วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ความบ้าระห่ำนี้ คิดว่าได้มาจากไหน เปิดใจ ก้อย รัชวิน มาราธอนแรกในชีวิต ที่เดียว

ความบ้าระห่ำนี้ คิดว่าได้มาจากไหน เปิดใจ ก้อย รัชวิน มาราธอนแรกในชีวิต ที่เดียว

  • Share:

ผมอยู่กับเธอที่นั่น, เธอคือก้อย รัชวิน

กับการจัดงานที่ยิ่งใหญ่มีผู้คนที่สนใจจากทั่วโลกมาร่วมแสดงออกถึงความแข็งแกร่ง หลายคนคิดแบบนั้น ทว่าเข้าไปสัมผัส 'เกียวโต มารา ธอน 2018' (KYOTO MARATHON 2018)  ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Do you Kyoto" มีนักวิ่งจากทั่วโลกกว่า 16,000 คน ร่วมเเข่งขัน บนเส้นทาง 42.195 กม.

เป็นที่รวบรวมคนมีความฝัน ความมุ่งมั่น การออกกำลังกาย ผสานกันอยู่ในตัวมากมาย โดยมีจุดร่วมเดียวกันคือ 'ความสุข' ส่วนที่เหลือก็เป็นกำไร

ผมเห็นทุกรายละเอียด การฝึกฝน การอดทน พลังบวก แทบจะทุกย่างก้าวของท่วงความคิด ของผู้หญิงร่างเล็ก สวนทางกับขนาด 'หัวใจ' ที่ใหญ่น่าชื่นชม

คุณได้ความระห่ำนี้มาจากไหน ก้อยยิ้มและถามกลับว่า คิดว่าจะมาจากใครละ เขาเป็นคนที่ทำให้ก้อยได้มาวิ่ง โครงการก้าวคนละก้าวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เราอยากจะวิ่งอย่างจริงจัง

"การวิ่งมันไม่ใช่แค่ตัวเราเอง มันเป็นการวิ่งเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ได้ช่วยซัพพอร์ตคนที่เรารัก ได้สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนในระหว่างทาง การวิ่งมันเลยมีคุณค่ามากกว่าแค่การดูแลสุขภาพของตัวเอง มันสร้างความสุขได้ในระดับที่มันกระจายเผื่อแผ่ไปให้ผู้คนได้มากมายมหาศาล ซึ่งเรื่องนี้ก้อยเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันทำได้ด้วย พอพี่ตูนทำโครงการนี้ก็เลยรู้สึกว่านั่นแหละ มันเป็นการวิ่งที่เราไม่ได้นึกถึงตัวเอง"

แต่สำหรับมาราธอนมันเป็นการ วิ่งที่ได้อยู่กับตัวเอง เพื่อตัวเองจริงๆ ซึ่งทั้งสองอันมันแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วปลายทางคือสิ่งเดียวกันคือ 'ความสุข'

และด้านล่างนี้คือทั้งหมดจากหัวใจผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แรกที่เดียว เจ้าของประโยค ก้อยไม่เก่ง แต่ก้อยไม่หยุด รัชวิน วงศ์วิริยะ

Q : ยังจำความรู้สึกที่เข้าเส้นชัย 'เกียวโต มาราธอน 2018' ได้อยู่ไหม

จำได้แม่นยำค่ะ เป็นความรู้สึกที่ ถ้าคนที่เป็นนักวิ่งน่าจะรู้สึกไม่ต่างกันคือ ตอนนั้นความรู้สึกเราโฟกัสไปที่ข้างหน้าอย่างเดียวเลย มันมองแต่จุดที่เราต้องการจะไปถึง คือ ตรงป้าย แล้วเราใจเต้นแรงมาก มีความสุขมากๆ ขามันก็อยากจะสับไปให้มันเร็วที่สุด ให้ถึงตรงนั้น ในที่สุดการเดินทางของเราก็มาหยุดอยู่ตรงนี้

