วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระบบสอบสวนแบบไทย

ขณะที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจกำลังเร่งทำรายงานเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปตำรวจอยู่นี้ มีข่าวด้านลบเกี่ยวกับตำรวจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีตำรวจชั้นผู้น้อยเข้าแถวหลายสิบคนเพื่อรับซองอั่งเปาสีแดง ข่าวอดีต ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์เรื่องยืมเงินเพื่อน 300 ล้านบาท และข่าวตำรวจกับกรณีหวย 30 ล้านที่โด่งดัง

ข่าวตำรวจเดินแถวรับซองอั่งเปา สังคมเข้าใจว่าผู้แจกเงินเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง แต่กลายเป็นนายตำรวจยศ ร.ต.ต. ที่มีประวัติเคยถูกให้ออกจากราชการ ฐานเป็นเจ้าของบ่อนผิดกฎหมายในขณะที่เป็นนายดาบ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจผู้ใหญ่ให้กลับเข้ารับราชการ ยอมรับว่าแจกเงินให้ตำรวจชั้นผู้น้อยเพราะงานหนักเงินเดือนน้อย

ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งตำรวจผู้ให้และผู้รับอั่งเปามีความผิดฐานใดหรือไม่ แต่ผู้ให้ถูกสั่งพักราชการระหว่างรอผลการสอบสวนทางวินัย อีกข่าวหนึ่งคือ กรณีอดีต ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่ายืมเงินจากเสี่ยเจ้าของสถานอาบอบนวด ที่ถูกบุกและตั้งข้อหาค้ามนุษย์ 300 ล้านบาท และบอกว่างานตำรวจเป็นแค่ไซด์ไลน์ หรืออาชีพเสริม การทำธุรกิจคืออาชีพหลัก

เรื่องนี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อดีต ส.ส.บางคนยื่นเรื่องให้สอบสวนฐานฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง อดีตอธิบดีกรมตำรวจท่านหนึ่งถึงกับเรียกร้องให้ถอดยศ พล.ต.อ. ของอดีต ผบ.ตร. ขณะที่สังคมสงสัยว่าการกู้เงินจากเพื่อนที่เป็นนักธุรกิจสีเทาเป็นเรื่องที่สมควรหรือไม่ และถ้าไม่ใช่ ผบ.ตร. เพื่อนคนนั้นจะให้กู้ยืมหรือไม่

น่าเป็นห่วงด้วยว่าถ้าตำรวจส่วนใหญ่ถือคติว่างานตำรวจเป็นแค่รายได้เสริม ส่วนรายได้หลักคือการทำธุรกิจ กระบวนการยุติธรรมปั่นป่วนหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีหวย 30 ล้าน ที่เป็นคดีเดียวกัน ผู้ต้องหาและถูกกล่าวหาก็กลุ่มเดียวกัน พยานหลักฐานก็คล้ายๆกัน แต่ตำรวจสองฝ่ายทำท่าจะสรุปต่างกัน กลายเป็นข่าวที่ก่อความสับสน

จากกรณีข่าวโด่งดังหวย 30 ล้าน ที่ต้องเปลี่ยนตำรวจผู้รับผิดชอบจากตำรวจภูธรภาค 7 เป็นกองบัญชาการสอบสวนกลาง มีการนำตัวพยานปากสำคัญไปสอบเค้นเอาความจริงถึง 18 ชั่วโมง ทั้งๆที่เป็นเพียงพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา เรื่องนี้ก็มีเสียงวิจารณ์กันมาก เป็นวิธีการสอบสวนที่เหมาะสมและชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่

เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งยืนยันคำกล่าวที่ว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญาขึ้นอยู่กับการสอบสวนในขั้นตำรวจ จะสอบให้ฟ้องก็ได้ไม่ให้ฟ้องก็ได้ จะสอบสวนเข้าข้างฝ่ายใดก็ได้ และมักจะมีผู้บังคับบัญชาเข้าไปล้วงลูกพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีจึงขาดความเป็นอิสระ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สำคัญยิ่งนี้อย่างไร.

ขณะที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจกำลังเร่งทำรายงานเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปตำรวจอยู่นี้ มีข่าวด้านลบเกี่ยวกับตำรวจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีตำรวจชั้นผู้น้อยเข้าแถวหลายสิบคนเพื่อรับซองอั่งเปา... 23 ก.พ. 2561 10:18 23 ก.พ. 2561 13:58 ไทยรัฐ