเกือบๆ 4,000 คัน หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย 

Toyota C-HR รุ่นและราคา
Toyota C-HR 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
Toyota C-HR 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
Toyota C-HR HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
Toyota C-HR HV Hi ราคา 1,159,000 บาท (คันทดสอบ)

รุ่นไฮบริด รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

คำว่า C-HR ย่อมาจาก Coupr High Rider หมายถึงรถแนวคูเป้ยกสูง มีจุดเด่นอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่คนส่วนใหญ่ยังคงหวาดระแวงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ แต่ Toyota เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันการใช้งานแบตฯ นาน 10 ปี แบตฯ รุ่นใหม่พร้อมพัดลมระบายความร้อนชาร์จเก็บประจุกระแสไฟได้เร็วขึ้น ตำแหน่งของการติดตั้งแบตเตอรี่ย้ายจากหลังรถมาไว้ที่ใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลังเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี Toyota ยังเคลมว่าแบตเตอรี่มีความทนทานมากขึ้นและประหยัดเชื้อเพลิงกว่าเดิม โดยเคลมตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองของ C-HR รุ่นไฮบริดที่ 24 กิโลเมตรต่อลิตร 

การพัฒนาระบบไฮบริดอย่างต่อเนื่องของ Toyota ทำให้ระบบเสริมพลังงานแบบ SERIES-PARALLEL HYBRID หรือระบบไฮบริดแบบอนุกรมบวกคู่ขนานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นระบบขับเคลื่อนที่ควบรวมข้อดีของ Series และ Parallel เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุดและเป็นระบบที่รถ Toyota เลือกใช้ การทำงานของระบบขึ้นตรงกับสภาวะของการขับขี่ ไม่ว่าจะใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนแต่เพียงอย่างเดียวในช่วงสั้นๆ หรือใช้กำลังทั้งจากมอเตอร์และเครื่องยนต์ผสมผสานกันในการขับเคลื่อน ระบบนี้มอเตอร์ยังสามารถส่งกำลังไปที่เพลาขับเคลื่อนล้อหน้าแม้จะกำลังชาร์จไฟอยู่ก็ตาม

Ni-Mh battery DC 201.6 V168 Cell 6 cell x 28 modules

P610 hybrid transaxle MG1 / MG2 in E-CVT ขนาด 600 โวลต์

inverter with converter assembly
ระบบไฮบริดเจน 4 ของ Toyota ออกแบบให้ inverter with converter assembly มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบา สามารถบูสไฟฟ้าแรงสูงอย่างรวดเร็วโดยติดตั้งอยู่ด้านบนของชุดเกียร์ ส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดเป็นแบบ ni-mh battery DC 201.6 V168 Cell 6 cell x 28 modules แบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลังพร้อมชุดกรองฝุ่นและพัดลมไฟฟ้าระบายความร้อน โดยมี auxiliary battery ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ เป็นแบบ EN Type LN1 auxiliary battery ส่วนชุดมอเตอร์ 2 ตัวที่ฝังอยู่ในเกียร์เป็นแบบ P610 hybrid transaxle  MG1 / MG2 ขนาด 600 โวลต์ ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอเตอร์ไฟฟ้า MG 1 ของ C-HR  มีแรงดันไฟฟ้าสูงสุด AC600 V กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า MG 2 มีแรงบิดสูงสุด 163 นิวตัน-เมตร มีแรงดันไฟสูงสุด AC600 V

ตัวถังของ C-HR ใช้แพลตฟอร์ม TNGA หรือ Toyota new Global Architecture วางจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลงเพื่อการทรงตัวที่ดี เป็นแพลตฟอร์มแบบใหม่ล่าสุดที่ใช้ร่วมกับ Toyota New Camry 2018 ซึ่งจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ในประเทศไทย

