วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เด้งผบก.กาญจน์ พิษล้วงลูก สำนวนหวย30ล.

เด้งผบก.กาญจน์ พิษล้วงลูก สำนวนหวย30ล.

  • Share:

เอนเอียงไปเข้าข้าง‘ครูปรีชา’ จเรตำรวจออกคำสั่งเชือดเอง เล็งหมายจับพลเรือนอีก2คน

“พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์” จเรตำรวจแห่งชาติ เซ็นคำสั่งย้ายด่วน “ผู้การจังหวัดกาญจนบุรี” ไปประจำศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งเดิมแล้ว พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเกี่ยวพันกับคดีหวย 30 ล้านเจ้าปัญหา ด้าน “ผู้การกองปราบ” เคืองสื่อ สรุปข่าวประเด็นผิด ทำให้คดีเสียหาย ประกาศงดให้สัมภาษณ์ มีอะไรให้ไปถาม พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี หัวหน้าคณะทำงานคดีหวย 30 ล้านเอง แจงเหตุที่มีความเคลื่อนไหวฝั่ง “หมวดจรูญ” เยอะ เพราะ บช.ภ.7 ไม่สอบสวนคดี “ครูปรีชา” ข้อหาแจ้งความเท็จเลยสั่งลูกน้องนำป้ายมาติดหน้าสำนักงานระบุ “พื้นที่หวงห้าม สื่อมวลชนกรุณาขออนุญาตก่อนเข้า” ขณะที่การสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคลี่คลายคดียังดำเนินต่อไป พบตำรวจระดับสูงเข้าไปล้วงลูกพนักงานสอบสวน ด้วยการแก้ไขปรับแต่งสำนวนให้น่าเชื่อถือ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เตรียมเสนอ ผบช.ก.พิจารณาออกหมายจับพร้อมพลเรือนอีก 2 คนให้ทันเดดไลน์ที่ ผบ.ตร.ขีดไว้ ขณะที่ “บิ๊กแป๊ะ” เผยคดีคืบหน้าไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ย้ำทำเป็นขบวนการ เตรียมแถลงใหญ่วันที่ 28 ก.พ.นี้ “ครูปรีชา” โวยสื่อตีข่าวสรุปคดีหวย 30 ล้านบาท เขียนข่าวเองก่อนตำรวจสรุปคดี ยันยังไงคดีต้องไปจบที่ศาล แย้มกั๊กหลักฐานเด็ดที่ไม่ได้ให้ตำรวจไว้สู้คดีด้วย

กรณีอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นจากการตรวจสอบของตำรวจ บช.ภ.7 เชื่อว่าลอตเตอรี่เป็นของนายปรีชา เตรียมเรียก ร.ต.ท.จรูญมารับทราบข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร จึงเข้าร้อง ขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ประกอบกับกระแสสังคมกังขาการ ทำงานของตำรวจ บช.ภ.7 ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งมาตั้งแต่ต้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จึงมีคำสั่งให้โอนคดีมาให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สอบสวนพบว่า พยานฝ่ายนายปรีชามีพิรุธหลายอย่าง อยู่ระหว่างสืบสวนและรอหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เตรียมสรุปผลคดีว่าจะออกหมายจับใครตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ก.พ. พล.ต.ต. ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.แถลงความคืบหน้าของคดีความขัดแย้งหวย 30 ล้านบาท ว่า สำหรับคดีหวยที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ เชื่อว่าประชาชนติดตามและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พบว่าสื่อมีการสรุปข่าวในประเด็นที่ผิด ตนเห็นแล้วไม่สบายใจ ลงพาด หัวข่าวว่า กองปราบปรามสรุปแล้วว่าหวยเป็นของใคร ขออนุญาตชี้แจงว่า ขณะนี้คณะทำงานของตำรวจกองปราบปรามและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ที่มี พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้าคณะ ยังคงทำงานอย่างหนัก แม้กระทั่งวันนี้ยังนัดประชุมสรุปพยานหลักฐานที่แต่ละภาคส่วนไปหามา

