วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘อัศวิน’ ลุยเอง สั่งปิด 3 ตลาด!

ไม่ได้ขออนุญาต เช็กบิล สนง.เขต พิษคดี-ปาทุบรถ

“อัศวิน” เต้น นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านป้าทุบรถและตลาด พบไม่มีใบอนุญาต 3 แห่ง สั่งปิดและให้ผู้ค้าขนของออกภายใน 7 วัน ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะเข้าแจ้งความตำรวจ สน.ประเวศ ดำเนินคดี ส่วนอีก 2 แห่ง เป็นคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลปกครอง แถมตั้งข้อสงสัยที่ผ่านมาตลาดเสียภาษีหรือเปล่า พร้อมสั่งการให้ ผอ.เขตประเวศตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เชิญทั้งเจ้าของตลาด ผู้ค้า และชาวบ้านผู้อยู่อาศัย มาพูดคุยหาข้อยุติให้เสร็จภายใน 7 วัน ตลาดอื่นทั้ง 364 แห่งทั่วกรุงเทพฯโดนหางเลข สั่งทุกเขตตรวจสอบว่าขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ “บิ๊กตู่” สวดจอดรถขวางหน้าบ้านไม่เคารพสิทธิผู้อื่น บ่นประเทศไทยคนไร้ระเบียบ ประธาน ป.ป.ช.รับ ป้าทุบรถเคยฟ้อง ป.ป.ช. ฟัน ผอ.ประเวศตั้งแต่ปี 54 คดีน่าจะมีมูล ตั้งองค์คณะไต่สวนแล้ว ผบช.น.สั่งสอบประเด็นป้าทุบรถโทร.แจ้ง 191 แล้วตำรวจไม่มา คาดโทษแม้เป็นเรื่องจอดรถขวางหน้าบ้าน ตำรวจต้องไปถึงภายใน 10 นาที ส่วน “ธวัชชัย ไทยเขียว” ชี้ เจ้าหน้าที่ต้องออกมาบังคับใช้กฎหมาย ไม่งั้นประชาชนจะจัดการกันเอง สังคมจะเกิดความวุ่นวาย

กรณี น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 61 ปี และ น.ส.ราณี แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี 2 พี่น้องก่อเหตุทุบรถกระบะนิสสัน นาวารา สีขาว ทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี ที่เอามาจอดขึ้นเบรกมือขวางทางเข้าออกบ้านพักเลขที่ 37/208 หมู่บ้านเสรีวิลล่า ซอยศรีนครินทร์ 55 แยก 2 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. หลังรับแจ้งความร้องทุกข์จาก น.ส.รชนิกร พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คนไปรับทราบข้อกล่าวหาทำให้เสียทรัพย์ ข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัว และพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสสังคม เบื้องหลังถูกตีแผ่ว่า สาเหตุมาจากการสร้างตลาดติดกับบ้านของตระกูล “แสงหยกตระการ” สร้างความเดือดร้อนมานานนับ 10 ปี ถึงขนาดฟ้องศาลปกครองจนเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ก.พ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ และผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 37/208 ซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ของ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ อายุ 65 ปี เพื่อพูดคุยและชี้แจงกรณีที่ได้รับความเดือดร้อนจากการตั้งตลาด 5 แห่งบริเวณใกล้เคียงที่อยู่อาศัย จนมีคดีฟ้องร้องที่ศาลปกครอง พล.ต.อ.อัศวินเดินไปกดกริ่งหน้าบ้านด้วยตนเองเพื่อขอพบเจ้าของบ้านหรือตัวแทน ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่จึงโทรศัพท์หา น.ส.บุญศรี เพื่อสอบถามความประสงค์และความช่วยเหลือที่เจ้าของบ้านต้องการจาก กทม. เจรจาผ่านทางโทรศัพท์ประมาณ 5 นาทีโดยเปิดเสียงผ่านลำโพงโทรศัพท์ให้สื่อมวลชนรับฟังพร้อมกัน

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ตอนนี้อยู่หน้าบ้านคุณป้าศรีเพื่อมาขอเจรจา ขณะนี้มีใครอาศัยอยู่ในบ้านหรือไม่ จะได้พูดคุยกับ กทม. อยากเดินทางมาเยี่ยมและพูดคุยถึงวัตถุประสงค์ หรือความต้องการของเจ้าบ้าน พร้อมลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริงว่า กทม. สามารถแก้ไขปัญหาหรือเยียวยาได้อย่างไรบ้าง นางบุญศรี กล่าวว่า 1.ตลาดในบริเวณนี้มีเยอะมาก อยากให้ผู้ว่าฯ กทม.ช่วยนำตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารและจัดตั้งตลาดถูกต้องตามกฎหมายออกไป เพราะที่ผ่านมารบกวนผู้อยู่อาศัยโดยรอบ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน 2.อยากให้ดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด และ 3.หากนำตลาดออกไปแล้ว ไม่อยากให้ก่อสร้างตลาดอีก เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ประชาชนต้องการความสงบและพักผ่อน กทม. ยังมีพื้นที่ว่างอีกมาก พื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่พาณิชย์ อีกอย่างปัญหาความเดือดร้อนมันเกิดขึ้นมาเป็น 10 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่เขตและผู้ว่าฯ กทม.คนเดิมไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ขอให้ผู้ว่าฯ กทม.คืนความสงบสุขให้ชุมชนด้วย

