วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โมเดล "แก่ไปไม่เดียวดาย"

ข้อมูลผลสำรวจทางสถิติทั้งในระดับชาติ และผลงานวิจัยทางวิชาการ

ระบุว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ทางภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ก็พยายามกระตุ้นเตือนให้คนไทยเตรียมตัวรองรับ แต่เท่าที่เห็นยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมนัก

น่าสนใจกับแคมเปญ “แก่ไปไม่เดียวดาย” ของ “บิ๊กฉัตร” พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ดูแลงานด้านสังคม อาศัยช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก “วาเลนไทน์” พอเหมาะพอดีกับการเปิดตัวโครงการแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ

เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) อย่างรวดเร็ว สวนทางกับอัตราการเพิ่ม (เกิด) ของประชากรที่ลดลง ทำให้ปัจจุบันมีผู้สูงอายุราวๆ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 16.5 ของประชากร 65.3 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2574 จะขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 28

เมื่อเทียบฐานะทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุในไทย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม “จนก่อนแก่” คือการออมระดับต่ำ หรือไม่มีการออม กับผู้สูงอายุในประเทศที่พัฒนา ที่รวยก่อนแก่ มีการออมระดับสูง

จึงเป็นภาระรัฐบาลที่ต้องจัดงบประมาณมาดูแลในรูปเงินกองทุนต่างๆ อย่างกองทุนผู้สูงอายุ กองทุนประกันสังคม ในระยะยาวจึงน่าเป็นห่วง

แต่ผู้สูงอายุไม่ใช่ผู้ด้อยโอกาส หรือเป็นภาระต่อสังคม แต่ยังร่วมเป็นพลังพัฒนาสังคมได้ แนวทางการแก้ปัญหาตามโครงการแก่ไปไม่เดียวดาย ที่วางไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือ

การจัดทำแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ มีมาตรการเตรียมประชากรก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ทั้งการออม การให้ความรู้ดูแลสุขภาพ มีหลักประกันความมั่นคง การเตรียมสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลและปลอดภัย ให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โดยกลไกที่จะมาขับเคลื่อนรองรับแผนก็คือ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545-2564) เพื่อรองรับบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงในปี 2562-2564 และอยู่ระหว่างยกร่างแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 3

และเนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย สสส. ฯลฯ

พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ มีนายกฯเป็นประธาน แต่มอบหมาย “บิ๊กฉัตร” เป็นประธานแทน จัดเตรียมแผนดำเนินงาน ได้แก่ ผลักดันแผนงานตามยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ ให้ พม.เป็นหน่วยหลักวางระบบ วางแผนภาพรวม และทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงาน ผลักดันให้กลไกเดินหน้า

สร้างการรับรู้ไปยังหน่วยงาน และสังคม ให้เกิดความร่วมมือสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหา ดึงภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในภาคบริการผู้สูงอายุ ซึ่งต้องสอดรับกับบริบทสังคมวัฒนธรรมค่านิยม ของคนไทย

ที่สำคัญถึงเวลาที่ต้องพลิกโฉมสถานสงเคราะห์ดูแลผู้สูงอายุของรัฐ ปรับปรุงเปลี่ยนรูปลักษณ์การบริการ ไม่ให้มีสภาพเป็นที่อนาถาอีกต่อไป

รู้สึกว่าพอ “บิ๊กฉัตร” ถูกปรับโยกมาเป็นรองนายกฯ มาทำงานทางด้านสังคม

ดูหน้าตาจะมีน้ำมีนวลกว่าตอนอยู่ที่เก่าซะอีก.

เพลิงสุริยะ

ข้อมูลผลสำรวจทางสถิติทั้งในระดับชาติ และผลงานวิจัยทางวิชาการ ระบุว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ... 21 ก.พ. 2561 12:42 21 ก.พ. 2561 14:19 ไทยรัฐ