วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดประวัติ ผู้การกองปราบ 'ไมตรี ฉิมเฉิด' เจ้าของวลีดัง 2018 'ขอเว้นระยะห่างสื่อมวลชน'

อาจจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงตำรวจสักเท่าไร แต่ครองหัวใจเพื่อนนักเรียนนายร้อยร่วมรุ่น ด้วยความน่ารัก ใจเย็น เป็นมิตรไมตรีกับเพื่อนๆ  และถึงแม้จะไปรับตำแหน่งอยู่แห่งหนตำบลไหนในประเทศไทย ก็มักจะกลายเป็นที่รักของใครๆ แทบจะทุกหย่อมหญ้า .... 

ระยะเวลายาวนานกว่า 8 ปี  พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด เคยนั่งเก้าอี้ดำรงตำแหน่งสำคัญ รองผู้บังคับการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีผลงการปฏิบัติงานดีเด่น สาขาความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยจาก ศอ.บต. และอีกมากมายหลายรางวัล ถือเป็นเกียรติประวัติศักดิ์ศรี ลูกผู้ชายสายเลือดตำรวจ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ทำคดีความมั่นคงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมายาวนาน 


และในห้วงเวลาเกือบ 1 ปี กับบทบาทหน้าที่ "ผู้บังคับการกองปราบปราม" ด้วยบุคลิกเงียบขรึม ไม่ชอบออกสื่อให้สัมภาษณ์ ไม่ถนัดพูดมาก ชอบทำงานเงียบๆ อยู่เบื้องหลัง ...การปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ จึงค่อนข้างน้อยกว่าผู้บังคับการท่านอื่นๆ ที่ผ่านมา....กระทั่งเจอข่าวใหญ่รอบทศวรรษ "หวยอลเวงเจ้าปัญหา" ไขปริศนาเจ้าของเงินรางวัล 30 ล้านตัวจริง

...สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ภายหลังทัพกองปราบ ลุยไขปมหวยอลเวงยาวนาน จนถูกปล่อยข่าวซ้อนข่าวจากสื่อหลายกระแส เล่นเอาหน่วยงานกองปราบปราม ที่สั่งสมคุณงามมความดีมายาวนาน หวิดติดภาพลบในสายตาประชาชน.....

"พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด" ออกมาเผชิญหน้ากับสื่อมวลชน พร้อมลั่นวาจา ขอเว้นระยะห่าง ลดระดับความสัมพันธ์ ระหว่างสื่อฯกับตำรวจกองปราบ ทำสื่อฯหน้าชาไปตามๆกันทีเดียว "พูดน้อย แต่ต่อยหนัก".. แต่เชื่อเถอะว่า #ผู้การไมตรี ยังเป็นที่รักของใครๆเหมือนเดิม

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบ หรือฉิม เกิดและโตในจังหวัดสมุทรปราการ ฐานะครอบครัวไม่ร่ำรวย มีความฝันอยากจะเข้ารับราชการ เพราะเชื่อว่าสวัสดิการที่ได้รับจะสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ ด้วยความที่เป็นเด็กสมองดี ผลการเรียนอยู่แถวหน้ามาตลอด จึงตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 21 นักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 37 หลังเรียนจบ ปี 2527 ได้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็น รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ปี 2530 เป็นรอง สว.ผ.3. กก.สส.บช.ภ.1 ก่อนกลับไปลงพื้นที่ทำงานปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดที่ตัวเองเกิด เป็นรอง สวป. สภ.สำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนจะโตตามสายงาน จนมาถึงตำแหน่งรอง ผกก.(จร.) สภ.เมืองสมุทรปราการ


กระทั่งปี 2546 พ.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผกก.4 บก.ป. (ยศขณะนั้น) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.37 ได้ชวนให้มาทำงานที่กองปราบปราม ยุค พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เป็นผู้การกองปราบปราม ได้ทำงานคลี่คลายคดียิงกำนันยูร อยู่กองปราบปราม ผ่านผู้การมา 3 สมัย จาก พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ เปลี่ยนเป็น พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ จนมาถึง พล.ต.ต.วินัย ทองสอง เป็นผู้การกองปราบปราม


ต่อมาหลังจากมีการปรับโครงสร้าง เพิ่มกองบังคับการจึงได้ย้ายมาเป็น รอง ผกก. ที่ บก.ปดส. ปี 2548 มี พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็น ผบก. ทำคดีเณรแอ และเป็นผู้จับกุมด้วยตนเอง จนกระทั่งปี 2552 พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.ศชต.(ยศขณะนั้น) ชวนให้ลงไปทำงานที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มาถึงปี 2559 รัฐบาลได้มีการตั้ง ครม.ส่วนหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มี พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ อดีต ผบช.ศชต. ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล 1 ใน 13 ครม.ส่วนหน้า ได้ชวนให้ไปทำงานด้วย รับหน้าที่เหมือนเป็นเสธ.ประจำตัว


ที่ผ่านมาได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นข้าราชการ ผู้มีผลงานการปฏิบัติงานดีเด่น ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สาขาความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยจาก ศอ.บต. และยังได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายอำนวยการประจำผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ตามคำสั่งของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

**ประชาชนมั่นใจภายใต้สโลแกน "ที่พึ่งสุดท้ายที่หมายพึ่ง" กองปราบฯ ทุกยุคทุกสมัยสร้างความมั่นใจและเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนอยู่แล้ว จากนี้ต่อไปก็จะรักษามาตรฐานเดิม ยืนหยัดเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมที่สุด พัฒนาองค์กรให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม รวดเร็วทันใจ และทันสมัย เข้าถึงประชาชนมากขึ้น   

"ตำรวจทุกคนมีหน้าที่รับใช้ประชาชนครับ ไม่ใช่เฉพาะที่กองปราบปราม จะอยู่ที่ไหนตำแหน่งใด ตำรวจก็ต้องทำตัวเป็นที่พึ่งที่ดี ที่ผ่านมาก็ปฏิบัติแบบนั้นมาตามแบบนั้นต่อไป" นี่คือคำพูดที่ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง.

อาจจะไม่ค่อยมีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงตำรวจสักเท่าไร แต่ครองหัวใจเพื่อนนักเรียนนายร้อยร่วมรุ่น ด้วยความน่ารัก ใจเย็น เป็นมิตรไมตรีกับเพื่อนทุกคน ไม่ว่าจะไปรับตำแหน่งอยู่แห่งหนตำบลไหน ก็กลายเป็นที่รักของคนที่ได้รู้จักพบเจอ 21 ก.พ. 2561 10:46 21 ก.พ. 2561 15:40 ไทยรัฐ