วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาร์ค แนะ 'บริหาร-นิติบัญญัติ' ทบทวนตัวเอง ชี้ สนช.ถูกแทรกแซง

“มาร์ค” แนะ ”บริหาร-นิติบัญญัติ” ทบทวนตัวเอง ชี้ สนช.ถูกแทรกแซง ย้ำออกกฎหมายมาก ลิดรอนสิทธิ์ ปชช. ขอ สนช.ตรวจสอบถ่วงดุล รบ.

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ ร่วมบรรยายหัวข้อ “บทบาทของฝ่ายบริหาร : มุมมองของฝ่ายนิติบัญญัติ” ซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมกับสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มธ.

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สังคมมีความไขว้เขว และปฏิเสธไม่ได้ว่า ความล้มเหลวของการเมืองในอดีตนำมาสู่การประท้วง รัฐประหาร ซึ่งความสัมพันธ์ของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติก็เป็นส่วนหนึ่ง ตนย้ำเสมอว่า ปัญหาวัฒนธรรมทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผลกระทบทางการเมืองบางเรื่อง ไม่สามารถกำหนดบทลงโทษโดยตัวของกฎหมายได้

โดยฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติมีมุมมองต่างกัน เพราะต่างสวมหมวกคนละใบ ตนเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายต้องทบทวนการทำงานให้สอดคล้องกัน คือ นิติบัญญัติจะต้องตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร หากไม่สามารถตรวจสอบได้ ก็ถือว่าไม่เป็นไปตามกลไกของประชาธิปไตย ซึ่งปัจจุบัน สนช.ไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้ กลับกัน คือ ฝ่ายบริหารยังแทรกแซงการตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอีก สำหรับกลไกการตรวจสอบทางกฎหมายที่จะทำให้รัฐบาลมีความรับผิดชอบมากขึ้นนั้น โดยยกตัวอย่างจากระบบการเมืองต่างประเทศ คือ การตั้งกระทู้ถามสด ที่ถือว่ามีความสำคัญ เพราะนายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามในสภาฯ ด้วยตัวเอง แต่ในสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย การใช้กระทู้ถามสดกลับไร้ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีผู้นำที่หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ ทั้งนี้ จึงขอให้ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติกลับมาทบทวนถึงปัญหาความรับผิดชอบทางการเมือง ที่แตกต่างกับความรับผิดชอบทางกฎหมาย โดยกระบวนการทางกฎหมาย คือ การต้องหาข้อพิสูจน์ให้ปราศจากข้อสงสัย แต่กระบวนการทางการเมือง คือ ต้องได้รับความไว้วางใจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลพูดถึงการปฏิรูปกฎหมาย และมีการตั้งคณะกรรมการหลายคณะ ตนมองว่า การออกกฎหมายมากๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดี แต่อาจจะเป็นการจำกัดสิทธิ์ของประชาชน ทั้งนี้ ในกระบวนการออกกฎหมายภายใต้ระบบรัฐสภานั้น หากรัฐบาลไม่สามารถผ่านกฎหมายที่สำคัญได้ ก็จะแสดงว่า ไม่ได้รับความไว้วางใจ จึงทำให้ไม่สามารถออกกฎหมายได้อย่างราบรื่น กฎหมายสามารถแก้ไขรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ ซึ่งในชั้น กมธ.ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้หลายอย่าง ซึ่งในทางปฏิบัติระยะหลังโดยเฉพาะเมื่อการเมือง มีการแบ่งขั้วมากขึ้น รัฐบาลบางครั้งก็ไม่ยอมให้เนื้อหาของกฎหมายที่ตัวเองเสนอเข้าไปต้องถูกแก้ไข จึงได้ใช้วิธีสกัดกั้น ทำให้บทบาทของนิติบัญญัติลดน้อยลง

ขณะที่ ส.ส.ก็ไม่มีความถนัด และไม่มั่นใจในวิธีการเขียนกฎหมาย มีข้อสังเกตคือ เมื่ออยู่ในชั้น กมธ. ผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกาจะถูกคานอำนาจ ซึ่งตนเห็นว่า กฤษฎีกามีอำนาจมาก การแก้ไขกฎหมายบางเรื่องจึงมีการไปแก้ไขได้ด้วยการปรับกติกา เช่น การบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่บางเรื่องต้องกลับมาสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองขึ้นใหม่ ตนอยากเห็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีบทบาทในการออกกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม ควรมีการปรับแก้ไขข้อบังคับเพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันกฎหมาย ทั้งนี้ การตรวจสอบถ่วงดุลกฎหมาย ควรมีการผลักดันวิธีการที่ไม่ใช่แค่เสียงข้างมาก หากย้อนมองกลับไปบทเรียนเกี่ยวกับกรณีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ซึ่งแม้ขณะนั้นฝ่ายบริหารมองว่า หากกฎหมายนี้ผ่านการพิจารณาก็จะทำให้เกิดปัญหา แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกมาคัดค้าน เพราะด้วยระบบเสียงข้างมาก ที่สำคัญการที่ คสช. ทำการรัฐประหารและเข้ามาบริหารประเทศได้ ก็เพราะกฎหมายนิรโทษกรรมนี้

“มาร์ค” แนะ ”บริหาร-นิติบัญญัติ” ทบทวนตัวเอง ชี้ สนช.ถูกแทรกแซง ย้ำออกกฎหมายมาก ลิดรอนสิทธิ์ ปชช. ขอ สนช.ตรวจสอบถ่วงดุล รบ. 21 ก.พ. 2561 14:25 ไทยรัฐ