วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกค้าคือพระเจ้า คาถารวยไม่หยุดเจ้าพ่อวอลมาร์ท

ใครว่ายุคนี้เป็นยุคขาลงของธุรกิจค้าปลีก ถ้าห้างสรรพสินค้ากำลังจะเจ๊งจริงๆ เพราะคนแห่ไปช็อปปิ้งออนไลน์ “ครอบครัววอลตัน” คงจะไม่ผูกขาดอันดับตระกูลเศรษฐีรวยที่สุดในอเมริกาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

ในอเมริกาไม่มีใครไม่รู้จักครอบครัววอลตัน เพราะเป็นเจ้าของห้างค้าปลีกใหญ่ที่สุดในโลกและเก่าแก่ที่สุดอย่าง “ห้างวอลมาร์ท” ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1962 ที่เมืองโรเจอร์ส รัฐอาร์คันซอ ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วโลก 11,718 สาขา มีพนักงานมากกว่า 2.3 ล้านคน สร้างรายได้ให้ประเทศปีละเกือบห้าแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าวอลมาร์ทล้มก็สะเทือนเศรษฐกิจทั้งโลกแน่นอน

และถึงแม้ “ห้างวอลมาร์ท” จะเปิดให้บริการมานานกว่า 55 ปี และเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเป็นบริษัทมหาชนตั้งแต่ปี 1972 แต่ทุกวันนี้วอลมาร์ทก็ยังบริหารในรูปแบบธุรกิจครอบครัวเต็มตัว โดย “แซม วอลตัน” ได้วางราก ฐานไว้หลายอย่างจนกลายเป็นสไตล์การทำธุรกิจในแบบ ฉบับเฉพาะตัวของตระกูลวอลตัน จุดแข็งสำคัญก็คือ เน้นขายของหลากหลายมียี่ห้อในราคาที่ถูกกว่าห้างอื่น และหากลูกค้าไม่พอใจสินค้าสามารถ นำกลับมาคืนได้ทันที

ในทัศนะของ “แซม วอลตัน” ลูกค้าคือพระเจ้าตัวจริง เขาพูดเสมอว่า เจ้านายของเรามีคนเดียว นั่นคือลูกค้า และลูกค้าสามารถเลิกจ้างพวกเราทุกคนในบริษัทได้ ด้วยการหนีไปซื้อของกับร้านอื่น

“แซม วอลตัน” ก็เหมือนเจ้าสัวยุคเสื่อผืนหมอนใบ ที่เกิดมาในครอบครัวยากจน แต่กัดฟันสู้จนสามารถสร้างฐานะเป็นปึกแผ่น พ่อของแซมเป็นชาวไร่ ที่ผันตัวไปค้าที่ดินและขายประกันภัย เพราะเจอพิษเศรษฐกิจตกสะเก็ด ชีวิตวัยเด็กของเขาไม่สุขสบายนัก ต้องทำงานพิเศษหลายอย่างหาเงินจุนเจือครอบครัว ทั้งรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์ และรีดนมวัวขาย กระนั้น ก็ดิ้นรนจนจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิสซูรี และเริ่มต้นอาชีพแรกด้วยการเป็นพนักงานขายในห้างเจ.ซี.เพนนี ได้เงินเดือน 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากนั้นลาออกไปเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

โชคชะตาเข้าข้างหนุ่มบ้านนาอยู่บ้าง เมื่อเขาได้แต่งงานกับลูกสาวนักกฎหมายฐานะดีของโอกลาโฮมา ซึ่งพ่อตานี่เองเป็นคนให้ยืมเงินลงทุนก้อนแรก 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทำให้แซมได้เป็นเถ้าแก่เปิดร้านค้าปลีกแห่งแรกชื่อว่า “เบน แฟรงคลิน” ขณะอายุเพียง 26 ปี ด้วยหัวเซ็งลี้ที่รู้จักตระเวนหาสินค้าแปลกใหม่จากถิ่นอื่นมาขาย ภายในเวลาแค่ 2 ปีครึ่ง เขาสามารถคืนเงินพ่อตาได้หมด และขยายสาขาเปิดห้างฯไปทั่วภูมิภาคได้ถึง 16 สาขา

กระนั้น ต้องรออีกเกือบ 2 ทศวรรษ ห้างวอลมาร์ทอันยิ่งใหญ่จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1962 โดย “แซม วอลตัน” ตั้งใจปั้นให้เป็นห้างค้าปลีกแรกที่เน้นขายของหลากหลายในราคาถูกกว่าห้างอื่น สร้างอำนาจต่อรองด้วยการสั่งซื้อสินค้าวอลุ่มเยอะๆจากโรงงานผู้ผลิตท้องถิ่นโดยตรง วอลมาร์ทเป็นห้างแรกที่ยอมลงทุนกับระบบกระจายสินค้าและเทคโนโลยีการจัดส่งสินค้าใหม่ๆ เขายอมทำทุกอย่างเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า เพราะเชื่อว่าถ้าพยายามให้เกินความคาดหวังของลูกค้าไว้ก่อน ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการซ้ำเรื่อยๆ

พนักงานของวอลมาร์ทยังขึ้นชื่อเรื่องความรักความทุ่มเทให้กับการทำงาน เพราะแซมปฏิบัติต่อพนักงานเยี่ยงหุ้นส่วนธุรกิจ และใช้แผนแบ่งปันกำไรซื้อใจคนทำงาน ไม่ได้มองเป็นเบี้ยล่างกดขี่ได้กดขี่เอา จนทุกวันนี้ แม้เจ้าพ่อวอลมาร์ทจะเสียชีวิตไปนับสิบปี แต่ลูกหลานตระกูลวอลตันก็ยังยึดมั่นในแนวทางดั้งเดิม โดยเฉพาะเรื่องการเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ยอมเป็นข่าว และการใช้ชีวิตสมถะประหยัดอดออม เพื่อเป็นแบบอย่างให้อเมริกันชน.

มิสแซฟไฟร์

ใครว่ายุคนี้เป็นยุคขาลงของธุรกิจค้าปลีก ถ้าห้างสรรพสินค้ากำลังจะเจ๊งจริงๆ เพราะคนแห่ไปช็อปปิ้งออนไลน์ “ครอบครัววอลตัน” คงจะไม่ผูกขาดอันดับตระกูลเศรษฐีรวยที่สุดในอเมริกาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้.. 23 ก.พ. 2561 09:04 ไทยรัฐ