วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มิ.ย.ปลดล็อก จัดเลือกตั้งท้องถิ่นส.ค.

บิ๊กตู่ลงพื้นที่ พายเรือชมบัว อารมณ์ดีมาก

นายกฯคิกออฟไทยนิยม ลุยพื้นที่นครปฐม ขอประชาชนใจเย็นๆ เลือกตั้งมีแน่ แต่ต้องว่าไปตามขั้นตอนกฎหมาย อารมณ์ดียิงมุกแหลก หยอกไก่-แซวภรรยาฮาครืน เจอช็อตผิดคิว รมว.เกษตรฯโยนข้าวปลิวใส่หน้ายังยิ้มแย้ม เตือนประชาธิปไตยไม่ใช่การประท้วง เชื่อคำสั่ง คสช.ทำเดือดร้อนแค่ไม่กี่คน ข้องใจ ปชต.แบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า เจริญเป็นจุดๆ ลั่นพร้อมติดคุกถ้าโกง ย้อนถามแล้วคนหนีไปนอกให้ทำไง กกต.คาดเลือกตั้งท้องถิ่น ส.ค.61 “วิษณุ” เผยปลดล็อกคำสั่ง คสช.เดือน มิ.ย. ให้เคลื่อนไหวทำกิจกรรมการเมือง สนช. เตรียมคลอด 7 เสือ กกต. คุณสมบัติผ่านฉลุย ป.ป.ช.ยืดเวลาสรุปปมนาฬิกา ยื่นคำถามเพิ่ม “บิ๊กป้อม” ชี้ต้องรอบคอบเพราะคนสนใจ

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศเดินหน้าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ปูพรมลงพื้นที่เข้าหาประชาชนทั่วประเทศ ถึงระดับอำเภอ ตำบล ช่วงโค้งสุดท้ายรัฐบาล คสช. ท่ามกลางเสียงครหาจากบรรดานักการเมืองว่าแอบ แฝงหาเสียง หวังผลทางการเมืองนั้น ล่าสุดได้ลงพื้นที่เปิดปฏิบัติการแล้ว

“บิ๊กตู่” คิกออฟไทยนิยมนครปฐม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.พ. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ลงพื้นที่ ตรวจราชการ จ.นครปฐม ควบคู่ทำกิจกรรมโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นครั้งแรก หลังจากเฮลิคอปเตอร์ลง ณ จุดจอด นายกฯเดินทางต่อด้วยรถโตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กบ 3444 นครปฐม ไปยังศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.แหลมบัว) หมู่ที่ 8 ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี ทันที่ที่เดินทางมาถึง นายกฯได้เดินทักทายกลุ่มชาวบ้าน โดยมีอาสาสมัครหมู่บ้าน (อส.) คนหนึ่งมอบพระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง (จำลอง) เป็นที่ระลึก โดยนายกฯกล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมาสู้กับความยากจนและสิ่งไม่ดี เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งเลือกให้ดี ออกไปใช้สิทธิเมื่อถึงเวลา และจากวันนี้เป็นต้นไปคณะทำงานไทยนิยม ยั่งยืน ทั้ง 7 พันกว่าชุดจะลงทุกหมู่บ้าน

ไม่หวังผลการเมือง–เลือกตั้งใจเย็นๆ

“เราต้องวางกลไกต่อไปให้เรียบร้อย ไม่ใช่เอาเงินมาใช้แล้วเป็นภาระประเทศในวันหน้าอย่างเรื่องข้าว รัฐบาลก็ปลดล็อกไปหลายเรื่องแล้ว ไม่เช่นนั้นมีข้าวในสต็อกมากเกินไป ส่วนข้าวที่ปลูกใหม่ราคาแย่กำลังตรวจสอบให้ วันนี้มาไม่ได้หวังผลการเมือง ต้องเข้าใจสถานการณ์บ้านเรา เรื่องเลือกตั้งใจเย็นๆ ได้ไหม เดี๋ยวก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ตามขั้นตอน ได้รัฐบาลที่เป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่รัฐบาลของใครของมัน แล้วเป็นปัญหาแบบเดิมอีก ผมไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นนักการทหารเก่าที่เข้าใจหัวอกของพี่น้องประชาชน และไม่อยากให้เอาเรื่องพืชการเกษตรมาเป็นพืชการเมือง ต้องสร้างหลักคิดใหม่ต้องนำปัจจัยมาคำนวณ ไม่มากำหนด 15,000-20,000 บาท สนใจข้อมูลตัวเองด้วยไม่ใช่สนแค่หวย 30 ล้านของใคร ส่วนที่ชุมนุมประท้วงทำให้ต้องทำงานลำบากไม่เป็นไร แต่ขอให้เห็นใจบ้างก็พอ เพราะผมต้องแก้ปัญหาไม่อย่างนั้นประเทศจะล่มได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ยิงมุกน้ำมะพร้าวล้างหน้า–ฮาครืน

