วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปปท.ลงสุ่มตรวจ เจออีกโกงคนจน ในศูนย์คนจรจ.ตราด สวมชื่ออส.เบิก2พัน

ปปท.ลงสุ่มตรวจ เจออีกโกงคนจน ในศูนย์คนจรจ.ตราด สวมชื่ออส.เบิก2พัน

  • Share:

ลากไส้ขบวนการโกงเงินคนจน โผล่อีกที่ จ.ตราด ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท.ลงพื้นที่สุ่มตรวจ 200 รายชื่อ ในบัญชีเบิกจ่ายเงินจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดตราด พบมีรายชื่อ อส.อำเภอแหลมงอบ 15 คน ได้รับคนละ 2,000 บาท แต่พอไปสอบถามทุกคนไม่รู้เรื่องว่าไปมีชื่ออยู่ได้อย่างไรและไม่เคยได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว เตรียมตั้งคณะอนุกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบละเอียดอีกครั้ง รมว.พม.เรียกประชุมผู้บริหารทบทวนระเบียบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ ปลัด พม.รับได้ถูกคนวิจารณ์ แต่ถ้าเหตุการณ์คลี่คลายจะรู้เรื่องจริงเป็นอย่างไร รองปลัด พม.ยันเรื่องนี้ ไม่มีเงินทอน พร้อมให้ตรวจสอบถ้าผิดจริงยอมรับโทษ ป.ป.ช.พร้อมหนุนสอบทุจริตเงินคนจน

กลายเป็นหนังม้วนยาวยิ่งสาวยิ่งเจอขบวนการโกงเงินคนจน หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เดินหน้าตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น บานปลายขยายวงกว้างลามไปยัง จ.เชียงใหม่ จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย และ จ.สุราษฎร์ธานี พบความผิดปกติการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยโรคเอดส์ มีชาวบ้านถูกสวมชื่อใช้สิทธิแต่กลับไม่ได้รับเงิน บางรายได้รับเงินแต่ไม่ครบจำนวนตามที่เบิกจ่ายไป ขณะที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 ศูนย์ฯ

ความคืบหน้าการสาวไส้ขบวนการงาบเงินคนจนโผล่อีกที่ จ.ตราด เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 ก.พ. พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. เดินทางไปที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดตราด สุ่มตรวจรายชื่อผู้ได้รับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ประมาณ 200 คน ในจำนวนนี้มีการนำชื่อ อส.อำเภอ แหลมงอบ 15 คนไปทำเรื่องเบิกจ่ายเงินคนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท จากนั้นเดินทางไปสอบถาม อส.ทั้ง 15 คน ปรากฏว่าทุกคนไม่รู้ว่า ตัวเองไปมีรายชื่อเบิกจ่ายเงินได้อย่างไรและไม่มีใครได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว

พ.ต.ท.วันนพเผยว่า หลังตรวจพบความผิดปกติการเบิกจ่ายเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดตราด ในวันที่ 26 ก.พ.นี้จะตั้งคณะอนุกรรมการเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะเดียวกันยังต้องตรวจสอบต่อไปด้วยว่ามีการสวมชื่อชาวบ้านคนอื่นไปเบิกเงินอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างขยายผลหาข้อมูลอย่างละเอียด ขณะนี้เท่ากับที่พบการทุจริตงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น

จ.เชียงใหม่ และกำลังดำเนินการตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศอยู่ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ จะประชุมรวบรวมข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สรุปให้กับ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รรท.เลขาธิการ ป.ป.ท.รับทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 8 ลงพื้นที่ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบความผิดปกติในหลายพื้นที่ ทั้งที่ อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอนสัก และ อ.บ้านนาสาร พบว่าที่ ต.ท่ากระดาน อ.คีรีรัฐนิคม จัดงบ ประมาณให้กับพื้นที่จริง เป็นเงินทุนสงเคราะห์ประกอบอาชีพทำดอกไม้จันทน์และเหรียญโปรยทาน มีรายชื่อ 20 คน ตามโครงการอุดหนุนอาชีพเบิกจ่ายหัวละ 3,000 บาท ทุกคนได้รับครบจำนวนและเกิดประโยชน์จริง ส่วนที่ ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม เป็นโครงการสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง มีรายชื่อ 36 คน เบิกจ่ายหัวละ 3,000 บาท พบได้รับ ไม่เท่ากัน ตั้งแต่ 1,000 1,500 และ 2,000 บาท