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า หลังจากนี้ กทม.จะพิจารณาตามเหตุผลว่า สามารถดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด ยืนยันว่าสิ่งที่คุณบุญศรีได้รับความเดือดร้อน กทม.จะพยายามปัดเป่าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าไปพูดถึงอดีตที่มันชอกช้ำระกำใจ พูดไปก็เจ็บใจเปล่าๆ นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป กทม.จะหาทางแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต

หลังจากนั้น พล.ต.อ.อัศวินไปเดินสำรวจตลาดที่อยู่บริเวณโดยรอบทั้งหมด กล่าวว่า ตลาดโดยรอบบริเวณมีทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาดสวนหลวง 1 ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคาร แต่ไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการตลาดตามกฎหมาย ส่วนนี้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าของอาคารเสียภาษีหรือไม่ 2.ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต 3.ตลาดยิ่งนรา ทั้ง 2 แห่งนี้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารเชิงพาณิชย์ แต่ต้องตรวจสอบว่าค้าขายตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ 4.ตลาดรุ่งวาณิชย์ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 และไม่ได้รับอนุญาตจัดตั้งกิจการตลาดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข 2535 เช่นเดียวกันกับตลาดร่มเหลือง เป็นตลาดนัดเก่าที่รื้อแล้ว แต่กลุ่มผู้ค้ากลับมาขายใหม่

“อย่างไรก็ตาม ตลาดที่ 2 และ 3 อยู่ระหว่างการฟ้องร้องคดีทางศาลปกครอง และศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอยู่ ดังนั้น กทม.จะบรรเทาความเดือดร้อนให้เจ้าของบ้าน เช่น แก้ไขปัญหาเสียงรบกวน กลิ่น ควัน และแสงกระทบ ส่วนตลาดที่ 1 ที่ 4 และ 5 กทม.จำเป็นต้องสั่งระงับการขาย จะออกบันทึกแจ้งให้กลุ่มผู้ค้าเตรียมตัวออกจากตลาดเนื่องจากอาคารไม่ได้รับอนุญาตก่อสร้างและจัดตั้งตลาดอย่างถูกกฎหมาย” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

เมื่อถามว่า เห็นรายชื่อเจ้าของอาคารแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่เห็นรายชื่อเจ้าของตลาด กทม.จะไม่ยึดตัวบุคคล จะเป็นของใครก็ตาม บังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้อง เจ้าของอาคารต้องทำตามระเบียบและข้อบังคับตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ พล.ต.อ.อัศวินลงพื้นที่สำรวจตลาดทั้ง 5 แห่ง พร้อมขอพูดกับเจ้าของอาคาร บรรยากาศตลาดเป็นไปอย่างเงียบเหงา ส่วนตลาดยิ่งนราหยุดขายของไปแล้ว

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.อัศวินแถลงว่า ศาลปกครองอยู่ระหว่างทบทวนการพิจารณาคดีผู้ฟ้องขอให้ศาลพิจารณาตัดสินว่า พื้นที่จัดสรรสามารถสร้างอย่างอื่นนอกจากบ้านได้หรือไม่ ดังนั้น กทม.ต้องรอฟังคำตัดสินและทำตามคำสั่งศาล ระหว่างนี้มอบหมายให้ ผอ.เขตประเวศทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เชิญเจ้าของตลาด กลุ่มผู้ค้า และประชาชนในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบมาประชุม ตั้งแต่วันที่ 22-28 ก.พ. เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน อย่างไรก็ตามตลาดที่ไม่ขออนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องยุติการดำเนินการ แต่ต้องให้เวลาผู้ค้าย้ายของออกจากพื้นที่ ส่วนตลาดที่ขออนุญาตก่อสร้างทำการค้าเชิงพาณิชย์ ต้องตรวจสอบว่า ค้าขายตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ คาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 7 วัน หากเจ้าของตลาดยังไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด กทม.จะแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประเวศ มีโทษปรับสูงสุดวันละ 5,000 บาท หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของ กทม.กระทำความผิด จะลงโทษตามระเบียบราชการต่อไป

