วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อมเงินคนจนไร้ที่พึ่ง อีกหนึ่งเชื้อชั่วที่ต้องขจัด

โดย ซูม

ผมเพิ่งจะเขียนถึงประเด็น “คอร์รัปชัน” ที่เปรียบเสมือน “เชื้อชั่วไม่มีวันตาย” ไปหมาดๆ หลังจากที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจ พบว่าดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยกลับมาสูงเหมือนเดิม

ก็มีท่านผู้อ่านที่ชอบพอกันตั้งข้อสังเกตว่า ผมใช้ถ้อยคำแรงจังถึงขนาดใช้คำว่า “ชั่ว” หรือ “เชื้อชั่ว” เลยนะคุณ...ผิดวิสัยคอลัมน์เหะหะพาที ที่มักจะเขียนอะไรเบาๆ จะด่าหรือตำหนิก็ใช้ถ้อยคำที่เบาที่สุด พอให้รู้ว่าฉันด่าเธอเท่านั้น

ผมขอโทษไปแล้วครับ พร้อมกับชี้แจงเหตุผลว่า ผมคงเหลืออดเหมือนคุณป้าทุบรถที่มีคนมาจอดขวางหน้าบ้านนั่นแหละ เพราะต่อสู้มานานเป็นสิบปีแต่ก็ยังมีคนมาจอดขวางอีกจนได้ คุณป้าก็เลยของขึ้น

ของผมก็คงคล้ายๆกัน ช่วยเขียนต่อสู้รณรงค์เรื่องคอร์รัปชันมากว่า 40 ปี ยาวนานกว่าคุณป้าต่อสู้เรื่องรถขวางประตูซะอีก พอมาอ่านเจอข่าวว่า คอร์รัปชันมาอีกแล้วก็เลยเกิดอารมณ์เหลืออด ต้องใช้คำแรงๆอย่างที่ว่า

วันนี้ก็คงต้องขอโทษอีกนั่นแหละ เพราะอ่านข่าวมาหลายวันแล้ว เหลืออดจริงๆ ขอใช้คำว่า “เชื้อชั่ว” อีกวันนะครับ

จากข่าวที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับนำลงหน้าหนึ่ง กรณีทุจริตคิดมิชอบของข้าราชการจำนวนหนึ่งว่าด้วยการอมเงินช่วยเหลือคนยากจนของ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ในหลายๆจังหวัดนั่นแหละครับ

เริ่มมาจากนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งไปฝึกงานที่ศูนย์ฯของจังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือน ส.ค.-พ.ย.2560 ได้ร้องเรียนต่อสำนักเลขาธิการ คสช. ถึงพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลของศูนย์ฯแห่งนี้

มีสาระตอนหนึ่งว่า ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่อีก 2 คนของศูนย์ดังกล่าว ให้นักศึกษากรอกเอกสารปลอมลายมือชื่อของประชาชนที่รับเงินสงเคราะห์รวมแล้วกว่า 6.9 ล้านบาท

ต่อมาได้มีการโยกย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องออกจากศูนย์ฯ เพื่อดำเนินการสอบสวนและทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็เข้าร่วมสอบ โดยกระจายกำลังกันออกไปสอบศูนย์ช่วยเหลือทั้งหมดอีก 37 แห่งทั่วประเทศ

เป็นเหตุให้หนังสือพิมพ์ยังคงลงข่าวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ เนื่องเพราะในหลายๆศูนย์ฯที่มีการตรวจสอบเพิ่มก็พบเค้าว่ามีการทุจริตในลักษณะคล้ายคลึงกัน

เท่าที่อ่านข่าวแต่ละศูนย์ฯที่เกิดเหตุ จะมีเงินช่วยเหลือรวมกันแห่งละ 5 ล้านบาทบ้าง 8 ล้านบาทบ้าง ไม่ใช่จำนวนที่มากมายเป็นร้อยๆล้านเหมือนการกินเงินทอนตามโปรเจกต์ใหญ่ๆ

แต่รวมๆกันเข้าก็คงจะเป็นจำนวนมิใช่น้อย และที่สำคัญเป็นเงินจากภาษีอากรโดยตรง ที่รัฐบาลมีเจตนาจะมอบให้แก่คนยากจนไร้ที่พึ่ง ตลอดจนผู้ติดเชื้อเอดส์ หรือผู้ยากไร้ต่างๆ ที่สมควรแก่การช่วยเหลือ

ใครก็ตามที่มีจิตสำนึกและมโนธรรมอยู่บ้างไม่ควรจะไปฉ้อฉลเงินก้อนนี้เลย

กรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีเจตนา “ฉ้อหลวง บังราษฎร์” คือกินเงินหลวงที่จะส่งไปช่วยราษฎรยากจน ที่ยังฝังอยู่ในระบบราชการ และแม้จะมีการรณรงค์มานาน ชี้แจงอบรมบ่มนิสัยมานาน ก็ยังไม่สามารถทำให้อุปนิสัยข้อนี้หมดสิ้นไปได้

ผมจึงเห็นด้วยกับบิ๊กตู่ที่จะแถลงว่าต้องใช้ยาแรงจัดการให้เด็ดขาด โดยเฉพาะจะต้องลงโทษที่หนักที่สุดเพื่อให้ข้าราชการอื่นๆที่ยังมีอุปนิสัยเช่นนี้อยู่ได้รับรู้ว่ารัฐบาลเอาจริง และบังเกิดความเกรงกลัว

ถือเป็นการป้องปรามไม่ให้ข้าราชการอื่นๆคิดโกงกินหรือฉ้อฉลในกรณีอื่นๆ ซึ่งอาจจะมีอีกเป็นร้อยเป็นพันกรณีที่สามารถโกงกินหรือฉ้อฉลได้สำหรับคนที่ทำมานานและรู้ช่องทาง

ในขณะที่เห็นด้วยกับการเอาจริงเอาจังของรัฐบาล ผมก็ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณและสรรเสริญนักศึกษาฝึกงานผู้มาพบเห็นกับความไม่ชอบมาพากลแล้วนำความไปร้องเรียน จนทำให้มีการดำเนินการเพื่อเอาผิดเอาโทษข้าราชการฉ้อฉลที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้

น้องกล้าหาญจริงๆ และไม่นิ่งดูดาย สมควรแก่การยกย่อง...ซึ่งถ้าหากบ้านเมืองเรามีบุคคลเช่นน้องมากๆ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในเรื่องทุจริตคอร์รัปชันในทุกๆเรื่อง

ผมมั่นใจว่าเชื้อชั่วของคอร์รัปชัน หากจะไม่ตายเสียทั้งหมดก็น่าจะลดลงได้อย่างน่าพอใจแน่นอนครับ.

“ซูม”

ผมเพิ่งจะเขียนถึงประเด็น “คอร์รัปชัน” ที่เปรียบเสมือน “เชื้อชั่วไม่มีวันตาย” ไปหมาดๆ หลังจากที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจ พบว่าดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยกลับมาสูงเหมือนเดิม 22 ก.พ. 2561 12:06 22 ก.พ. 2561 13:42 ไทยรัฐ