วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนายไม่หนักใจ ทีมเปรี้ยวกลับคำให้การ ยันหลักฐานชัด ซื้อถุงดำรัดคอจนตาย

ทนายฝ่ายแอ๋ม เหยื่อฆ่าหั่นศพ ไม่หนักใจ ทีมเปรี้ยวกลับคำให้การ ปฏิเสธฆ่าโดยไตร่ตรอง ยันหลักฐานชัด ซื้อถุงดำ ใช้รัดคอจนตาย ...


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ นายนภดล สีดาทัน ทนายความฝ่ายโจทก์ (น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าเดินทางมาตามการนัดหมายของศาล จ.ขอนแก่น พร้อมนางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของ น้องแอ๋ม เพื่อสืบพยานฝ่ายโจทก์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งศาลได้สืบพยานปากสำคัญคือ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง ต่อเนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา และยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบต่อในช่วงบ่ายอีก

นายนภดล กล่าวต่ออีกว่า การสืบพยานวันที่ 2 ก็ยังสอบในมาตรา 289 คือฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษประหารชีวิต แต่จำเลยปฏิเสธ โดยเฉพาะ น.ส.เปรี้ยว ให้การว่า เป็นการพลั้งมือจากการปิดปาก แต่มือไปปิดจมูกน้องแอ๋ม จนขาดอากาศหายใจ ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ ไม่มีความหนักใจในเรื่องที่ฝ่ายจำเลยให้การปฏิเสธ ในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง เพราะการสืบสวนเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งพยาน และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยัน จึงมีความชัดเจนว่าเป็นการไตร่ตรองก่อน พร้อมทั้งมีหลักฐานเด็ด ที่ชี้ชัดว่า น้องแอ๋ม ตายหลังจากขึ้นรถแล้ว รวมถึงคำให้การของจำเลยบางคนที่ยืนยันว่า น้องแอ๋ม ถูกล่อลวงมาขึ้นรถ และแยกที่นั่งกัน โดย น.ส.เปรี้ยว ไปหลบซ่อนที่ด้านหลังรถ ในจุดที่เป็นที่เก็บของ

เมื่อน้องแอ๋ม ขึ้นรถมาก็มีการรุมทำร้าย และใช้ถุงดำรัดคอจนสิ้นใจ ในจุดนี้จึงไม่ใช่การพลั้งมือ แต่เป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งในช่วงที่ทำแผนให้การว่าน้องแอ๋ม เสียชีวิตแล้ว จึงหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ แต่ตามหลักฐานที่มี ชี้ชัดว่า น้องแอ๋ม ยังมีชีวิตอยู่ขณะตระเวนหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ทั้ง เชือก ถุงดำ เลื่อย

ทั้งนี้การสืบพยานโจทก์ในช่วงบ่าย ยังคงต้องสอบ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ต่อเนื่องจากช่วงเช้า จากนั้นก็จะเป็นมารดาของน้องแอ๋ม รวมถึงเพื่อนทอม ที่สนิทกับน้องแอ๋มคือ ป๊อปปี้ และ พี่สาวของ น.ส.เปรี้ยว ในฐานะที่เป็นคนบอกกล่าวเรื่องราวของเปรี้ยวที่ติดต่อว่าจะมอบตัว รวมถึงการพูดคุยกันระหว่างที่เปรี้ยวหลบหนีด้วย รวมถึงคนให้เช่ารถที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ

ซึ่งคดีนี้ จำเลยกลับคำให้การแทบทั้งหมด เช่น การตาย ในช่วงการถูกจับกุมทางจำเลยบอกว่า ตบตีกันบีบคอจนน้องแอ๋มสิ้นใจ จึงไปซื้ออุปกรณ์ที่ใช้หั่นศพบรรจุศพ แต่ในวันนี้ จำเลยกลับบอกว่า ขึ้นรถแล้วรุมทำร้ายกันในรถ แต่แอ๋มยังไม่เสียชีวิต จึงขับรถวนไปมาหลายกิโลเมตร น้องแอ๋ม ก็ยังมีชีวิตอยู่ จึงได้พากันไปร้านสะดวกซื้อที่บ้านโนนทัน เพื่อซื้อถุงดำ เมื่อได้ถุงดำมา น.ส.เปรี้ยว จึงใช้ถุงดำรัดคอน้องแอ๋มจนสิ้นใจ และมีเสียงตะโกนบอกกันว่า ตายแล้ว จึงได้ไปที่รีสอร์ต สถานที่หั่นศพ แยกร่างเป็น 4 ชิ้น อีกทั้งมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว จำเลยได้กราบเท้าแม่คนตาย พร้อมกับสารภาพผิดที่ได้ฆ่าน้องแอ๋ม เรื่องดังกล่าวนี้ จึงไม่มีความวิตกกังวลในเรื่องที่จำเลยปฏิเสธ

รวมถึงจำเลยขอสู้ในคดีแพ่งที่ฝ่ายโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายรวม 10,300,000 บาท เนื่องจาก น้องแอ๋ม คนตาย ทำงานมีรายได้เดือนละ 100,000 บาท ส่งให้แม่เดือนละ 30,000 บาท การที่เรียกร้องจำนวนนี้ ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายจำเลยต้องจ่าย.

ทนายฝ่ายแอ๋ม เหยื่อฆ่าหั่นศพ ไม่หนักใจ ทีมเปรี้ยวกลับคำให้การ ปฏิเสธฆ่าโดยไตร่ตรอง ยันหลักฐานชัด ซื้อถุงดำ ใช้รัดคอจนตาย ... 21 ก.พ. 2561 14:16 ไทยรัฐ