Q : ตอนนั้นในใจมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ส่งกำลังใจ ส่งแรงเชียร์มาสำหรับมาราธอนครั้งแรกของก้อย ก้อยรู้สึกว่าสำหรับคนอื่นแล้วมันเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทุกคนก็มีมาราธอนได้เป็นของตัวเอง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แต่ว่าสิ่งที่มันทำให้ก้อยรู้สึกว่ามันพิเศษคือ พี่ๆ ทุกคนให้กำลังใจ ทั้งพี่ๆ ในทริป พี่ๆ สื่อคือส่งแรงเชียร์มามันทำให้เรารู้สึกพิเศษมากๆ มันก็เลยมีทั้งความตื่นเต้น และก็ดีใจผสมกันไป

แต่สำหรับมาราธอนมันเป็นการวิ่งที่ได้อยู่กับตัวเอง เพื่อตัวเองจริงๆ ซึ่งทั้งสองอันมันแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วปลายทางคือสิ่งเดียวกันคือ 'ความสุข' สำหรับก้อยแล้วมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับใครหลายๆ คนแต่ว่าไอ้จุดเล็กๆ ที่มันเริ่มต้นจากตัวเรานี้ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้

Q : ตอนเข้าเส้นชัย คุณร้องออกมา และน้ำตาก็ไหล ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร

ความรู้สึกตอนนั้น 800 เมตรสุดท้าย มันเป็นการคุยกับตัวเอง เหมือนเราได้พูดคุยกับเขา บอกตัวเองว่าเอ๊ย...ก้อย เธอทำได้นะ สู้ๆ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว ณ เวลานั้นมันไม่มีใครให้กำลังใจเราได้นอกจากตัวเราเอง ระหว่างทางก้อยเก็บบรรยากาศมาเต็มอิ่มมาก พอผ่านป้าย 42 กม.แล้ว ความรู้สึกมันดีใจมากๆ

ซึ่งการส่งเสียงของก้อยมันเป็นการปลดปล่อยอย่างหนึ่ง มันเหมือนว่าที่ผ่านมา เราพูดกับตัวเองในหัวมากมาย แต่สุดท้ายแล้วใจเรามันมีพลังมากมาย เสียงเล็กๆ ในหัวต่างๆ ของเรา สุดท้ายแล้วเรามีแต่คำว่า 'ไป' อีกนิดเดียว แล้วพอตอนเห็นเส้นตรงหน้า สุดท้ายไม่มีอะไรแล้ว 'ว่าง' โล่งเลย วิ่งเข้าไปแบบตัวเบาๆ รู้สึกลอยๆ แล้วก็มีความสุขมาก คือพอเห็นป้ายก็ไม่ได้นึกอะไรแล้ว รู้สึกว่าโล่ง

ดร.จุ๋ง นักวิ่งอัลตร้ามาราธอนคนแรกของไทยที่จบการแข่งขันวิ่งรอบเทือกเขาแอลป์ คนที่วิ่งประกบก้อย รัชวิน

Q : ก่อนหน้ากดดัน?

ก้อยว่าไม่มีใครกดดันตัวเรา เท่ากับตัวเราเอง คือเรามักจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเสมอ อย่างการวิ่งมาราธอนครั้งแรก เราจะมีเป้าในเรื่องของเวลา ที่เราอยากจะทำให้ได้เท่านั้น-นี้ มันมีอยู่ในใจ แต่ก้อยก็ไม่ได้บอกใครหรอก แต่เราก็อยากจะลุ้นกับตัวเองว่ามันจะทำได้ไหม เอาง่ายๆ เป้าเราต้องไม่เกิน 5 ชั่วโมง รู้สึกว่าสำหรับครั้งแรกมันโอเค แต่มาอยู่ในสนามจริงๆ พอเข้าเส้นชัยแล้ว ก้อยก็พูดกับตัวเองนะว่า

'ถ้าก้อยไม่กำหนดกับตัวเองเรื่องเวลา ก้อยจะได้อยู่กับพวกที่ก้อยประทับใจอีกนานมากๆ'