จากนั้นนายกฯถามชาวบ้าน เกษตรกรว่า “สัญญาได้หรือไม่ว่าจากนี้จะช่วยกัน ถ้าสัญญาก็ขอให้ยกมือขึ้น” โดยประชาชนได้ยกมือขึ้นพร้อมกัน พล.อ.ประยุทธ์จึงทำมือสัญลักษณ์มือไอเลิฟยู พร้อมกล่าวคำว่า “ไอเลิฟยู” ก่อนเข้าไปทักทายลูกน้องเก่าที่มาต้อนรับ บอกว่า เป็นลูกน้องอยู่กับตนมาตั้งแต่เป็นร้อยตรี จากนั้นมีประชาชนนำดอกกุหลาบสีแดงมามอบให้ แต่นายกฯปฏิเสธ บอกให้นำไปมอบคนอื่นแทน พร้อมกล่าวว่า “เมื่อก่อนดอกกุหลาบนี่คุ้นๆ แต่ อย่าเอามาให้ผมเลย มาเจอผมเอาดอกไม้ข้างทางมาให้ก็ได้ เพราะผมมาด้วยใจ ส่วนมะพร้าวน้ำหอมสามพราน ที่แนะนำให้ไปดูว่าเอาไปทำอะไรได้อีกนั้น หรือว่าตื่นเช้ามาเอาน้ำมะพร้าวน้ำหอมมาล้างหน้า” ทำเอาบรรดาเกษตรกรหัวเราะครืน นายกฯกล่าวต่อไปว่า “มีประโยชน์นะ กินน้ำมะพร้าวน้ำหอมดีกว่ากินเกลือแร่ เป็นขวดด้วย เดี๋ยวให้กระทรวงพาณิชย์รับไปดู”

อารมณ์ดีหยอกไก่–แซว อ.น้อง

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมศูนย์การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร การเลี้ยงสุกร และได้โยนหยวกกล้วยให้สุกรกิน ก่อนกล่าวว่า เราต้องช่วยกันทำบุญ เพราะพวกมันเสียเลือด เนื้อและชีวิตให้คนกิน นอกจากนี้ยังพูดทักทายไก่ “ว่ายังไงลูก” จากนั้นไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ ที่นำภาพนายกฯและนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ที่เคยลงพื้นที่ร่วมปลูกมะนาวมาติดในงาน โดยพิธีกรประกาศว่าวันนี้มะนาวออกผลแล้ว และนำน้ำมะนาวมาให้นายกฯดื่ม ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ชี้ไปที่ภาพถามว่า “คนนี้เป็นคนปลูกมะนาวใช่ไหม มิน่าถึงได้เปรี้ยวขนาดนี้ คราวหน้าถ้าคนนี้มาอีก ให้เอาพริกให้ปลูกจะได้เผ็ดสะเด็ด”