มิติตัวถังของ Toyota C-HR รุ่น HV HI Hybrid มีความยาว 4,360 มิลลิเมตร กว้าง 1,795 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,565 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 154 มิลลิเมตร สูงกว่ารถเก๋งปกติเล็กน้อย ความกว้างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหลัง 1,570 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,445 กิโลกรัม มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร ช่วงล่างแบบใหม่ในแพลตฟอร์มล่าสุด ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง มีการเปลี่ยนแปลงมุมของสตรัทแบร์ริ่งเพื่อทำให้มีค่าที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพของการยึดเกาะ ส่วนด้านหลังมีการปรับปรุงรูปแบบของระบบรองรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วงล่างหลังของ C-HR เป็นแบบมัลติลิงก์ ดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ ใช้โช้คอัพที่มีโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ล้อและยางใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Dunlop Enasave EC300 ไซส์ 215/60R17 ชุดปัดน้ำฝนที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบของฝากระโปรงหน้าช่วยลดแรงต้านของกระแสลมและมีการออกแบบใบปัดน้ำฝนให้มีขนาดที่ยาวขึ้น ชุดบังคับเลี้ยวไฟฟ้าใน Toyota C-HR แบบ EPS electronic power steering คอยควบคุมน้ำหนักโดยแปรผันน้ำหนักของพวงมาลัยไปตามความเร็ว

การพัฒนารถยนต์ให้มีประสิทธิภาพและสมรรถนะดีกว่าเดิมของ Toyota หรือ Ever-better Cars กับนวัตกรรมโครงสร้างใหม่ TNGA ถูกพัฒนาขึ้นโดยการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้แข็งแกร่ง (Body rigidity) และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low center of gravity) ลดการโคลงตัวของตัวถัง ทำให้สามารถเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ มีความโดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการเกาะถนน (STABILITY) คล่องตัวในทุกจังหวะการขับขี่ (AGILITY) รวมถึงการออกแบบห้องโดยสาร เพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้นโดยลดจุดอับสายตา (VISIBILITY) นอกจากนี้ Toyota C-HR มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) เป็นอีกจุดที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

Toyota Safety Sense
ระบบความปลอดภัยใหม่ของ Toyota C-HR รวมระบบความปลอดภัยขั้นสูงไว้ด้วยกัน เช่น ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)

Toyota T-Connect Telematics
ระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance เป็นต้น

หน้าตาที่ละม้ายคล้ายกับตัวต้นแบบ C-HR Concept ในตัวขายจริงมีสัดส่วนมุมมองของรูปทรงออกแนวทันสมัยล้ำอนาคต อุปกรณ์ภายนอกประกอบด้วยหน้าตาที่สดใสใหม่ปิ๊ง ไฟหน้า LED 12 หลอด ไฟเลี้ยวในกรอบไฟ พร้อมไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights กระจังขนาดกะทัดรัดที่เชื่อมโยงกับสปอยเลอร์หน้าได้อย่างลงตัว ล้อทั้งสี่ของรุ่นสูงสุดยัดล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว

Toyota C-HR มีห้องโดยสารที่ทันสมัย จากรูปแบบและวัสดุที่ใช้ตกแต่งคล้ายกับรถต้นแบบ ห้องโดยสารที่โดดเด่นไม่แพ้รูปทรงเหลี่ยมๆของภายนอก ติดตั้งเบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต จอภาพมอนิเตอร์บนแผงแดชบอร์ดใช้ระบบสัมผัสในการสั่งงานมีขนาด 7 นิ้ว พวงมาลัยสามก้าน ติดตั้งสวิตช์มัลติฟังก์ชัน มาตรวัดทรงกลมแบบสปอร์ต กึ่งกลาง มีหน้าจอแสดงผล MID multi information display ขนาด 4.2 นิ้ว ระบบปรับอากาศใช้ระบบดิจิตอลอัตโนมัติแยกโซน

คอนโซลกลางด้านบนสุดติดตั้งหน้าจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสที่มีรูปทรงแปลกตา ต่ำลงมาเป็นชุดแผงควบคุมระบบปรับอากาศดิจิตอลแบบแยกโซน โดยออกแบบสวิตช์สั่งงานอเนกประสงค์เพื่อลดขั้นตอนของการปรับตั้งค่าต่างๆ วัสดุภายในของ C-HR เน้นผิวสัมผัสนุ่มนวลและใช้โทนสีที่สื่อให้เห็นถึงแนวทางของภายในยุคใหม่จาก Toyota โทนสีเข้มของภายในออกแนวเขร่งขรึม วัสดุพวกผ้าที่มีแพตเทิร์นแบบสปอร์ตบริเวณเบาะที่นั่งและแผงข้างประตู สร้างบรรยากาศของการขับ หัวเกียร์เป็นงานอัลลอยหุ้มด้วยหนังที่ตัดเย็บอย่างประณีตสวยงาม ดึงดูดสายตาและมีความน่าใช้งาน