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา กทม.เคยรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1555 เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนรำคาญจากการจัดตั้งตลาดบ้าง เช่น เรื่องเสียง กทม.แก้ไขปัญหาโดยตลอด ทั้งนี้สั่งการให้ กทม.ตรวจสอบตลาดทั่วกรุงเทพฯทั้ง 364 แห่งว่า ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา และสร้างความสบายใจแก่ทุกฝ่าย มีรายงานข่าวจากตำรวจจราจรแจ้งว่า ระหว่างวันที่ 1-19 ก.พ. มีการปรับผู้ฝ่าฝืนผู้กระทำความผิดจอดรถในพื้นที่ห้ามจอด 112 ราย บริเวณหน้าตลาดที่เกิดเหตุ

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า ทราบว่าเจ้าของบ้านได้โทร.แจ้ง 191 บ่อยครั้งแต่เจ้าหน้าที่ไม่ค่อยมา ตนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า แจ้งบ่อยแค่ไหน สภาพการจราจรบริเวณนั้นเป็นถนนหลวงหรือพื้นที่ส่วนบุคคล ทั้งนี้ไม่ใช่แค่บ้านป้าเท่านั้น หากประชาชนท่านใดได้รับความเดือดร้อนจากการถูกจอดรถขวางทางเข้าออกบ้าน เมื่อได้รับแจ้งตำรวจต้องไปดู อย่างช้าต้องไปถึงภายใน 10 นาที หากสถานีตำรวจใดไม่ดำเนินการอำนวยความสะดวก ขอให้แจ้งมาที่ บช.น.จะดำเนินการแก้ปัญหาให้ อย่างไรก็ตาม หากต้องใช้รถยกเจ้าของรถที่จอดขวาง นอกจากจะเสียค่าปรับแล้วต้องจ่ายค่าบริการรถยกเองด้วย

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบพบ น.ส.บุญศรี เคยยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ ผอ.เขตประเวศขณะนั้น ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อนุญาตให้สร้างตลาด สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่ ร้องมาเมื่อปี 2554 ขณะนี้ทราบว่า ตั้งองค์คณะไต่สวนไปแล้ว แสดงว่ากรณีดังกล่าวมีมูลพอสมควร ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้กล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม.เหมือนคดีที่ฟ้องต่อศาลปกครองหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ขณะนี้เป็นการไต่สวนส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ก่อน หากไต่สวนไปแล้วพบว่า มีเจ้าหน้าที่อื่นเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้มีคำสั่งไต่สวนเพิ่มเติมต่อไป

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า กรณีคุณป้าทุบรถปิดทางเข้าออกบ้าน ก่อให้เกิดผลกระทบ สาเหตุจากกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย และสร้างค่านิยมใหม่เรื่องจอดรถปิดทางเข้าออกบ้านคนอื่น คงไปรอให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำคงไม่ได้ อาจเกิดค่านิยมและบรรทัดฐานใหม่ได้ ประชาชนผู้เสียสิทธิจะลุกขึ้นสู้ และจัดการปัญหาด้วยตนเองถ้าไม่สามารถรอให้รัฐเข้ามาจัดการได้ หากพัฒนาไปไกลถึงขั้นตอนนี้ ตนไม่อยากจะคิดว่าบ้านเมืองจะวุ่นวายขนาดไหน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและผู้มีอำนาจแห่งรัฐ ต้องออกมาทำอย่างจริงจัง เพราะประชาชนทุกคนเป็นนายจ้างเรา และพวกเราทุกคนเป็นขี้ข้าประชาชน

ที่ จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบกับเกษตรกรและประชาชนที่สหกรณ์โคนมกำแพงแสน จำกัด กรณีการจอดรถขวางหน้าบ้านว่า ปัญหาของประเทศไทยตอนนี้คือ เราไม่มีระเบียบวินัย ไปจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่น ทำอย่างนี้ได้อย่างไร เห็นอยู่แล้วว่า เป็นบ้านคน เป็นที่อยู่อาศัยยังมาจอดรถขวางเลยเกิดกรณีขัดแย้ง เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน เสียหายเกี่ยวโยงกับอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องตลาดการลงทุน ปัญหาสังคม สาเหตุมาจากความไม่มีระเบียบวินัย ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น ตนเห็นใจทั้ง 2 ฝ่ายต้องมาต่อสู้กันด้วยกฎหมาย ถ้าเข้าใจกฎหมายตั้งแต่แรก ไม่มีการละเมิดสิทธิก็ไม่เกิดปัญหา

“อัศวิน” เต้น นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านป้าทุบรถและตลาด พบไม่มีใบอนุญาต 3 แห่ง สั่งปิดและให้ผู้ค้าขนของออกภายใน 7 วัน 22 ก.พ. 2561 00:40 22 ก.พ. 2561 00:42 ไทยรัฐ