“กฤษฎา” โยนข้าวใส่หน้าก็ยังยิ้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมชมบูธอยู่นั้น ได้มีชายวัยกลางคนตะโกนเชียร์ให้อยู่เป็นนายกฯต่ออีก 20 ปี พล.อ.ประยุทธ์จึงเอ่ยว่า “เอาไว้เชียร์เป็นการส่วนตัว เดี๋ยวคนด่าอีก” จากนั้นนายกฯได้ไปโยนกล้าข้าวลงในนาโยน ปรากฏว่ามีการผิดคิวเล็กน้อย เมื่อนายกฤษฎา บุญราช รมว. เกษตรและสหกรณ์ ที่ร่วมโยนกล้าข้าวด้วย โยนอยู่ ใกล้ๆนายกฯขณะที่ลมพัดแรงทำให้กล้าข้าวปลิวโดนหน้านายกฯ แต่นายกฯไม่ได้ว่าอะไร ยิ้มและพูดว่า “เล่นอะไร” พร้อมใช้มือปัดออก เมื่อช่างภาพได้ขอให้นายกฯโยนกล้าข้าวอีกครั้งเพื่อถ่ายภาพ นายกฯก็โยนให้ตามคำขอพร้อมบอกว่า “เออถ่ายรูปดีๆ อย่างนี้บ้าง ไม่ใช่ไปตะแคงถ่ายธูปอยู่นั่นแหละ” พร้อมทำท่าทางประกอบ จากนั้นนายกฯได้ปลูกต้นจัน ต้นไม้ประจำ จ.นครปฐม ก่อนกล่าวว่า ถ้าเห็นต้นจันนี้ขอให้คิดถึงตนด้วย และถ้านึกถึงนายกฯขอให้นึกต้นจันต้นนี้ เพราะตรงกับนามสกุลจันทร์โอชาพอดี

ปชต.ต้องพูดคุยไม่ใช่เดินประท้วง

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางไปเยี่ยมชมแปลงนาบัวลุงแจ่มสวัสดีโต ที่ดินพระราชทานจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินในประเทศ ไทย ณ บ้านศาลาดิน หมู่ที่ 3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยนายกฯได้ลงเรือพายชมนาบัวด้วยตัวเอง โดยบอกว่าไม่ต้องมีใครมาพายให้ บ้านติดริมคลองมาก่อน ก่อนไปกล่าวบนเวทีประชาคมเพื่อขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืน ระดับตำบลว่า มารับฟังปัญหา วันหน้างบประมาณต้องใช้อย่างคุ้มค่า ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเองได้ อย่าให้เขามาบิดเบือนว่าจะให้ราคาข้าวเท่านั้นเท่านี้อีก เพราะจะยิ่งจะทำให้ราคาข้าวตกกว่าเดิม โครงการต่างๆ ต้องไม่เกิดทุจริตทุกบาททุกสตางค์ เรื่องประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเป็นสากล ถึงเวลาไปเลือกตั้ง แต่ถ้าบอกไม่ไปดีกว่าอันนี้เสร็จเลย รัฐบาลนี้ดูแลทุกคน ปัญหาถึงได้เยอะ ตนพูดด้วยความจริงใจ ประชาธิปไตยไม่ใช่การมาเดินประท้วง ดังเช่นที่กลุ่ม We Walk ทำ ไม่เกิดประโยชน์ ควรหันหน้าหา รัฐบาลมาให้ข้อมูลจะดีกว่า

คำสั่ง คสช.ทำเดือดร้อนไม่กี่คน

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายกฯและคณะ เดินทางไปยังสหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสผู้ว่าฯ จ.นครปฐม มอบโรงเรือนถอดประกอบได้ เครื่องจักรกลการเกษตร (รถไถ) และเครื่องสีข้าวให้แก่ผู้แทนเกษตรกร โดยนายกฯได้ทักทายเด็กๆ ถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เสียงตอบกลับบอกอยากเป็นครู หมอ และทหาร นายกฯจึงบอกว่า ถ้าเป็นทหารเหนื่อยนะ ไม่ร่ำรวย ต้องเข้มแข็ง ต้องเสียสละทำเพื่อชาติ จากนั้นพูดกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าเป็นกลไกสำคัญต่อการเป็นประชาธิปไตย อย่าให้เป็นแบบเดิมเสียเวลา อย่าไปฟังบางคนพูดที่ชอบพูดเลอะเทอะ และยังขึ้นกล่าวบนเวทีด้วยว่า ลงพื้นที่มาทำการบ้าน ไม่ได้มาทำงานการเมือง กฎหมายอย่าดูเฉพาะเรื่อง เช่น กฎหมายห้ามชุมนุม หรือคำสั่ง คสช. คนเดือดร้อนไม่กี่คนมาเรียกร้องให้ยกเลิกทำไม วันนี้วุ่นวายไปหมด โซเชียลมีแต่เรื่องมโน ตนไม่สามารถทำให้สงบได้ เรื่องปรองดอง หากเจตนาบริสุทธิ์ ก็ขอให้มาบอกตนแก้ปัญหาให้