เบาะที่นั่งแถวหลังสามารถพับแยกส่วน 60:40 ให้แบนราบได้เพื่อเพิ่มเนื้อที่บรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม เมื่อพับเบาะลงทั้งหมดจะมีความจุมากถึง 1,112 ลิตร เหมาะกับการยัดของชิ้นโต แต่เบาะหลังไม่สามารถพับให้ราบเป็นแผ่นเดียวกับพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายเนื่องจากมีแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะ ภายในห้องโดยสารยังออกแบบให้มีช่องเก็บของและที่วางแก้วน้ำตามสไตล์รถอเนกประสงค์สำหรับคนรุ่นใหม่ เบาะที่นั่งแถวหน้าได้รับการออกแบบแนวสปอร์ตพร้อมบุเสริมความหนาที่เน้นนั่งสบายขับได้ทั้งวัน ด้วยเบาะหน้าที่ออกแบบให้กระจายแรงกดของน้ำหนักตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารเพื่อความสบายเนื้อสบายตัว

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2ZR-FXE เป็นเครื่องทวินแคม ดับเบิลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์วต่อสูบ) พร้อมกลไกฝาสูบกับระบบไอดีแบบ Atkinson และระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ปริมาตรความจุขนาด 1.8 ลิตร พร้อมระบบเสริมพลังงาน Hybrid ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีระบบระบายความร้อนดีขึ้น แบตฯ รับประกันอายุการใช้งาน 10 ปี พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟในระบบ Hybrid ด้วยมอเตอร์ในชุดส่งกำลังสองตัว (MG1 / MG2) เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson cycle 4 วาล์วต่อสูบขนาด 1,798 ซีซี. กำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ หรือ 120 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด (จากเครื่องยนต์เพียวๆ) 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบต่อนาที

ระบบ Hybrid จากแบรนด์ Toyota จัดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลัง 72 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์ทำได้ที่ 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Ni-MH ควบรวมพลังงานทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำให้ C-HR มีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT มีมอเตอร์ MG-1 และ MG-2 ฝังไว้ในเกียร์เพื่อเสริมแรงบิดและชาร์จไฟใส่แบตเตอรี่ สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 11.3 วินาที

Toyota C-HR ไม่ใช่รถที่เน้นใช้งานในเมืองแต่เพียงอย่างเดียว การวิ่งออกทางไกลด้วยความมั่นคงบนไฮเวย์จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดบุรีรัมย์บนระยะทางทดสอบ 400 กิโลเมตร ได้พิสูจน์ตัวมันเองอย่างเด่นชัดถึงประสิทธิภาพของระบบ Hybrid ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 2ZR-FXE Atkinson cycle ได้อย่างโดดเด่น อุปกรณ์แยกกำลัง Power Split Device ทำหน้าที่ในการผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ชุด Power Control Unit จะรับหน้าที่ควบคุมไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่ รวมถึงกระแสไฟฟ้าแบบสลับ จากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเจเนอเรเตอร์ มันสามารถขยายกำลังไฟจากแบตฯ นิเกิ้ลเมทัลไฮดรายได้สูงถึง 600 โวลต์ เพื่อป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับชุดมอเตอร์ที่ใช้ในการขับเคลื่อน นี่คืองานวิศวกรรมจักรกล ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีของการขับเคลื่อนยุคใหม่จากค่าย Toyota ซึ่งกำลังเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบปกติ กำลังจากเครื่อง 1.8 ไฮบริดสามารถดึงออกมาใช้งานได้เมื่อต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซง มันอาจไม่ใช่รถที่เร็วเหมือน CX-3 หรือแม้แต่ Honda HR-V แต่เจ้า C-HR ก็มีความเร็วพอที่จะเอาตัวรอดได้ ในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังในการเร่งแซง แถมด้วยจุดเด่นด้านอัตราสิ้นเปลืองที่ CX-3 และ HR-V ทำได้ไม่ดีเท่า!

การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก วัสดุที่ใช้ประกอบเป็นภายในของเจ้า C-HR ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัสดุสังเคราะห์พวกพลาสติกรีไซเคิล เสียงยางดังลอดเข้ามาให้ได้ยินที่ซุ้มล้อหลังอย่างชัดเจน ส่วนเสียงลมที่ปะทะกับตัวถังนั้นต้องทะยานกันเร็วถึง 100 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็จะเริ่มได้ยินซึ่งเป็นมาตรฐานของการเก็บเสียงในรถญี่ปุ่นราคา 1 ล้านทั่วๆ ไป การทดสอบในอุโมงค์ลมเมื่ออยู่ในช่วงของการพัฒนาก่อนที่จะออกวางขาย ส่งผลให้การวิ่งปะทะกับกระแสลมมีความลู่ลมสูง การออกแบบตัวถังทรงลิ่มท้ายตัด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานของอากาศที่เข้ามากระทำกับตัวรถมีตัวเลขที่พอรับได้ อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำและมีตัวเลขดีกว่ามอเตอร์ไซค์ซุปเปอร์ไบค์บางรุ่นด้วยซ้ำ คุณจะกลายเป็นพวกอนุรักษนิยมไปโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อขับ C-HR ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครที่กำลังเสื่อมโทรมลง 

ยุคใหม่ของค่ายสามห่วง วิศวกรของ Toyota เพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง TNGA หรือ Toyota new Global Architecture เพื่อป้องกันอาการบิดตัว และเพิ่มความรู้สึกที่มั่นคงให้กับการขับขี่ควบคุม พวงมาลัยไฟฟ้า EPS เซ็ตค่ามาจากโรงงานให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็นกลาง ตอบสนองต่อการหักเลี้ยวไวๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นพวงมาลัยที่มีความแม่นยำและมีน้ำหนักที่เหมาะสมในทุกย่านความเร็ว ส่วนสัมผัสของช่วงล่างให้ความรู้สึกกระชับและรัดกุมไม่มีอาการย้วยหากไม่ใส่มาแรงเกินเหตุก็ถือว่าเป็นช่วงล่างที่ปรับจูนมาดี ในบางจังหวะที่วิ่งผ่านรอยต่อของถนนที่มีผิวไม่เรียบก็ยังนั่งขับหรือนั่งโดยสารได้อย่างสบายเนื่องจากความหนึบและนิ่มนวลของระบบรองรับ  บอกตามตรงว่าในจุดนี้ Toyota ทำได้ดีขึ้นมากใกล้เคียงกับ Mazda CX-3 ซึ่งเป็นรถที่มีการทรงตัวอยู่ในอันดับต้นๆของครอสโอเวอร์ที่ขายในประเทศ 

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ที่วิศวกรของ Toyota เคลมว่ามันใช้เวลาตะกายจากจุดหยุดนิ่งไปถึงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 11.3 วินาที เมื่อลองใช้ Chronometer วัดดูปรากฏว่าได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกันที่ 11.8 วินาที รวมถึงความเร็วสูงสุดปลายคันเร่งแตะระดับ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในวันทดสอบทำได้เฉลี่ย 21.4 กิโลเมตรต่อลิตร เป็นการขับที่ใช้คันเร่งแบบปกติไม่มีการระมัดระวังในการใช้คันเร่งเพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองดูดีแต่อย่างใดทั้งสิ้น ในการทดสอบจริงซึ่งทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลือได้ที่ 21.4 กิโลเมตรต่อลิตรนั้นไม่ได้ขับแบบประหยัดเชื้อเพลิงในช่วง eco challenge ซึ่ง Toyota มีการจัดให้สื่อลองวิ่งแบบประหยัดน้ำมันบนระยะทาง 100 กิโลเมตรก่อนจะเข้าสู่ตัวเมืองบุรีรัมย์ ผมและเพื่อนนักข่าวจากบางกอกโพสต์ขับเจ้า C-HR แยกออกจากขบวนเพื่อลองกันในรูปแบบการขับใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ถือว่าประหยัดเอาเรื่องและเป็นครอสโอเวอร์ไซล์เล็กที่มีอัตราสิ้นเปลืองดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถคู่แข่งอย่าง Honda HR-V / Nissan Juke / Ford Eco Sport และ Mazda CX-3 

เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นการขับทดสอบ Toyota C-HR ในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ด้วยการขับแบบสลาลมและการเปลี่ยนเลนแบบฉุกเฉินเพื่อทดสอบการทรงตัวในย่านความเร็วสูง หลังจากได้ลองขับ 2 รอบสั้นๆ ในสนามช้าง C-HR Hybrid ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นของช่วงล่างและความแม่นยำของชุดบังคับเลี้ยว เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ไฮบริด ตอบสนองได้ดีพอสมควรเมื่อเร่งความเร็ว บนทางตรงยาวหลังขับออกจากพิตเลนแล้วพบกับไพลอนในสถานีสลาลม ผมสามารถควบคุมทิศทางของรถหักหลบกรวยยางสีส้มก่อนถึงจุดเบรกแล้วหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโค้ง 3-4 อาการในโค้งของมันค่อนข้างเป็นกลางและมีความเสถียรใช้ได้ ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 154 มิลลิเมตรในรูปแบบครอสโอเวอร์ทำให้ต้องใช้ความระวังในการทะยานผ่านโค้งตัวยูซึ่งเป็นโค้ง 3-4 น้ำหนักตัว 1455 กิโลกรัมไม่สร้างปัญหาให้กับการควบคุมมากนัก

การปรับเซตช่วงล่างใหม่หมดรวมถึงการใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด TNGA ทำให้รถเกิดความมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วทำให้รู้สักได้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรถ Toyota ซึ่งใช้แพลตฟอร์มที่มีคุณภาพสูงขึ้น อัตราเร่งของ C-HR เวอร์ชั่นไฮบริดออกมาในแบบไหลขึ้นไปเรื่อยๆ แรงบิดทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผลักดันให้มันเกิดความกระฉับกระเฉงและคล่องแคล่ว ย่านของกำลังเหมาะกับขนาดและน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์พอดีไม่ได้ดึงแบบหลังติดเบาะ โค้งต่อเนื่อง 5-6-7-8 โดยเฉพาะโค้ง 5 ที่ต้องลงเบรกให้หนักเข้าไว้ก่อนพุ่งเข้าไปที่โค้ง 6-7 และทะยานผ่านโค้งขวาซึ่งเป็นโค้ง 8 พวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างหน้าช่วยทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมกลายเป็นเรื่องง่ายๆ แม้จะมีความสูงมากกว่ารถเก๋งทั่ว ไปแต่อาการโคลงตัวก็ไม่ได้มากจนบั่นทอนประสิทธิภาพของการยึดเกาะ ยาง Dunlop Enasave EC300 ขนาด 215/60 R17 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ เริ่มส่งเสียงทันทีที่ความเร็วเกินนิดๆ ที่ปลายโค้ง 8 เนื่องจากผมส่งคันเร่งมาเต็มเหนี่ยวที่บริเวณปลายโค้ง พุ่งผ่านโค้ง 8 ไปเจอกับโค้ง 9-10-11 ซึ่งเป็นโค้งต่อเนื่องของสนามช้าง เจ้า C-HR กับเกียร์ E-CVT พร้อมช่วงล่างหนึบๆกับพวงมาลัยคมๆ ก็ยังคงมาดมั่น 2 รอบสนามช้างจบลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับความรู้สึกที่ดีหลังจากที่ได้ลองขับเป็นครั้งแรก

