วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนผู้ผลิต อย่าชะล่าใจ จี้ปรับตัวรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า

ปลัดอุตสาหกรรม จี้ผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน อย่าชะล่าใจ ต้องปรับตัวรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อความอยู่รอด...

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต ว่า ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกจะมุ่งสู่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ได้แก่ รถไฟฟ้าไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง ในประเทศไทยมีการผลิตรถไฟฟ้าแล้ว 2 ประเภทคือ รถไฟฟ้าไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน ซึ่งภาครัฐได้กำหนดนโยบายและ มาตรการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าว โดยได้เปิดกว้างรับทุกเทคโนโลยี เพราะผู้ผลิตแต่ละรายจะมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีที่แตกต่างกันไป

“ผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมที่จะปรับตัวให้เติบโตหรืออยู่รอดให้ได้ เมื่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามาถึง ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนจำเป็นต้องเร่งพัฒนาในทิศทางที่สอดคล้องกับผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อก้าวไปพร้อมๆ กัน หากเปลี่ยนผ่านไม่ทันอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และอาจส่งผลให้ธุรกิจค่อยๆ ล้มหายไป เหมือนอย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับอุตสาหกรรมผู้ผลิตจอภาพโทรทัศน์ของไทย ซึ่งเคยเป็นผู้นำในการผลิตทีวีจอแก้ว (CRT) แต่มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ไปเป็นจอแอลซีดี แอลอีดี เต็มรูปแบบ และในปัจจุบันเป็นจอโอแอลอีดี ดังนั้น หากชะล่าใจไม่ปรับตัว อาจทำให้สูญเสียตลาดให้กับคู่แข่งได้ ขอแนะนำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทย เข้ามาใช้บริการศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต เพื่อช่วยออกแบบ แก้ปัญหา และร่วมคิดทดสอบผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนใหม่ที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีรถไฟฟ้า รวมทั้งความต้องการของตลาด” ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลล่าสุดของสถาบันยานยนต์ พบว่า มีผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ประมาณ 1,600 ราย โดยเป็นกิจการของคนไทยจำนวน 850 ราย ซึ่งรถยนต์นั่ง 1 คัน จะประกอบด้วยชิ้นส่วนหลัก จำนวน 800-2,200 ชิ้น และในการพัฒนาจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่นั้น จะส่งผลกระทบกับผู้ผลิตชิ้นส่วน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก ชิ้นส่วนที่จะหายไป ได้แก่ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง หม้อน้ำ กลุ่มที่สอง ชิ้นส่วนที่จะมีอยู่ ได้แก่ ระบบเกียร์ ระบบเบรก ชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และด้านความปลอดภัย ระบบปรับอากาศที่ใช้ไฟฟ้า และกลุ่มที่ 3 ชิ้นส่วนใหม่ ได้แก่ แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และกล่องควบคุม (ECU) หรือชิ้นส่วนที่มีการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาขึ้น

พร้อมย้ำผู้ผลิตชิ้นส่วนในกลุ่มที่ 2 จะต้องพัฒนาด้านการออกแบบ รวมถึงการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ชิ้นส่วนในปัจจุบันใช้ได้กับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ หรือคุณสมบัติเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ปลัดอุตสาหกรรม จี้ผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน อย่าชะล่าใจ ต้องปรับตัวรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อความอยู่รอด... 23 ก.พ. 2561 05:20 ไทยรัฐ