ข้องใจ ปชต.แบบฝนตกไม่ทั่วฟ้า

นายกฯกล่าวว่า ถ้าบอกว่าประชาธิปไตยทำให้บ้านเมืองเจริญเติบโต ถามตรงไหนเจริญ พื้นที่หนึ่งเจริญ แต่อีกพื้นที่ไม่เจริญ ทุกที่เป็นคนไทยเหมือนกันหมด เราต้องปรองดองไม่ใช่ตีกันอยู่เรื่อย ที่ผ่านมาระวังไม่กล่าวหาใคร ยกเว้นกล่าวหาตนก่อน ก็ตอบโต้ ตอนนี้ต่างประเทศรอดูเราสงบหรือไม่ อย่ามาว่าตนมาถูกวิธีหรือไม่ คนละเรื่อง ถ้าไม่มีเหตุการณ์ก็มาไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนการเลือกตั้งก็ไปว่ากันมา หรือที่สื่อรายงานว่าอีกาจิกนกที่ทำเนียบรัฐบาล บอกเป็นเรื่องดวงรัฐบาล ทั้งที่เป็นเรื่องของสัตว์ อ่างบัวแตกก็บอกเป็นลางร้าย เป็นเรื่องโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย ถ้าจะร้ายก็คงร้ายตั้งแต่ตนเข้ามาแล้ว เพราะเข้ามาเจอสิ่งที่ไม่ใช่เป็นลางร้ายของตน รัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง รอรัฐบาลหน้าดีกว่าไหม ระหว่างนั้นปรากฏว่ามีคนชูป้าย “เรารักลุงตู่” พร้อมพูดว่า “อยากให้นายกฯอยู่ต่อ” ขณะที่นายกฯกล่าวตอบว่า “ขอให้เก็บไว้ในใจดีกว่า” จากนั้นลงเวทีไปพูดกับนักเรียนว่าอย่าไปเดิน We walk ถ้าคดีเกิดขึ้นมาเยอะแยะคงช่วยเหลือไม่ไหว ตนไม่ได้ต้องการรังแกใคร แค่อยากเดินหน้าแก้ไขให้มันจบ

โกงพร้อมติดคุก-ถามคนหนีทำไง

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงเรื่องการทุจริตระหว่างพบปะประชาชนว่า เรื่องการทุจริตรัฐบาลจะให้มีการตรวจสอบ ต้องไล่ดูตั้งแต่ระดับนโยบายที่ผ่าน ครม. รัฐมนตรี กระทรวง ลงไปสู่ระดับล่าง โดยตนจะรับผิดชอบในภาพรวมทั้งหมด แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อมีปัญหาแล้วมาโวยวายให้ตนรับผิดชอบทั้งหมด ตนรับผิดชอบแน่นอน แต่ต้องดูข้อกฎหมายว่าใครผิด และใครจะต้องติดคุก หากถึงตนก็ต้องยอมรับ แล้วคนที่ไม่รับผิดชอบอะไรเลยหนีไปต่างประเทศล่ะจะทำอย่างไร

กกต.คาดเลือกตั้งท้องถิ่น ส.ค.61

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ. กกต.ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 3,847 คน และนำมาปรับปรุงเป็นร่างล่าสุด คาดว่าจะนำส่ง ครม.ได้ภายในวันที่ 28 ก.พ. จากการประเมินเป็นไปได้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นชุดแรก จะเกิดขึ้นประมาณกลางเดือน ส.ค.2561 โดยความน่าสนใจของร่างกฎหมายนี้ อาทิ กำหนดให้วาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารและสภาท้องถิ่น เริ่มต้นและสิ้นสุดพร้อมกัน ดังนั้นการเลือกตั้งจะกระทำในวันเดียวกัน ไม่มีการแทงกั๊กเปลี่ยนที่ลง กรณีลาออกก่อนครบวาระ ห้ามทำกิจกรรมที่นำไปสู่การหาเสียง ใช้งบประมาณของท้องถิ่น สร้างความได้เปรียบต่อคู่แข่งย้อนหลังไป 90 วันก่อนการลาออก

“วิษณุ” เผยปลดล็อกคำสั่ง คสช.มิ.ย.