หลังจากใช้เวลาอยู่ร่วมกัน 2 วัน Toyota C-HR HV-HI รุ่นสูงสุดที่กำลังทำตลาดอยู่ในเวลานี้คืออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับท่านที่ต้องการรถอเนกประสงค์ขนาดเล็กที่ ประหยัดน้ำมัน จากสภาพการณ์ที่แท้จริงของราคาเชื้อเพลิงที่นับวันจะพุ่งสูงขึ้นและไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาถูกลงอีกแล้ว C-HR เป็นรถที่ประหยัด ปล่อยมลพิษต่ำมากและขับได้ดีตอบสนองต่อการใช้งานได้ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพและราคาค่าตัวกับรถคู่แข่ง  หากคุณยังกังวลเกี่ยวกับชุดแบตเตอรี่ราคา 90,000 บาทของมัน ทาง Toyota เอง ก็ยืนยันและรับประกันอายุการใช้งานของชุดแบตฯไว้ยาวนานถึง 10 ปี เป็นการรับประกันที่พยายามแสดงให้เห็นถึงความอึดของแบตฯรุ่นใหม่ จุดเด่นของ C-HR รุ่นไฮบริดก็คือ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบไฮบริด ช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว ส่วนจุดด้อยเท่าที่ลองขับดูก็มีแค่การเก็บเสียงเท่านั้นที่ต้องปรับปรุงโดยเฉพาะเสียงยางในซุ้มล้อหลัง พื้นที่เบาะหลังมีขนาดเล็กคล้าย CX-3 แต่นั่งได้สบายกว่า แม้จะไม่ใหญ่เท่ากับ H-RV แต่ก็เพียงพอต่อการนั่งโดยสารทางไกล หลังคาที่ลาดเทลงไปยังส่วนท้ายไม่สร้างปัญหาในด้านความรู้สึกอึดอัดแม้คนนั่งจะสูงถึง 180 เซนติเมตรก็ยังนั่งได้อย่างสบายตัว

หากสนใจก็ต้องลองไปขับทดสอบด้วยตัวของคุณเองดูว่ารถพลัง Hybrid คันนี้ เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคุณและครอบครัวหรือเปล่า จากความคิดเห็นส่วนตัวหลังจากได้ทดสอบทั้งบนถนนปกติและในสนามแข่งกับ Toyota C-HR รถที่หลายๆคนรอคอย สัมผัสที่รถเผยออกมาบ่งบอกว่า Toyota ยุคใหม่นั้นเปลี่ยนไปมากโดยเฉพาะช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวที่ไม่เป็นรอง Mazda CX-3 อีกต่อไป เป็นรถทดสอบอีกคันที่ขับได้ดีอย่างที่คุยเอาไว้จริงๆโดยเฉพาะอัตราสิ้นเปลือง ความมาดมั่นของระบบรองรับกับรูปทรงที่สวยงาม ลองแล้วจะรู้ว่าพี่โตในยุคใหม่นั้นเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ.

Toyota C-HR รุ่นและราคา
Toyota C-HR 1.8 Entry ราคา 979,000 บาท
Toyota C-HR 1.8 Mid ราคา 1,039,000 บาท
Toyota C-HR HV Mid ราคา 1,069,000 บาท
Toyota C-HR HV Hi ราคา 1,159,000 บาท (คันทดสอบ) 

สีตัวถัง
Toyota C-HR 4 รุ่น 6 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ไฮบริด
Premium Red Black Roof
Blue Metallic Black Roof
Radiant Green Metallic Black Roof
White Pearl Crystal
Metal Stream Metallic
Attitude Black Mica)

สีตัวถัง สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8
White Pearl Crystal
Metal Stream Metallic
Attitude Black Mica

สีพิเศษ Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม 10,000 บาท สี White Pearl Crystal เพิ่ม 10,000 บาท

มิติตัวถัง
กว้าง 1,795 มิลลิเมตร
ยาว 4,360 มิลลิเมตร
สูง 1,565 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหลัง 1,570 มิลลิเมตร
ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้อง 154 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร
น้ำหนัก 1,455 กิโลกรัม
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร 

เครื่องยนต์
รุ่น 2ZR-FXE
แบบ เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาว์ล 
ลักษณะการวางเครื่องยนต์ เครื่องยนต์วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1798 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก 80.5 มิลลิเมตร x 88.3 มิลลิเมตร 
อัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดอีเล็กทรอนิกส์ EFI
รองรับเชื้อเพลิง E20
แรงม้าสูงสุด 72 กิโลวัตต์ 98 แรงม้า ที่ 5200 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร 14.5 กิโลกรัม/เมตร ที่ 3600 รอบต่อนาที