คือทุกอย่างที่ผ่านสายตาก้อยมาอยู่ในสมองก้อยหมด แต่ก้อยไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย มาบันทึกอะไรเลย มันอยู่ในความทรงจำของเรา คล้ายๆ กับตอนที่เราวิ่งก้าวคนละก้าว เราได้เจอเด็กน้อยส่งเสียงเชียร์ ได้เจอคนแก่ ได้เจอคุณยาย ทั้งๆ ที่เราต่างชาติ ต่างภาษา เป็นคนแปลกหน้าต่อกัน แต่เขากลับให้กำลังใจเรามากมายเหลือเกิน เราประทับใจมาก และเราก็อยากละเมียดไปกับทุกๆ จุดของการเดินทางในครั้งนี้

กุ้ง พี่ชายแท้ๆ ของก้อย

Q : เมื่อถึงเส้นชัยวิ่งเข้าไปกอดพี่ชาย ซึ่งก่อนหน้าคุณบอกเหตุผลที่นำพี่ชายมาครั้งนี้กับเรา แทนที่จะเอาคนอื่นมา บอกอีกทีเพราะอะไร? 

เพราะว่า 'เราต้องการกำลังใจจากคนที่เรารัก' เหมือนเราว่ายน้ำเป็นครั้งแรก เข้าโรงเรียนครั้งแรก สอบเข้ามหา'ลัยได้ครั้งแรก ไอ้ครั้งแรกที่เราผ่านๆ มาส่วนใหญ่มันเกิดจากกำลังจากคนในครอบครัว จากคนใกล้ชิด จากคนที่เรารัก ถามว่าจริงๆ แล้วการเดินทางมาครั้งนี้ เหมือนกับเราต้องการกำลังใจในส่วนของพลังงานดีๆ พลังบวกในรอบตัว เราเองกดดันตัวเองมากพอแล้วก็ไม่อยากที่จะให้มีพลังรอบด้านที่เราจะต้องรู้สึกกดดันอีก

ก้อยรู้ว่าทุกคนเป็นห่วง หลายคนที่เข้ามาเตือนหรือมาให้คำแนะนำต่างๆ เขาก็อยากให้เราได้เรียนรู้ ให้ได้รู้ว่าเราต้องไปเจอกับอะไรบ้าง แต่ว่าสุดท้ายแล้ว เราก็ต้องเผชิญด้วยตัวเอง เพราะว่าผลลัพธ์หรือจุดประสงค์การวิ่งของคนแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนคือเขาอาจจะวิ่งเพื่อทำสถิติใหม่ เขาอาจจะสนใจในเรื่องของเวลาจนลืมมองข้างทาง หรือบางคนอาจจะวิ่งเพื่อเอาชนะตัวเอง

เครดิตภาพ ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง

แต่ทั้งหมดมันอยู่ที่ก่อนที่คุณ จะเดินทางมาถึงตรงนี้มากกว่า คุณได้ทำอะไรบ้าง มันคือเรื่องของการฝึกซ้อม มันคือเรื่องของมีวินัยให้กับตัวเอง ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญตั้งแต่ต้น ตรงนี้มันก็จะไม่สำคัญเลย มันก็ไม่ได้สวยงาม คุณก็จะไม่ได้รู้สึกภูมิใจกับตัวเอง แต่ถ้าเกิดว่าคุณได้ฝึกซ้อมมาก่อน ได้เรียนรู้ร่างกายตัวเองมาก่อน คุณจะรู้ว่า คุณมาอยู่ตรงนี้มันจะรู้ลิมิตว่าจะไหวหรือไม่ไหว เริ่มตึงแล้วนะหยุดไหม หรือว่าจะไปต่อ จะฝืดไหม

ก้อยโชคดีที่ก้อยได้พื้นฐานมาจากตอนที่ก้อยวิ่งในโครงการก้าว อันนี้คือสำคัญมาก เป็นสนามฝึกซ้อมให้ก้อยอย่างดีเลยได้วิ่งขึ้น ลงเนิน ทดสอบสภาพร่างกายที่ทั้งหนาว ทั้งร้อน ทั้งฝนตก รวมถึงก้อยได้คุณครูดีๆ ได้นักวิ่งที่มีประสบการณ์หลายๆ ท่านที่มาร่วมวิ่งในโครงการและมาสอนก้อย พูดชื่อก็ไม่หมดคือเยอะมากๆ ขอบคุณทุกคนมากๆ จริงๆ