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ประเมินการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นประมาณเดือน ส.ค.2561 ว่า การประเมินใครก็ทำได้ตามประสบการณ์ แต่ตนไม่มีประสบการณ์ ตอบไม่ถูก ร่างกฎหมายคงจะเข้าสภานาน 2 เดือน จากนั้นใช้เวลาทูลเกล้าฯอีก กำหนดเวลาโดยรวมประมาณ 3 เดือน และเมื่อกฎหมายประกาศใช้ กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าขอเวลา 45 วัน สามารถจัดเลือกตั้งได้ อยู่ที่จะให้เลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใดก่อน อบจ.-อบต.-เทศบาล จึงยังตอบไม่ได้ว่าจะเลือกตั้งเดือน ส.ค.หรือ ก.ย. แต่ปีนี้น่าจะได้เลือก เมื่อถามว่า แสดงว่าต้องมีการปลดล็อกประกาศ คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจการทางการเมือง รวมทั้งคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป ทั้งสองฉบับก่อนใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า แน่นอน ประมาณเดือน มิ.ย.น่าจะปลดล็อกได้แล้ว คือ มี 4 ปัจจัย 1.ต้องออกกฎหมายก่อน 2.กกต.ต้องพร้อมจัดการเลือกตั้ง เช่น ไม่ใกล้ไม่ไกลกับการเลือกตั้งระดับชาติจนเกินไป 3.การแบ่งเขตเลือกตั้ง 4.ต้องมีการปลดล็อกเพื่อหาเสียง

สนช. เตรียมคลอด 7 เสือ กกต.

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ โฆษกกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. กล่าวว่า ในการประชุม สนช. วันที่ 22 ก.พ. จะมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น กกต. 7 คน ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญฯพิจารณาตรวจสอบประวัติเสร็จแล้ว โดยเป็นการลงคะแนนลับ ทั้งนี้ ที่ประชุมอาจให้ความเห็นชอบรายชื่อทุกคนหรือบางคนที่ผ่านการสรรหาก็ได้ จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป และเมื่อมีการโปรดเกล้าฯ กกต.ชุดใหม่แล้ว จะมีผลให้ กกต.ชุดปัจจุบันพ้นจากตำแหน่งทันที

เช็กประวัติผ่านฉลุยไร้ปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น กกต.จำนวน 7 คนที่คณะกรรมาธิการสามัญฯตรวจสอบประวัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย 1.ตัวแทนจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา 5 คน ได้แก่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ นายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ นายประชา เตรัตน์ 2.ตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี นายปกรณ์ มหรรณพ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ และความประพฤติของคณะกรรมาธิการสามัญฯพบว่า รายชื่อผู้ได้รับการสรรหาทั้ง 7 คน ไม่มีปัญหาเรื่องปัญหาทางจริยธรรม และพฤติกรรมความผิดร้ายแรง มีเพียงบางรายที่มีปัญหาถูกร้องเรียนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แนวโน้มจะได้รับเสียงเห็นชอบจากที่ประชุม สนช. ครบทั้ง 7 คน

กมธ. หั่นเวลากาบัตร 08.00–17.00 น.

ช่วงเย็นวันเดียวกันที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ โฆษกกรรมาธิการร่วมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.ว่า ที่ประชุมพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยกำหนดให้ กกต.มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องค่าใช้จ่ายการหาเสียงของพรรคการเมือง แต่จะต้องหารือกับพรรคการเมืองให้เห็นสอดคล้องด้วย ส่วนเรื่องระยะเวลาลงคะแนนเลือกตั้งจาก 07.00-17.00 น. ที่ประชุม กมธ.ร่วมปรับแก้เป็นเวลา 08.00-17.00 น. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ กกต.มีความสะดวกในการเตรียมการเลือกตั้งก่อนเปิดหีบบัตรมากขึ้น เพราะช่วงเวลา 07.00 น. อาจฉุกละหุกมากเกินไป

กรธ.สนช.ถกเสียงเเข็ง ก.ม.ลูก ส.ว.