มอเตอร์ไฟฟ้า
แบบ มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร 
แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 600 โวลต์
กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์
แรงบิดสูงสุด (EEC net) 163 นิวตัน-เมตร

แบตเตอรี่ไฮบริด
แบบ นิกเกิ้ลเมทัลไฮดราย 
แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์
ความจุไฟฟ้า 6.5 (3 ชั่วโมง) แอมแปร์-ชั่วโมง
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 90 กิโลวัตต์ 122 แรงม้า 

ระบบส่งกำลัง เกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock
เฟืองท้าย 3.218

ระบบรองรับ
ด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง ดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่
ระบบเบรก
ด้านหน้า ดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อน
ด้านหลัง ดิสเบรก
ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยไฟฟ้า EPS

Toyota C-HR HV Hi อุปกรณ์ภายนอก 
ยางขนาด 215/60 R17 พร้อมล้ออัลลอย 17
บังโคลนซุ้มล้อ ด้านหน้าและหลัง
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Full LED
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Lights) แบบ Light Guiding
ไฟเลี้ยวด้านหน้า LED Sequential
ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัติ
ไฟท้าย Full LED รมดำ
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับไฟฟ้า และพับเก็บอัตโนมัติ
กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
สปอยเลอร์หลังไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
เสาอากาศแบบครีบฉลาม
มือจับประตูด้านนอก สีเดียวกับตัวรถ
คิ้วขอบกระจกประตู โครเมียม
คิ้วตกแต่งเสากลาง เปียโนแบล็ก
แผ่นกันความร้อนใต้ฝากระโปรง
ไฟส่องสว่างที่กระจกมองข้างแบบ LED (Welcome Lamp)

อุปกรณ์ภายใน
สีภายใน สีทูโทน (ดำและน้ำตาล)
วัสดุหุ้มเบาะ เบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์
เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ต
แผงกั้นสัมภาระด้านท้าย
เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40
ราวมือจับคู่หน้า (Assist Grip)
พวงมาลัย และวัสดุตกแต่งฐานเกียร์ หุ้มหนัง
มือเปิดประตูด้านใน โครเมียม
กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 ตำแหน่ง
กระจกแต่งหน้า บริเวณแผงบังแดดคู่หน้า พร้อมไฟส่องสว่าง
ไฟส่องสว่างบริเวณประตูหน้าและที่วางแก้วน้ำ
ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า
กระเป๋าหลังเบาะนั่งด้านหน้า คนขับและผู้โดยสาร

มาตรวัดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ (Push Start) และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)
ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
ระบบ Auto Brake Hold
ระบบเซ็นทรัลล็อก
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา
ปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ (Lumbar Support)
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย
ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้ แบบอัตโนมัติ
ระบบ EV Drive
ระบบ Sport และ ECO Drive
หน้าจอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ (Electro Chromic)
ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร Nanoe


ระบบความปลอดภัย
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Brake System)
ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution)
ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control)
ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)
ไฟตัดหมอกหน้า
ไฟตัดหมอกหลัง
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ELR 3 จุด 2 ที่นั่ง
เข็มขัดนิรภัยด้านหลัง ELR 3 จุด 3 ที่นั่ง
ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าฝั่งคนขับ)
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISO-FIX and Top Tether)
กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
ระบบแจ้งเตือนลมยาง (TPMS)
สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า-ท้าย และที่มุมกันชน 8 จุด
ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor)
ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่
ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beams)
ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)
ระบบเตือนการโจรกรรม TDS
ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer


เครื่องเสียง
DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/HDMI/Micro SD Card
ระบบนำทาง (Navigator)
ระบบ T-Connect Telematics
ระบบเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง
ลำโพง 6 ตำแหน่ง.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รีวิวทดสอบ Toyota C-HR HV Hi รุ่นท็อปสุด ราคา 1,159,000 บาท 23 ก.พ. 2561 10:29 11 มิ.ย. 2561 12:36 ไทยรัฐ