วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: “All the Money in the World” รวย (เลว) ไร้ที่ติ

นอกจากจะรวยและเลวอย่างไร้ที่ติแล้ว การแสดงของนักแสดงนำก็ไร้ที่ติด้วย #ปรบมือ

ต้องบอกว่าเหนือความคาดหมายไม่น้อย สำหรับ “All the Money in the World” หรือชื่อไทย “ค่า-ไถ่-อำมหิต” ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงสุดระทึกในยุค 70 เกี่ยวกับการเรียกค่าไถ่สุดโหดของ “จอห์น พอล เก็ตตี้ ที่ 3” (John Paul Getty 3) ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง “ชาร์ลี พลัมเมอร์”

 

“All the Money in the World” เป็นผลงานล่าสุดของ “ริดลีย์ สก็อตต์” ผู้กำกับคนดังในตำนานเจ้าของผลงานสร้างชื่ออย่าง “Alien” (1979), “Gladiator” (2000), และ “The Martian” (2015) ถ้าดูจากรายชื่อหนังที่เขาเคยกำกับ ต้องบอกว่าเรื่องนี้ฉีกแนวอย่างมาก แต่ส่วนตัวคิดว่าเขาก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว จังหวะระทึกที่เป็นเสน่ห์ของหนังแนวระทึกขวัญที่เขาเชี่ยวชาญถูกนำมาปรับใช้ในนี้ได้อย่างน่าทึ่ง

จะเรียกว่าเรื่องของ “จังหวะ” เป็นจุดแข็งของ “All the Money in the World” ก็ว่าได้ เพราะนอกจากบรรยากาศอึดอัดที่พึงมีในหนังเรียกค่าไถ่ทั่วไป เรื่องนี้ก็มีจังหวะชวนระทึกขวัญมาก หัวใจเต้นแรงแทบจะตลอดเวลา ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่า “จอห์น พอล เก็ตตี้ ที่ 3” (ชาร์ลี พลัมเมอร์) จะรอดจากการเรียกค่าไถ่ครั้งนี้ได้หรือไม่

แต่เหนือกว่า “จังหวะ” คือ “ทีมนักแสดงนำ” นำทีมโดย “คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์” ในบท “จอห์น พอล เก็ตตี้” มหาเศรษฐีธุรกิจน้ำมันในตะวันออกกลางที่ใช้คำว่า “หน้าเลือด” หรือ “หน้าเงิน” อาจจะน้อยเกินไป ซึ่งเรื่องนี้เขามารับบทแทน “เควิน สเปซี่” แบบกะทันหัน เพราะรายนั้นมีคดีอื้อฉาว ตามมาด้วยนักแสดงสาวเจ้าบทบาท “มิเชล วิลเลียมส์” ในบท “เกล ฮาร์ริสัน” อดีตลูกสะใภ้ของ “จอห์น พอล เก็ตตี้” และแม่แท้ๆ ของ “จอห์น พอล เก็ตตี้ ที่ 3” (ชาร์ลี พลัมเมอร์) ปิดท้ายด้วยนักแสดงหนุ่มที่ว่ากันว่าค่าตัวเขาทะลุเป็นอันดับหนึ่งของปี 2017 อย่าง “มาร์ค วอห์ลเบิร์ก” ซึ่งมารับบท “เฟรทเชอร์ เชส” ผู้ช่วยมือดีของ “จอห์น พอล เก็ตตี้” และอดีตหน่วยซีล

แค่รายชื่อก็การันตีผลงานแล้ว โดยเฉพาะ “คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์” ที่เคยได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก “Beginners” (2010) และครั้งนี้เขาก็ถูกเสนอชื่อบนเวทีออสการ์อีกครั้งในสาขาเดียวกัน ส่วนตัวคิดว่าเขาแสดงได้ดีทีเดียว เลวและรวยอย่างไร้ที่ติมาก จนเรียกได้ว่าเกิดความรู้สึกขนลุกด้วยความรังเกียจตัวละคร “จอห์น พอล เก็ตตี้” อย่างยิ่ง...คนอะไรจะบูชาเงินได้ขนาดนี้!

นักแสดงอีกคนที่สำคัญไม่แพ้ท่านอื่นก็คือ “ชาร์ลี พลัมเมอร์” ซึ่งรับบท “จอห์น พอล เก็ตตี้ ที่ 3” หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของ “จอห์น พอล เก็ตตี้” (คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์) คือ...หน้าใหม่สุด (และอ่อนเยาว์สุด) ของเรื่อง แต่บทบาทกลับไม่ธรรมดา ทั้งเก็บกดและกดดันจากบุคคลรอบข้าง และเหตุการณ์ถูกจับเรียกค่าไถ่ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

ส่วนตัวคิดว่า “ชาร์ลี พลัมเมอร์” มีหน้าตาและบุคลิกคล้ายตัวจริงมาก ส่วนฝีมือการแสดงก็ไม่เลว เป็นศูนย์กลางของเรื่องที่เรียกคะแนนความสงสาร และเห็นใจได้ตลอดเวลา ทั้งที่ความจริงคาแรกเตอร์ของเขาก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ใสซื่อนัก

นอกจากจังหวะกับทีมนักแสดง อีกเรื่องที่ชวนอึ้งตลอดทั้งเรื่องคือเรื่องจริงของ “จอห์น พอล เก็ตตี้” มหาเศรษฐีธุรกิจน้ำมันในตะวันออกกลางที่รวยติดอันดับโลก เขามีเงินมากมายจนใช้ชาตินี้ชาติหน้าก็ไม่หมด แต่กลับไม่ยอมจ่ายเงินค่าไถ่ จำนวน 17 ล้าน เพื่อช่วยชีวิตหลานชายคนเดียว...

ส่วนตัวคิดว่าความน่าสนใจของ “All the Money in the World” ไม่ใช่แค่องค์ประกอบในการเล่าเรื่องอย่าง “จังหวะ” และ “ทีมนักแสดงนำ” รวมไปถึงองค์ประกอบศิลป์อื่นๆ แต่เป็นเพราะเรื่องจริงสุดสะพรึงของเศรษฐีคนดังเจ้าของพิพิธภัณฑ์ “The Getty” ในเมืองลอสแอนเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วย...อะไรทำให้คนรวยระดับโลกใจร้าย และใจดำขนาดนั้น

เอาจริงๆ น่าจะมีเหตุผลซับซ้อนมากสำหรับความเป็นมหาเศรษฐี “จอห์น พอล เก็ตตี้” เชื่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเขาหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแบบนั้น ซึ่งต้องลองไปดูค่ะแล้วจะทึ่ง ก็อย่างที่ตัวเขาเองเคยพูดไว้ “Anyone can get rich, but to be a rich is another story” (ใครๆ ก็รวยได้ แต่การเป็นคนรวย...มันคืออีกเรื่องนึง) ซึ่งส่วนตัวมาดามคิดว่า...เป็น A brutal Story หรือเรื่องที่โหดร้ายจริงๆ

หนังเข้าแล้ววันนี้ #ไม่Mass แต่ #ไม่น่าพลาด

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

ภาพยนตร์ชวนระทึกขวัญที่สร้างจากเรื่องจริงของการเรียกค่าไถ่สุดอำมหิต “จอห์น พอล เก็ตตี้ ที่ 3” ในช่วงปี 70s ผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับคนดังอย่าง “ริดลีย์ สก็อตต์” 22 ก.พ. 2561 15:25 ไทยรัฐ