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ร่วมฯได้หารือกันใน 3 ประเด็นหลักคือ 1.จำนวนกลุ่มอาชีพผู้สมัคร ส.ว. 2.วิธีการเลือก ส.ว. 3.การแบ่งประเภทผู้สมัคร ส.ว.แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป มี กมธ.ร่วม 2-3 คน เสนอว่าแนวคิด สนช. ที่กำหนดให้การแบ่งกลุ่มอาชีพ ส.ว.เหลือ 10 กลุ่ม วิธีการเลือก ส.ว.ที่ให้เลือกกันเองในกลุ่ม การแบ่งประเภท ส.ว. เป็นผู้สมัครอิสระ และผู้สมัครในนามองค์กรนั้น ขอให้นำไปเขียนในบทเฉพาะกาล ว่าให้มีผลบังคับใช้กับ ส.ว.ชุดบทเฉพาะกาล 5 ปีเท่านั้น ส่วนแนวคิดของ กรธ.ที่ให้มีผู้สมัคร 20 กลุ่ม การใช้วิธีเลือกไขว้ ส.ว. และให้มีเฉพาะผู้สมัคร ส.ว.อิสระ ไม่ต้องผ่านองค์กรใด ขอให้ใช้เป็นบทหลักในร่างกฎหมายลูกฉบับนี้ หลังจากที่หมด ส.ว.ชุดบท เฉพาะกาลไปแล้ว ซึ่งจะมีการลงมติเรื่องดังกล่าววันที่ 27 ก.พ. เวลา 15.00 น.

ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการ กมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กล่าวว่า เหตุที่ยังไม่ได้ข้อสรุปใน 3 ประเด็นหลัก เนื่องจาก กรธ. และ สนช. ยังมีวิธีคิดที่แตกต่างกันอยู่ จึงให้แต่ละฝ่ายไปทำการบ้าน เพื่อหาแนวทางที่เป็นข้อยุติร่วมกัน โดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มองว่าอาจไม่ถึงขั้นที่ต้องลงมติโหวตตัดสินเพื่อชี้ขาดก็ได้ ยังไม่ถึงขั้นที่เป็นความขัดแย้งระหว่างสนช. กับ กรธ.

ป.ป.ช.ถามเพิ่มยืดเวลานาฬิกาหรู

ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า จากรายงานของเลขาธิการ ป.ป.ช. คิดว่าเดือน ก.พ.นี้คงไม่เสร็จ เพราะสำนักที่เกี่ยวข้องจะส่งข้อมูลคำถามเพิ่มเติมไปยัง พล.อ.ประวิตร เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมที่ถามในภาพรวม เพราะมีการร้องเรียนนาฬิกากว่า 25 เรือน ต้องการจะถามให้ชัดว่าเป็นเรื่องร้องเรียนเกิดขึ้นในโอกาสไหน งานอะไร มีการใส่นาฬิกาเรือนที่ปรากฏในภาพจริงหรือไม่ เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์จะได้ชัดเจนขึ้น คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ เลขาธิการ ป.ป.ช.จะทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประวิตร และจะนับเวลาไปอีก 15 วัน เพื่อให้เวลา พล.อ.ประวิตรตอบ และจะมีความชัดเจนขึ้นในเดือน มี.ค.นี้

