วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกตามมะกัน "วิรไท" ลั่นเศรษฐกิจไทยมีกันชนรับผันผวนโลก

แบงก์ชาติชี้ดอกเบี้ยไทย ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามสหรัฐฯทันที ลั่น! เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีกันชนที่สามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี แค่อย่าชะล่าใจ ต้องบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม ทั้งอัตราแลกเปลี่ยนต้นทุนทางเศรษฐกิจ ส่วนการตั้งแบงก์กิ้ง เอเย่นต์ พร้อมหนุนเต็มที่

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตลาดทุนตลาดเงินทั่วโลก มีการปรับฐานและปรับตัวลดลงรุนแรง (Market Correction) หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งความผันผวนที่จะเกิดขึ้น ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องและอาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับมุมมองของตลาดที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ (Mismatch) ดังนั้น นักลงทุนอย่าชะล่าใจ ต้องบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม ทั้งเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนทางเศรษฐกิจ โดยต้องติดตามผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งหากปรับตัวขึ้นเร็ว อาจเป็นแรงกดดันทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือ เฟด ปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเร็วเช่นกัน แต่ในส่วนของประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามต่างประเทศทันที เพราะนโยบายการเงินของแต่ละประเทศ ต้องสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลัก และอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยที่ยังต่ำ สภาพคล่องในประเทศสูง ถือว่าเพียงพอในการรองรับ หากเงินทุนต่างประเทศจะไหลออกไปบ้าง

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีกันชนที่สามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี เนื่องจากไทยมีหนี้ต่างประเทศในระดับต่ำเพียง 36% ของจีดีพี มีสภาพคล่องเกินดุลสูง โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลสูงถึง 10.8% ของจีดีพี เงินสำรองระหว่างประเทศมีสูงกว่าหนี้ต่างประเทศทั้งหมด 4 เท่า ขณะที่สถานะของสถาบันการเงินแข็งแกร่ง มีการสำรองหนี้เสียสูง และดูแลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ได้ดี ส่วนหนี้ของเอกชนไม่ได้สร้างความเปราะบางให้เศรษฐกิจ เพราะมีสัดส่วนเพียง 76.7% ของจีดีพีเท่านั้น ต่ำกว่าหลายประเทศ และ 3 ใน 5 เป็นหนี้ระยะยาว ขณะที่หนี้สกุลต่างประเทศ เป็นของบริษัทขนาดใหญ่เพื่อกู้ไปลงทุนต่อ “ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท พบว่าสถานการณ์ดีขึ้น การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทไม่หนาแน่นเหมือนที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยภายนอก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน”

สำหรับตัวเลขการนำเข้าของไทยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ที่ปรับตัวสูงเกิน 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ดุลการค้าขาดดุลติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแรงส่งของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนว่า มีทิศทางดีขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างดี เพราะมีการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการผลิตมากขึ้น และส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

นายวิรไท กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารพาณิชย์จัดตั้งตัวแทนธนาคาร หรือแบงก์กิ้ง เอเย่นต์ เพื่อ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินสะดวก และทั่วถึงว่า ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของธนาคารได้มากขึ้น คล้ายการมีบริการ “อีแบงก์กิ้ง” ในหลายรูปแบบ อาทิ พร้อมเพย์ และโมบายแบงก์กิ้ง และ QR code ซึ่ง “แบงก์กิ้ง เอเย่นต์” แต่ละแห่ง อาจทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์ของแต่ละธนาคาร ที่จะปรับให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย

“กรณีที่สมาคมธนาคารไทยหารือร่วมกันเพื่อปรับปรุงระบบ ATM ให้เป็นรูปแบบ ไวท์ เลเบล หรือเอทีเอ็มป้ายขาว ไม่มีการแบ่งแยกค่ายธนาคาร โดยมีเอทีเอ็ม 70,000 เครื่องทั่วประเทศ ที่สามารถรับบัตรของทุกธนาคารได้ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ธนาคารพาณิชย์จะใช้ทรัพยากรในระบบการเงินร่วมกัน เป็นการลดต้นทุนทางธุรกิจลดความซ้ำซ้อนในการมี ATM”

ส่วนความคืบหน้าการออกหลักเกณฑ์ ควบคุมการลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี่ นั้น อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นทางกฎหมาย ฉะนั้นต้องมีการตีความและดูความสอดคล้องของกฎหมายแต่ละฉบับให้เหมาะสม ซึ่งอาจไม่ได้ใช้กฎหมายฉบับเดียวในการกำกับดูแล และหากหลักเกณฑ์ดังกล่าวออกมา ธปท.จะยังคงขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ให้ทำตามหนังสือเวียน ที่ไม่ให้สถาบันการเงินทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่ เพราะสถาบันการเงินมีหน้าที่ดูแลเงินฝากของประชาชน จึงไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยวกับตราสารที่มีความเสี่ยงสูง.

แบงก์ชาติชี้ดอกเบี้ยไทย ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามสหรัฐฯทันที ลั่น! เศรษฐกิจไทยยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีกันชนที่สามารถรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ดี แค่อย่าชะล่าใจ... 23 ก.พ. 2561 10:03 ไทยรัฐ