วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากสับปะรดเหลือทิ้ง แปรรูปสู่สินค้าเงินล้าน

“ลาออกจากงานประจำเพื่อจะได้มีเวลาดูแลแม่ที่ป่วย และต้องการช่วยสามีลดภาระค่าใช้จ่าย จึงมองหางานที่สามารถทำอยู่กับบ้านได้ ประกอบกับแถวบ้านมีสับปะรดนางแลลูกเล็กๆเต็มไปหมด ตลาดไม่รับซื้อ ชาวบ้านต้องทิ้ง หรือไม่ก็ขายให้ฟาร์มวัว ได้ราคาไม่กี่บาท เลยคิดอยากทำผลไม้อบแห้ง ซึ่งตอนนั้น เมื่อ 20 ปีก่อนนั้นยังไม่มีใครทำ มีแต่ผลไม้แช่อิ่มน้ำตาลอบแห้ง”

นางนริชา กุลนานันท์ ผู้รวบรวมผลไม้และแปรรูปผลไม้อบแห้งพรีเมียมแบรนด์ บ้านผลไม้ (FRUIT HOUSE) ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย บอกว่าเริ่มแรกใช้เงินลงทุน 100,000 บาท ซื้อสับปะรด เครื่องอบแห้ง ถุงเครื่องบรรจุสุญญากาศ...ครั้งแรกชาวบ้านไม่คิดว่าจะทำได้และไปรอดเพราะเชื่อว่าผู้บริโภคต้องการรับประทานเฉพาะผลสดเท่านั้น

“ผลไม้ไทยมีดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องใส่น้ำตาล ลงไปเป็นส่วนผสม จากประสบการณ์เคยทำงานในโครงการหลวงมา 10 ปี มั่นใจต้องอบแห้งได้แล้วก็ทำได้จริง จึงนำไปฝากวางขายตามร้านในตลาดสด ร้านของฝาก กลับไม่มีใครรับ เพราะไม่อิ่มน้ำตาลเหมือนผลไม้แช่อิ่มที่วางขาย เราทำให้ชาวบ้านที่ปลูกสับปะรดเริ่มมีความหวัง จึงถอยไม่ได้ หนนี้เปลี่ยนพื้นที่นำไปฝากขายร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมัน แต่ตลาดก็ยังนิ่งๆ”

กระทั่งสนามบินแม่ฟ้าหลวงเปิด มีพื้นที่ให้นำสินค้าท้องถิ่นวางขาย จึงนำไปฝากด้วยความคิดว่ายังไงผลไม้อบแห้งต้องขายได้แน่ๆ เพราะกระแสรักสุขภาพเริ่มได้รับความนิยม เพียงแต่ต้องหาตลาดให้เจอ

ที่สนามบินนี่เอง ผลไม้อบแห้งได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาติทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และอเมริกา

ผลไม้ที่นำมาอบแห้ง เริ่มมีหลายชนิดทั้งสตรอเบอรี่ ลำไย มะม่วง ขิง แก้วมังกร ทุเรียน และสับปะรดนางแล...เน้นเอาแต่วัตถุดิบในพื้นที่ให้ชาวบ้านมีทางเลือกไม่ต้องเร่งขายให้หมดก่อนการเน่าเสีย ตลาดเริ่มโต ผู้บริโภครู้จักกว้างขึ้น ทำให้การอบแห้งผลไม้ไม่ทันตามยอดสั่ง เพราะเครื่องอบที่มีอยู่ขนาดเล็กๆ อบผลไม้สดได้ 50 กก.ต่อวัน ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปซื้อเครื่องอบ ปรับพื้นที่ให้รับวัตถุดิบให้ได้มาตรฐานการผลิต

จากความตั้งใจคิดแค่จะอบแห้งผลไม้เป็นรายได้เสริมช่วยเหลือครอบครัว...วันนี้แปรเปลี่ยนมาเป็นรายได้หลัก และยังช่วยเหลือชาวบ้านชุมชนตำบลรอบเวียงให้ไม่ต้องขนสับปะรดไปเทกองเลี้ยงวัวอย่างในอดีต แต่ละเดือนสร้างรายได้สู่ชุมชนไม่ต่ำกว่า 4,000,000 บาท.

เพ็ญพิชญา เตียว

ลาออกจากงานประจำเพื่อจะได้มีเวลาดูแลแม่ที่ป่วย และต้องการช่วยสามีลดภาระค่าใช้จ่าย จึงมองหางานที่สามารถทำอยู่กับบ้านได้ ประกอบกับแถวบ้านมีสับปะรดนางแลลูกเล็กๆเต็มไปหมด ตลาดไม่รับซื้อ ชาวบ้านต้องทิ้ง... 22 ก.พ. 2561 14:09 ไทยรัฐ