“อยากเรียนพี่น้องสื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมาผมเป็นหัวหน้าองค์กรกองปราบปราม ให้เกียรติและเคารพ การตัดสินใจของท่านตลอด แต่เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้ตนและหน่วยงานของตนเสียชื่อเสียง ต่อไปนี้คงต้องเว้นระยะกันสักพักในจุดที่เหมาะสมมากกว่านี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก.เน้นย้ำมาตลอด อะไรก็แล้วแต่ที่จะเป็นผลต่อรูปคดี เราเปิดเผยไม่ได้ เพราะคดีนี้เป็นคดีที่มีคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย สรุปอะไรไปหรือพูดอะไรไปมีผลกระทบต่อรูปคดีทั้ง 2 ฝ่าย” ผบก.ป.กล่าว

พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กองปราบปรามไปรับสำนวนคดีจากตำรวจภูธรภาค 7 ทั้ง 2 คดี ประกอบด้วยคดีแรกคือ เรื่องที่นายปรีชาไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญว่ายักยอกของตกหายหรือรับของโจร ส่วนคดีที่สอง ร.ต.ท.จรูญ แจ้งความกล่าวหานายปรีชาว่าแจ้งความเท็จ ตนไปรับสำนวนมาด้วยตนเอง สำนวนคดีที่นายปรีชากล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ มีเอกสารจำนวนมากประมาณ 4-5 แฟ้ม ขณะเดียวกันสำนวนที่ ร.ต.ท.จรูญกล่าวหานายปรีชาว่าแจ้งความเท็จ แทบไม่ได้ทำอะไรไว้เลย อย่างไรก็ตาม ส่วนเรื่องหวย 30 ล้านบาท ตนขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ส่วนของประเด็นต่างๆให้ไปถาม พล.ต.ต.ชาญ หัวหน้าคณะทำงานเท่านั้น

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ชั้น 3 บริเวณหน้าสำนักงานผู้บังคับการกองปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน พล.ต.ต.ไมตรี นำป้ายมาติดไว้ที่หน้าสำนักงานระบุข้อความว่า “พื้นที่หวงห้าม สื่อมวลชนกรุณาขออนุญาตก่อนเข้า” ทั้งนี้ ป้ายดังกล่าวถูกติดภายหลังจากที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวกรณีกองปราบปรามเตรียมสรุปคดีหวย 30 ล้านบาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมี เป็นที่วิพากษ์–วิจารณ์กันว่า สาเหตุการติดป้ายดังกล่าวเนื่องจากเมื่อช่วงเช้า พล.ต.ต.ไมตรีออกมาให้สัมภาษณ์ตัดพ้อสื่อขอลดระดับความสัมพันธ์ มีวลีเด็ดที่กล่าวต่อผู้สื่อข่าวคือ “ต้องเว้นระยะกันสักพัก เพื่อให้อยู่ ในจุดที่เหมาะสมมากกว่านี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง การรวบรวมหลักฐานพบว่า การทำงานตำรวจภูธรภาค 7 ในภาพรวมไม่บกพร่อง แต่อ่อนประสบการณ์ในการเลือกหยิบหลักฐานมาใช้พิจารณาชี้มูลความผิด นอกจากนี้ยังไม่ได้นำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชุดสืบสวนกองปราบปรามส่งให้ไปรวมในสำนวนการสอบสวน ทำให้สำนวนไม่ครบถ้วน ทั้งที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญไม่สามารถโต้แย้งได้ ประกอบกับคำให้การของ ร.ต.ท.จรูญ เบื้องต้นมีข้อพิรุธ โดยเฉพาะกรณีไม่สามารถจำสถานที่ซื้อสลากได้ ขณะที่นายปรีชาถือว่าให้การเป็นประโยชน์ต่อคดี มีจิตวิทยาการตอบคำถามดี ทำให้ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เชื่อว่า ร.ต.ท.จรูญไม่ใช่เจ้าของสลากและเป็นฝ่ายผิด ทั้งที่มีหลักฐานเพียงแค่ปากคำของพยานเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ให้น้ำหนักไปที่พยานฝั่งนายปรีชา จึงทำให้ละเลยการสืบสวนคดีที่ควรให้น้ำหนักไปยังการตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลักการสืบสวนคดีอาญาทั่วไป ประกอบกับทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ ที่เข้ามาทำคดีเมื่อปลายเดือน พ.ย.2560 ขู่ดำเนินคดีตำรวจภูธรภาค 7 ฐานทุจริต โดยเฉพาะ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี นัดเจรจาไกล่เกลี่ยคดีระหว่างคู่ความ หลังจากนายปรีชาเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อต้นเดือน พ.ย.2560 เป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนขาดความน่าเชื่อถือ ขาดหลักฐานที่ควรจะมีเพื่อปกป้องตนเอง แถมยังเลือกหยิบหลักฐานที่ตนเองได้ประโยชน์มาประกอบสำนวน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การทุจริตแต่มุ่งสู่ความผิดพลาดจึงสรุปคดีคลาดเคลื่อน นำไปสู่การออกหมายเรียก ร.ต.ท.จรูญมารับทราบข้อกล่าวหา จนเกิดกระแส วิจารณ์มากมาย จนทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ตัดสินใจโอนคดีมาที่กองปราบปราม