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 8 ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี สอบสวนชาวบ้านไปแล้วเกือบ 170 ราย พบทั้งกลุ่มที่ไม่ได้เป็นผู้มีรายได้น้อยและไม่ได้รับเงิน กลุ่มมีรายชื่อได้รับเงินไม่เต็มจำนวน กลุ่มมีรายชื่อแต่ไม่ได้รับเงินเลย รวมถึงกลุ่มที่ได้รับเงิน เต็มจำนวน อยู่ระหว่างสอบสวนให้ได้จำนวนมากที่สุด นอกจากนี้ ป.ป.ท.เขต 8 จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เป้าหมายอีก 3 จังหวัดคือ นครศรีธรรมราช ชุมพร และกระบี่ เนื่องจากเบิกงบประมาณเกินกว่า 1 ล้านบาท

ส่วนการสืบสวนสอบสวนรวบรวมข้อมูลการทุจริตเงินช่วยเหลือคนจนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น มีรายงานว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงรอเพียงเอกสารตัวจริงจากรักษาการ ผอ.ศูนย์ฯเท่านั้น จากนั้นจะสรุปสำนวนและแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผย ความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีกระแสข่าวข้าราชการระดับสูง พม.พัวพันทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคน ไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัดว่า อยู่ระหว่างการทาบทามคนนอกเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะรู้ว่าเป็นใครบ้างในสัปดาห์หน้า

นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัด พม. กล่าวถึงกรณีเพจดังในเฟซบุ๊กขึ้นรูปผู้บริหาร พม. 2 คน พร้อมระบุข้อความเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทุจริตเงินคนจนว่า วันหนึ่งเมื่อเหตุการณ์นี้คลี่คลายทุกคนจะรู้เรื่องจริงเป็นอย่างไร แต่สังคมไทยไม่ค่อยสนใจเพราะ ตัดสินใจเชื่อว่าผิดไปแล้ว ตัวเองเป็นคนสาธารณะ ทุกคนจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ได้ จะเก็บมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงวิธีการทำงาน เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เข้าใจความเป็นมนุษย์ที่มักมองคนในแง่ร้าย ดังนั้น ใครจะว่าหรือกล่าวหาอย่างไรก็ได้ หากเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าจะไปเดือดร้อนอะไร

ขณะที่นายณรงค์ คงคำ รองปลัด พม.เผยกรณีถูกพาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ในลักษณะเงินทอนว่า ยืนยันว่าไม่มีเงินทอนแน่นอน พร้อมจะให้ตรวจสอบหากพบมีมูลความผิดก็พร้อมจะรับโทษ ส่วนที่ รมว.พม.เตรียมตั้งคนนอกมาเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง ส่วนตัวไม่มีความเห็น แต่เป็นการดีที่จะได้ให้ข้อเท็จจริง เพราะตั้งแต่ที่ สตง.ส่งเรื่องนี้มาให้ พม.ตรวจสอบวันที่ 30 มิ.ย.60 พม.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มีว่าที่ ร.ต.ศรัณย์ สมานพันธ์ รองปลัด พม.ขณะนั้นเป็นประธานสอบในระดับพื้นที่ พบว่ามีข้อสงสัยการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้องที่ จ.ขอนแก่น และเชียงใหม่ จึงส่งเรื่องให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ(พส.) ดำเนินการตามกระบวนการต่อ