ชี้คนให้ความสนใจต้องรอบคอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ พล.อ.ประวิตรขอเลื่อนการชี้แจงรอบ 2 ได้ให้เหตุผลการเลื่อนอย่างไร พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า พล.อ.ประวิตรอาจมีภารกิจมาก และเรื่องเหล่านี้ผ่านมานานพอสมควร บางทีเราเองจำไม่ได้ว่าวันนั้นเราไปงานนั้น แล้วใส่นาฬิกาเรือนนั้นจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ เมื่อถามว่า เป็นการประวิงเวลาหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า โดยปกติคดีอื่นๆ ก็มีการขอขยายเวลาได้เป็นปกติอยู่แล้ว เมื่อถามว่า หากเดือน มี.ค. มีการเลื่อนออกไปอีกสังคมอาจตั้งคำถาม พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า เลื่อนหรือไม่เลื่อนอยู่ที่ข้อมูลว่าครบถ้วนพอที่จะสรุปผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือยัง และอยู่ที่กระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นจึงตอบไม่ได้ว่าจะเลื่อนอีกหรือไม่ อย่างไร ส่วนกระแสกดดันการทำงานของ ป.ป.ช.เราไม่กังวล เราตรวจสอบทุกเรื่องหากเรื่องใดประชาชนให้ความสนใจ เจ้าหน้าที่ต้องเอาใจใส่มากขึ้น การทำงานยิ่งต้องละเอียดรอบคอบมากขึ้น การเร่งรัดดำเนินการอาจมองเป็นเรื่องดี แต่ผู้ที่ถูกกล่าวหาอาจมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

เตือนนายกฯระวังเสียแนวร่วม

นายมานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กล่าวถึงกรณี นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานคณะอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) แสดงความกังวลบทบาทของ คตช. กรณีปัญหานาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า ความเห็นของนายต่อตระกูลเป็นความเห็นที่ควรรับฟัง หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่ใส่ใจข้อคิดเห็นดังกล่าวจะเสียแรงสนับสนุน การที่นายกฯให้รอกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อนนั้น ต้องใช้เวลานาน ถึงเวลานั้นประชาชนจะเสื่อมศรัทธาว่าผู้นำจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้หรือไม่ เรามีระเบียบจริยธรรมของนักการเมืองและข้าราชการอยู่นักการเมืองต้องมีมาตรฐานจริยธรรมที่สูงกว่าคนทั่วไป ต้องวางตัวให้ประชาชนศรัทธา ถ้าเกิดข้อสงสัยว่ามีอะไรที่ขัดหลักการก็ควรแสดงความรับผิดชอบ

“บิ๊กป้อม” เลี่ยงให้สัมภาษณ์

ด้านความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม มีภารกิจต้อนรับนายวัลแตมาร์ ดูบายอฟสกี เอกอัครราชทูตโปแลนด์ ประจำประเทศไทย และนายลง วิซาโล เอกอัครราชทูต ราชอาณาจักรกัมพูชา ประจำประเทศ ไทย ที่เดินทางมาเข้าพบ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีที่นายต่อตระกูลยื่นหนังสือถึงนายกฯประเด็นนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตรปฏิเสธให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และเดินเลี่ยงสื่อมวลชน

ศาลยืนคุกนักรบศรีวิชัยยึดเอ็นบีที

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศาลฎีกา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายธเนศร์ คำชุม กับพวกรวม 85 คน เป็นจำเลยฐานบุกรุกสถานที่ราชการโดยประทุษร้าย ทำลายทรัพย์สาธารณะและซ่องโจร กรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ใช้ชื่อว่านักรบศรีวิชัย นับร้อยคนบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เมื่อเดือน ส.ค. 51 ว่า ศาลฎีกาพิเคราะห์ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงให้บังคับไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำคุกจำเลยลดหลั่นกันไปตามความผิด 6-9 เดือน พร้อมส่งตัวไปยังเรือนจำทันที ส่วนที่เป็นเยาวชนให้รอการลงโทษไว้ เพื่อให้โอกาสกลับตัว ส่วนความผิดฐานซ่องโจรนั้นให้ยกฟ้อง สำหรับจำเลย 6 คน ที่มาศาลวันนี้และได้รับโทษคุมขังครบตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก่อนนี้แล้ว ให้เดินทางกลับภูมิลำเนา และให้ออกหมายจับจำเลย 5 คน ที่ไม่มาฟังคำพิพากษา

นายกฯคิกออฟไทยนิยม ลุยพื้นที่นครปฐม ขอประชาชนใจเย็นๆ เลือกตั้งมีแน่ แต่ต้องว่าไปตามขั้นตอนกฎหมาย อารมณ์ดียิงมุกแหลก 22 ก.พ. 2561 01:44 ไทยรัฐ