มีรายงานข่าวอีกว่า จากการประมวลเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ทั้งหมด เบื้องต้นคณะทำงานคลี่คลายคดีไม่พบว่าทีมสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 เข้าข่ายกระทำความผิดอาญา เพราะทำงานตามขั้นตอนของกฎหมาย ถึงแม้จะมีข้อบกพร่องการทำสำนวน กรณีนี้คณะทำงานจะพิจารณารายงานผลไปยัง บช.ก.เพื่อรายงาน ผบ.ตร.ตามขั้นตอน ในการสืบสวนสอบสวนยังพบว่า นายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี อาจเข้าข่ายกระทำความผิดอาญา 1 นาย แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีโดยตรง แต่มีพฤติกรรมไม่เหมาะกับคู่ความ รวมทั้งล้วงลูกการทำงานของพนักงานสอบสวน ด้วยการแก้ไขปรับแต่งสำนวนการสอบสวนให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ขณะนี้ชุดทำงานเร่งรวบรวมพยานหลักฐานรายงานไปยัง บช.ก.พิจารณาสั่งการว่าจะดำเนินคดีพร้อมกับผู้ต้องหาพลเรือนที่กำลังจะถูกออกหมายจับ 2 คนหรือไม่ พนักงานสอบสวนกำลังเร่งออกหมายจับให้ทันวันที่ 28 ก.พ.นี้ ตามกรอบเวลาที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ขีดไว้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่มีความกังวล เร่งรัดติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตลอด ถึงขณะนี้คดีคืบหน้ามากกว่าร้อยละ 90 ภายในวันที่ 28 ก.พ. จะแถลงข่าวทั้งหมด เราไม่มีหน้าที่เข้าข้างใดข้างหนึ่ง ว่าไปตามพยานหลักฐาน รวมทั้งเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้สามารถบ่งชี้ได้ว่าลอตเตอรี่เป็นของใคร เราต้องทำความจริงให้ปรากฏ อีกทั้งการโอนคดีให้ บก.ป.เพราะเป็นหน่วยงานที่พี่น้องประชาชนไว้วางใจ เหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มาที่นี่ หรือคดีที่เป็นขบวนการมีความสลับซับซ้อน บก.ป.มีมาตรฐานอยู่แล้ว