Q : ตอนนี้เราควรเรียกคุณว่าอะไรดี ดีเจ ดารา นักแสดง นักร้อง หรือ เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คน

ก้อยไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าก้อยจะมาอยู่ตรงนี้ จะมาวิ่งมาราธอน ก้อยพูดได้เต็มปากเลยว่าก้อยนับถือใจคนที่วิ่งมาราธอนมาโดยตลอด แล้วเราก็เคยเป็นคนที่มองคนอื่นวิ่งมาโดยตลอด ก้อยรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่จังเลย การที่ต้องมาวิ่ง 12 กิโลฯ ใน 4-5 ชั่วโมง เขาทำกันได้ยังไง เราเคยคิดแบบนี้มาตลอด แล้วเราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะมาอยู่ตรงนี้

ก้อยก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่ก้อยทำ มันเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้จริงๆ นะ แค่เราคิดว่าเราจะทำอะไร ใจเราไปแล้ว ร่างกายจะพาเราไปทันที ถ้าเราบอกตัวเองว่า ไม่เอา หรือเรากลัว หรือเรารู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม ร่างกายเรามันก็จะไม่ไป ถ้าเมื่อไหร่ที่เราบอกว่าจะไป มันไม่มีอะไรที่จะมาหยุดเราได้แน่นอน อะไรก็ได้ที่เป็นกิจกรรมที่คุณชอบ กีฬาที่คุณชอบ บางคนอาจจะไม่ถนัดวิ่ง

อะไรก็ได้ที่ทำแล้วรู้สึกว่าเป็นความสุข คือสุดท้ายแล้วเราต้องหาจุดบาลานซ์ของชีวิตให้เจอ อะไรที่มันมากไปก็ไม่ดี น้อยไปมันก็ไม่ดี ฉะนั้นอะไรคือความสมดุลในชีวิต สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข ใช้ความสุขเป็นที่ตั้งแล้วคุณจะพบว่าในชีวิตนี้คุณสามารถทำอะไรได้อีกหลาย อย่างที่คุณไม่เคยรู้ตัวมาก่อน

ไทยแลนด์สู้ๆ

Q : พี่ก้อย น้องก้อยคะ หนูไม่เก่ง พี่ไม่เก่ง...จะเร่ิมต้นอย่างไร ถ้ามีคนถามคุณแบบนี้อยากบอกอะไรบ้าง

พี่ก็ไม่เก่ง แต่เราไม่หยุด คือถ้าเราหยุดเมื่อไหร่สิ่งที่เราตั้งใจไว้ทุกอย่างมันจะย้อนกลับไปที่เดิม ตอนนี้เราพาตัวเองมาถึงตรงนี้แล้ว มีแต่เราต้องเดินหน้าต่อ ถ้าเราหยุดเราก็ไปต่อไม่ได้ ต้องพัฒนาตัวเอง วันนี้มาราธอนแรกนี้ไม่ใช่เสร็จแล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว สุดๆ แล้ว แต่มาราธอนแรกมีไว้เพื่อให้เราพัฒนาไปสู่มาราธอนต่อไป ร่างกายจะต้องแข็งแรงขึ้น เราจะต้องพัฒนาตัวเองได้มากขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่ระหว่างทางมีคนได้สอนก้อยเอาไว้ว่า เราทำในวันนี้ เพื่อให้เราได้ดีขึ้นในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้นเราสามารถพัฒนาตัวเองให้ไปต่อได้เรื่อยๆ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ก้อยไม่รู้นะในการวิ่ง คือก้อยไม่เคยวิ่งในรายการใหญ่ๆ เลย ส่วนใหญ่ก้อยก็จะซ้อมและนาฬิกามันก็จะหยุด เข้าห้องน้ำ หยุดยืดเหยียด แวะกินสตรอเบอร์รี่ แล้วเวลาในสถิติก้อยถ้าตัดในเรื่องหยุดออกไปมันจะ 4 ชั่วโมง 34 นาที