รองปลัด พม.เผยด้วยว่า หนังสือของ สตง.ยังให้สอบผู้บริหาร 2 คน คือตนในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ พม. และนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดี พส. ได้ชี้แจงถึงอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกระบวนการไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีการสรุปผลสอบเป็นอย่างไร เรื่องร้องเรียนในขณะนั้นน่าเชื่อว่าเป็นการดิสเครดิตตนและนายพุฒิพัฒน์ เพราะเป็นช่วงแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ พม. ทั้งนี้ ระเบียบการจ่ายเงินสงเคราะห์ของ พส. สามารถจ่ายให้บุคคลโดยตรงรายละไม่เกิน 3 พันบาท ใน 1 ปีไม่เกิน 3 ครั้ง หรือจ่ายเป็นสิ่งของ หรือจ่ายผ่านการรวมกลุ่มของผู้ยากไร้ดำเนินการเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีที่ ป.ป.ท.ไปถามรายบุคคลอาจจะเห็นว่าไม่ได้รับเงินและเป็นช่องเชื่อมโยงว่ามีการทอนเงินให้กับผู้อยู่เบื้องหลัง ทั้งที่จริงแล้วเป็นการจ่ายผ่านกลุ่ม อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 ก.พ. เวลา 15.00 น. รมว.พม. เรียกประชุมผู้บริหาร พม.ทุกกรมเพื่อพิจารณาทบทวนระเบียบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการสอบข้อเท็จจริงกรณีศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง

ว่าที่ ร.ต.ศรัณย์ สมานพันธ์ อดีตรองปลัดพม.กล่าวว่า หลังจาก สตง.ส่งเรื่องให้ พม.ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ตั้งแต่เดือน มิ.ย.60 มีการส่งเรื่องถึงปลัด พม. และมีคำสั่งลงวันที่ 20 ส.ค.60 แต่งตั้งตนเป็นประธานสอบข้อเท็จจริงในขณะนั้น ตนเร่งดำเนินการลงพื้นที่ทันที สุ่มตรวจพื้นที่ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณวงเงินสูงๆ พบบางแห่งดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบราชการ เนื่องด้วยอาจจะมีเอกสารจำนวนมาก การทำงานต้องเร่งช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้รับการช่วยเหลือมีข้อจำกัดต่างๆ ครั้งนั้นตนสรุปเรื่องเบื้องต้นเสนอปลัด พม.ช่วงปลายเดือน ก.ย.60 เป็นช่วงคาบเกี่ยวที่ตนเกษียณอายุราชการ รายงานที่เสนอไปไม่ได้ถือเป็นการปิดสำนวน เพียงตั้งข้อสังเกตถึงบางแห่งที่พบการไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ยังไม่ได้ชี้มูลความผิด ต้องเป็นกระบวนการของต้นสังกัดที่จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ให้ สัมภาษณ์กรณีที่มีการร้องให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.อดุลย์ ในขณะดำรงตำแหน่ง รมว.พม. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบปัญหาการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งว่า หนังสือร้องเรียนเรื่องการทุจริตที่มีคนส่งไปยัง สตง. เป็นลักษณะบัตรสนเท่ห์ที่ไม่ปรากฏชื่อผู้ร้อง เป็นการให้ข้อมูลกว้างๆว่ามีการทุจริต มีความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงิน ซึ่งในวงราชการ เรื่องบัตรสนเท่ห์ลักษณะนี้มีเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงแต่งตั้งโยกย้ายถือเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการทันทีและส่งผลสอบข้อเท็จจริงมาถึงตนช่วงเดือน ต.ค. พบแนวโน้มมีมูลความผิดปกติ แต่อยู่ในระดับล่างๆ จึงสั่งการให้ปลัดกระทรวงขณะนั้น ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องของงบประมาณข้าราชการ ระหว่างดำเนินการอยู่นั้นตนย้ายมาเป็น รมว.แรงงาน พอดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้