“เรื่องนี้ใครก็แล้วแต่ที่ไปเกี่ยวข้อง ทำให้มีปัญหาการรวบรวมพยานหลักฐาน มีขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว คดีนี้พูดมาตั้งแต่แรกว่ามีการดำเนินการในรูปขบวนการ ส่วนใครจะอยู่ในขบวนการบ้าง เรามีหลักฐานแต่ยังเป็นในขั้นตอนการพูดคุยเฉยๆ ยังไม่อยู่ในรูปของลายลักษณ์อักษร เชื่อว่าบช.ก.ไม่กลั่นแกล้งใคร และบุคคลที่ทำคดีนี้เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทั้งนั้น เท่าที่ตรวจสอบคดีหวยลักษณะแบบนี้มีไม่เกิน 5 คดี แต่ละคดี บช.ก.มีข้อมูลหมดแล้ว” พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 143/22 ซอยทุ่งนา 5 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี พบนายปรีชาในชุดสูทสีดำกำลังออกจากบ้านไปโรงเรียน เมื่อเห็นสื่อมวลชนยกมือไหว้ทักทายอย่างอารมณ์ดี กล่าวว่า ประเด็นข่าวที่ออกมาลักษณะนี้เป็นกระแสของนักข่าว ไม่ใช่กระแสของตำรวจ ตำรวจยังไม่ได้ แถลงข่าวเลย ฉะนั้นข่าวที่ออกมาเขียนกันเอง นักข่าวรู้ดีกว่าตำรวจได้ไง นักข่าวก้าวไวเกิน คือครูจะบอกว่านักข่าวมีจรรยาบรรณถูกต้องไหม นักข่าวต้องฟังการแถลงก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากประเด็นเป็นไปตามที่ข่าวออกครูกังวลหรือไม่ นายปรีชาตอบว่า ไม่ได้กังวลอะไร ขณะนี้กองปราบฯยังไม่ได้ติดต่อมา พร้อมบ่นระหว่างขึ้นรถขับไปโรงเรียนว่า เริ่มรู้สึกเบื่อนักข่าว เพราะเขียนข่าวทำให้ประชาชนสับสนและมอมเมาประชาชน

ส่วนนางปณัญชยา สุขพูล หรือเจ๊เกียว แม่ค้าลอตเตอรี่พยานคดีหวย 30 ล้านบาท ยังคงตั้งแผงขายที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือวัดใต้ ต.บ้านใต้ อ.เมืองกาญจนบุรี ตามปกติ เจ๊เกียวเห็นข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่พาดหัวสรุปคดีหวย 30 ล้านแล้ว เผยว่า ตำรวจยังไม่สรุปเลย ไม่รู้ว่าใครปล่อยข่าวมาจากไหน ตนไม่กังวลและไม่คิดว่าผลจะออกมาแบบนี้ งานนี้ตำรวจต้องทำงานให้รอบคอบ ผิดพลาดไม่ได้ ทราบมาว่าจะประชุมอีกครั้งวันที่ 27 ก.พ.นี้ และวันที่ 28 ก.พ.น่าจะสรุปได้ ค่อยรอฟังวันนั้นดีกว่า ตอนนี้ไม่เครียด ไม่กังวล ส่วนนางรัตนาพรและนางพัชริดายังติดต่อกันทุกวัน ทุกคนสบายดี สำหรับอาจารย์แดงคือลูกค้าคนหนึ่งของเจ๊เหมือนกัน เป็นพยานที่ไปให้ปากคำหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่พยานใหม่ แต่ไม่ขอบอกรายละเอียดว่าอาจารย์เกี่ยวข้องอย่างไรเพราะอยู่ในสำนวน

ที่โรงเรียนเทพมงคลรังษี เวลา 12.00 น. นายไพฑูรย์ นามเมืองปักษ์ อดีตผู้แทนอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พร้อมอดีตข้าราชการครูอีก 2 คน เดินทางมาให้กำลังใจครูปรีชาถึงโรงเรียน หลังจากนั้นครูปรีชาเผยว่า เคยบอกแล้วว่ารอให้ขบวนการศาลเสร็จเรียบร้อยเป็นที่สิ้นสุด ไม่ใช่สื่อนำเสนอออกไปก่อน ส่วนที่สื่อลง ถูกต้องตนไม่เคยต่อว่า ที่ผ่านมาเคยพูดเสมอว่า ครูอโหสิกรรมให้ แต่สื่อโซเชียลกระหน่ำวิจารณ์ครูรวมถึงสื่อที่นำเสนอข้อมูลผิดๆ ตอนนี้กำลังปรึกษาทนายว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายแล้วถ้าศาลตัดสินว่า ครูไม่ใช่คนผิดจะมีใครมาขอโทษ หรือจะเงียบไปเลย หรือครูต้องออกมาบอกว่า อโหสิกรรมอีก ยอมรับว่าเสียความรู้สึกที่สื่อทำให้ครูเสียชื่อเสียงไปแล้ว หากกองปราบฯตัดสินว่าสลากฯเป็นของหมวดจรูญต้องต่อสู้ในชั้นศาลต่อไป ตนมีหลักฐานอื่นนอกจากที่มอบให้กองปราบฯนำไปสู้ในชั้นศาล

