วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เมสซี” ทำได้

โดย หมวดแซม

ลิโอเนล เมสซี (ภาพ : AFP)


ในที่สุด ลิโอเนล เมสซี ยอดกองหน้าซุปเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ ก็สามารถล้างอาถรรพณ์ที่ไม่เคยยิงประตูเชลซีได้

หลังจากที่เขาซัดประตูสำคัญ ช่วยให้บาร์เซโลนาบุกมายันเจ๊า “สิงห์บลู” เชลซี ถึงถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ 1—1 ในการเจอกันยกแรกของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ผลพวงจากการได้อเวย์โกลในเกมนี้ ทำให้ บาร์เซโลนาถือไพ่เหนือกว่า กุมความได้เปรียบค่อนข้างเยอะ ก่อนจะกลับไปเล่นนัดที่ 2 ในรังคัมป์นูของตัวเอง วันที่ 14 มีนาคมนี้

เพราะทำให้ทีมเจ้าบุญทุ่มแห่งแคว้นคาตาลัน เจองานไม่ยากเท่าไหร่ในการเล่นนัด 2 ที่บ้านตัวเอง โดยขอแค่เสมอ 0-0 หรือชนะแค่ 1-0 บาร์ซาก็จะลอยลำเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายทันที

ผิดกับเชลซี ที่ต้องเค้นฟอร์มเก่ง บุกมาเอาชนะบาร์เซโลนาที่คัมป์นูให้ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่ายากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา หรือไม่ก็ต้องบุกมายันเสมอด้วยสกอร์ 2-2 ขึ้นไป ถึงจะแซงเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

กลับมาว่าถึงเกมยกแรกที่เดอะ บริดจ์ กันบ้าง ที่จริงเชลซีน่าจะได้ประตูขึ้นนำบาร์ซาไปก่อนด้วยซ้ำตั้งแต่ครึ่งแรก เมื่อวิลเลียน ปีกจอมพลิ้ว ทีมชาติบราซิล ยิงชนเสาไปถึงสองครั้งสองครา

ก่อนที่วิลเลียนจะมาประสบความสำเร็จในการยิงหนที่ 3 จากจังหวะที่เขารับบอลจากการเปิดมาให้ของอาซาร์ ก่อนแต่งหาช่องแล้วยิงด้วยขวาเสียบเสาแรกตุงตาข่าย ชนิดที่มาร์กอังเดร แทร์ ซเตเกน ยืนขาตายหมดสิทธิ์เซฟ ส่งทีมสิงห์บลูขึ้นนำ 1-0 ในนาที 62

แต่จากความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวของแนวรับเชลซี ทำให้บาร์ซาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ในนาที 75 เมื่ออันเดรียส คริสเตนเซน ทำพลาดมหันต์ จ่ายบอลขวางสนามเข้ามากลางประตู หวังจะให้เชส ฟาเบรกัส

ซึ่งแทนที่ฟาเบรกัสจะรับบอลเล่นต่อ กลับปล่อยบอลผ่านหวังให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยตา เล่น แต่ดูเหมือนอัซปิลิกวยตาไม่พร้อมจะเล่นเลยกะจังหวะพลาด ก่อนโดนอิเนียสตาตัดบอลได้แล้วจ่ายให้เมสซีวิ่งมาแปเหน่งๆตุงตาข่ายไม่เหลือ

นับเป็นประตูแรกของเมสซีที่ยิงเชลซีได้ โดยก่อนหน้านี้ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ลงเล่นกับเชลซีมาแล้ว 8 ครั้ง แต่ยิงประตูทีมสิงโตสีน้ำเงินแห่งกรุงลอนดอนไม่ได้เลย

ประตูที่ยิงตีเสมอเชลซี 1-1 ทำให้เมสซี กลายเป็นนักเตะที่ชอบยิงประตูทีมจากอังกฤษมากที่สุดในศึกแชมเปียนส์ลีก ด้วยจำนวน 18 ประตู

เหนือกว่าอันดับ 2 คริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์ของเรอัล มาดริด ที่ทำได้ 11 ประตู

ส่วนจังหวะเสียประตูตีเสมอ 1-1 นั้น แฟนบอลเชลซีกลับมองว่า นอกจากคริสเตนเซนที่จ่ายบอลขวางสนามพลาดแล้ว เชส ฟาเบรกัส ก็มีส่วนผิดเช่นกัน เนื่องจากไม่ยอมเล่นบอล แต่กลับปล่อยบอลต่อให้อัซปิลิกวยตา จนนำมาสู่การเสียประตู

การเสียอเวย์โกลในนัดแรก ทำให้เชลซีต้องเจองานยากเป็นสองเท่าในการบุกไปเยือนบาร์ซาที่คัมป์นู

เพราะบาร์เซโลนาเล่นในบ้านได้น่ากลัวสุดๆ แถมยังมีแฟนบอลเรือนแสนหนุนหลังอีกด้วย ต่างจากตอนไปเล่นเป็นทีมเยือนชนิดหน้ามือกับหลังเท้าเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี เชลซีเคยโค่นบาร์เซโลนามาแล้วในรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ปี 2012 ก่อนจะผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้ในที่สุด

ต้องมาลุ้นกันว่า “สิงห์บลู” เชลซี จะบุกไปสร้างปาฏิหาริย์น็อกบาร์ซาคารังในนัดชี้ชะตาได้หรือไม่

หรือจะโดนบาร์เซโลนาถล่มพ่ายตกรอบแบบหมดรูป...อีกไม่นานได้รู้กันแน่นอน!

หมวดแซม

ในที่สุด ลิโอเนล เมสซี ยอดกองหน้าซุปเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ ก็สามารถล้างอาถรรพณ์ที่ไม่เคยยิงประตูเชลซีได้ 21 ก.พ. 2561 23:41 ไทยรัฐ