วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การเมืองที่ไม่สะเด็ดน้ำ

สมาชิกพรรคเพื่อไทยและ อดีต ส.ส.มหาสารคาม หัวเขียง ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา มี อดีต ส.ส. ประมาณ 10 คน เดินทางไป เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และเดินทางกลับเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ส่วนข่าวที่ว่า ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่โรงแรมในประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 20 ก.พ.นั้น อดีต ส.ส.เพื่อไทยปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ ทักษิณ ขอให้ ส.ส.อยู่ในความสามัคคีและอย่าทำลายความสามัคคี ขอให้ ส.ส.ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพราะการเลือกตั้งใกล้จะมาถึงแล้ว

ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ วิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่า อดีต ส.ส.เพื่อไทย เดินทางไปพบกับ ทักษิณ ในต่างประเทศเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับพรรคการเมือง ที่อ้างว่าให้คนภายนอกมามีอำนาจแทรกแซงกิจการของพรรค ทำนองนี้

วันเดียวกัน วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ก็ออกมาเปิดเผยว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ กำลังเตรียมตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย และเคยวางตัวให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯกทม.เป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่เป็นผลสำเร็จจึง ไปทาบทามให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันมาเป็นหัวหน้าพรรค แต่ก็อกหักอีเพราะ พล.ต.อ.อัศวิน อยากลงผู้ว่าฯกทม.มากกว่า

ข่าวนี้ยังตบท้ายด้วยว่า สุเทพจะระดมทุนเป็นหมื่นล้านเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์

การเมืองที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจึงดูโกลาหลชอบกล มีทั้งพรรคที่ตั้งขึ้นมาอ้างว่าเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะตีเมืองขึ้นหรือไม่เป็นอีกเรื่อง มีทั้งพรรคเก่าแก่โดยเฉพาะสองขั้วอำนาจทางการเมือง ที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตกเป็นเหยื่อกับดักการเมืองไปโดยปริยาย

เข้าใจว่าภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ คือสร้างความปรองดองและปฏิรูปประเทศตามพิมพ์เขียวของ คสช. บนสมมติฐานที่ว่า ถ้าปล่อยให้การเมืองตัดสินใจกันเอง วิกฤติการเมือง ก็ไม่สะเด็ดน้ำเสียที

เลือกตั้งไปแล้ว ก็กลับมาทะเลาะกันอีก บริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ สุดท้ายประเทศก็ติดกับดัก แต่บนความจริงแล้ว การจะขับเคลื่อนรัฐบาลในอนาคตต่อไปได้ก็ต้องอาศัยกลไกทางการเมือง ตามระบอบประชาธิปไตย นอกจากจะกำหนดให้ ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.มาจากการสรรหาใน 5 ปีแรก เหมือนกัน

เมื่อเอาคู่ขัดแย้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเป็นกลไกในการบริหารประเทศ ยากจะหลีกเลี่ยงวิกฤติระลอกใหม่ แต่ถ้าจะปล่อยให้การเมืองปฏิรูปกันเอง ก็ไม่มีวี่แวว

เพราะการเมืองคือการชิงอำนาจ

สุดท้ายปัญหาจึงมาสรุปที่ว่า จะทำอย่างไรให้เกิดความปรองดองได้เสียก่อน ถ้าการเมืองไม่ปรองดอง วิกฤติการเมืองย่อมอุบัติได้ตลอดเวลา บนทางสามแพร่ง พล.อ.ประยุทธ์คงต้องคิดหนัก ต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อทำให้การเมืองสะเด็ดน้ำให้ได้.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

สมาชิกพรรคเพื่อไทยและ อดีต ส.ส.มหาสารคาม หัวเขียง ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา 22 ก.พ. 2561 12:28 22 ก.พ. 2561 14:08 ไทยรัฐ