นายไพฑูรย์ นามเมืองปักษ์ อดีตผู้แทนอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากล่าวว่า ขอวิงวอนสื่อเห็นใจ ครูปรีชาเป็นคนดีแต่ถูกรังแก ที่ผ่านมาไม่เคยตอบโต้เพราะเรื่องต่างๆอยู่ในสำนวน ไม่อยากให้กระทบแต่กลับถูกวิจารณ์ในทางเสียหายตลอด จึงออกมาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นครู จากการติดตามข่าวและสอบถามจากตัวแทนครูจังหวัดกาญจนบุรีมั่นใจว่า ครูปรีชาไม่ได้พูดโกหก อดีตผู้แทนอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอีก 2 คนมาให้กำลังใจวันนี้ เป็นครูเกษียณอายุราชการจากจังหวัดสระแก้วและสุพรรณบุรี ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ติดตามข่าวและสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านตัวแทนครูในจังหวัดกาญจนบุรีจึงเชื่อมั่นในตัวครูปรีชา

ด้าน ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ให้สัมภาษณ์ที่บ้านใน ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรีว่า เห็นข่าวที่ลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันนี้ รู้สึกสบายใจขึ้น ที่แนวทางการสอบสวนคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านใกล้ความจริง แม้ตำรวจจะชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่สรุปผลการสอบสวน แต่มั่นใจว่ากองปราบปรามจะพิสูจน์ความจริงได้ ความจริงกำลังจะเริ่มเปิดเผยแล้ว ตอนนี้รอกองปราบฯ และ บช.ก.แถลงความชัดเจน ถ้าข้อมูลที่ออกมาเป็นอย่างที่คิดก็เบาใจระดับหนึ่ง ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายมีคลิปเสียงออกมาคาดว่าน่าจะเป็นการกู้ไฟล์จากโทรศัพท์เพราะส่งโทรศัพท์ไปตรวจสอบเหมือนกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้โทรศัพท์คืน คาดว่าเจ้าหน้าที่คงจะตรวจสอบแล้ว

ล่าสุด พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เซ็นคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 10/2561 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามบันทึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุดที่ 0001 (สส)/182 ลงวันที่ 8 ก.พ.2561 ท้ายหนังสือ กองคดีอาญาด่วนที่สุดที่ 0011.22/325 ลงวันที่ 7 ก.พ.2561 อนุมัติให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 1751/2560 ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ผู้ต้องหาข้อหาลักทรัพย์ และคดีอาญาที่ 1808/2560 ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ผู้กล่าวหา นายปรีชา ใคร่ครวญ ผู้ต้องหา ข้อหาแจ้ง ความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ของ สภ.เมืองกาญจนบุรี ให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) สอบสวนฝ่ายเดียว และกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) มีคำสั่งที่ 19/2561 ลงวันที่ 9 ก.พ.2561 แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อทำคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้โอนนั้น

เนื่องจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนมีความจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิด หรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ดังนั้นเพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย อาศัยอำนาจตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 599/2560 ลงวันที่ 29 ก.ย.2560 เรื่องกำหนดลักษณะงานและมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในงานศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 623/2560 ลงวันที่ 16 ต.ค.2560 เรื่องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจออกคำสั่งแต่งตั้ง ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง หรือสั่งการให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงให้ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากต้นสังกัด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย โดยให้ไปรายงานตัวกับ พล.ต.ท.สุรพล พินิจชอบ ผบช.ประจำ ตร. และรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (2) ในวันพฤหัสที่ 22 ก.พ.2561 เวลา 14.00 น. ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ลงวันที่ 21 ก.พ.2561 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.อ.สุชาติเผยสั้นๆว่า ได้ออกคำสั่งดังกล่าวจริง ขั้นตอนต่อไปเมื่อ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี มารายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนดในคำสั่ง จากนั้นจะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงพฤติกรรมบางอย่างที่มีการกล่าวอ้างกันออกมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้