แต่พอเราลงสนามมาราธอนที่เป็นสนามระดับโลก มันจะนับทุกวินาทีที่เราอยู่บนสนาม ก็รู้สึกเสียดายนิดนึง กลับมาแล้วเรายังรู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้เราจะไม่หยุดเลย หยุดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ว่าดร.ก็บอกว่าดีแล้วที่หยุด เพราะว่าทุกครั้งที่หยุดของก้อยมันคือซายน์บางอย่าง ของร่างกายว่าคุณเริ่มเจ็บแล้วนะ ถ้าเราฝืนแล้วไปต่อ กิโลเมตรสุดท้าย เราอาจจะไม่สามารถที่จะสปริ้นไปแบบนั้นได้ เราอาจจะไม่สามารถวิ่งเร็วแล้วแซงคนอื่นได้ แรงเราอาจจะหมดแล้วก็ได้ มันก็คือเข้าใจแล้วว่าการหยุดของเราเพื่อให้ได้ไปต่อ ฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่ถ้าก้อยมีโอกาสก้อยก็อยากจะเขียน ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้คนที่จะเริ่มต้นมาราธอนได้รับรู้แล้วก็เป็น ประโยชน์ต่อพวกเขาได้บ้าง

เวลาจากนาฬิกา ก้อย รัชวิน
เวลาอย่างเป็นทางการของก้อย รัชวิน
เครดิตภาพ วิน บัดดี้ (1)

Q : คุณได้ความบ้าระห่ำแบบนี้มาจากที่ไหน

คิดว่าจะมาจากใครละ ก็มีอยู่คนเดียวค่ะ เขาเป็นคนที่ทำให้ก้อยได้มาวิ่ง ทำให้ก้อยได้มาวิ่งมาราธอนเฉยเลย ทุกครั้งที่เราเห็นเขาวิ่ง เราจะเลือกไปรอที่เส้นชัย แล้วรู้สึกว่ามันนานจังเลย และรู้สึกว่าถ้าเราได้วิ่งด้วยกันก็คงจะดีเนอะ ก็เลยวิ่งๆ

และพอมีโครงการก้าวคนละก้าวเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ และเราอยากวิ่งอย่างจริงจังเพราะการวิ่งมันไม่ใช่แค่ตัวเราเองมันเป็นการวิ่งเพื่อช่วยเหลือคนอื่น และได้ Support คนที่เรารัก ได้สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนในระหว่างทาง การวิ่งมันเลยมีคุณค่ามากกว่าแค่การดูแลสุขภาพของตัวเอง มันสร้างความสุขได้ในระดับที่มันกระ จายเผื่อแผ่ไปให้ผู้คนได้มากมายมหาศาล ซึ่งเรื่องนี้ก้อยเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันทำได้ด้วย พอพี่ตูนทำโครงการนี้ก็เลยรู้สึกว่านั้นแหละ มันเป็นการวิ่งที่เราไม่ได้นึกถึงตัวเอง แต่สำหรับมาราธอนมันเป็นการวิ่งที่ได้อยู่กับตัวเอง เพื่อตัวเองจริงๆ ซึ่งทั้งสองอันมันแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแล้วปลายทางคือสิ่งเดียวกันคือความสุข

Q : ถ้าไม่มีผู้ชายคนนั้น อาทิวราห์ คงมาลัย ก็จะไม่มีรัชวินในวันนี้!!

ถ้าพี่ตูนไม่ออกมาวิ่ง ก้อยก็คงไม่ได้วิ่ง ใช้คำนี้ดีกว่าค่ะ

เครดิต วิน บัดดี้

INTERVIEW : Raydo_T

ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและรองประธานกรรมการบริหาร บ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
นักวิ่งไทยและผู้สนับสนุนในการวิ่งครั้งนี้
กองเชียร์

 

ขอบคุณ : ความสำเร็จในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่มี CW-X (ซีดับเบิลยู-เอ็กซ์) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดออกกำลังกาย ภายใต้แบรนด์ "วาโก้" (Wacoal) สนับสนุนนักวิ่งชาวไทยหัวใจไทยเข้าร่วมการแข่งขัน "ซีดับเบิลยู-เอ็กซ์ เกียวโต มาราธอน 2018" ในครั้งนี้

สามารถชมความเคลื่อนไหวได้ที่ Cwxthailand

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้