วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระยาน้อยสึกชี

วรรณคดีเรื่องราชาธิราช ตอนที่อ่านเพลินๆ ชาวบ้านติดใจ ก็คงเป็นตอน พระยาน้อยเกี้ยวแม่ค้า เม้ยเจิง เมียมะเทิ่ง เกิดเป็นสำนวนติดปาก พระยาน้อยชมตลาด

ตอน พระยาน้อยสึกชี อาจารย์ ส.ศิวรัก นำมารวมเล่มในหนังสือ “สนุก” (พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2511 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย) การสึกพระระดับอาจารย์ใหญ่ มีศิษย์กราบไหว้ทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นเรื่องยาก

และสุดยอดโวหารระดับนี้ ใช่ว่าจะหาอ่านได้ง่ายๆ

ครั้นแล้ว พระยาน้อยจึงให้นิมนต์พระอาจารย์มะเปงเข้ามา จึงตรัสว่า บัดนี้ข้าพเจ้าจะยกไปตีเมืองพะโค แต่มีความวิตกนัก ด้วยเมืองตะเกิงนี้เป็นที่สำคัญมั่นคงอยู่ ทั้งข้าวปลาอาหารก็บริบูรณ์ อาศัยตั้งมั่นเป็นที่ชัยภูมิดีอยู่แล้ว

ถ้าไปทำศึกขัดสนลงประการใด จะได้กลับมาอาศัยซ่องสุมผู้คน

ซึ่งจะวางใจให้ผู้อื่นรักษานั้นก็ไม่เห็นผู้ใดสมควร เห็นแต่พระคุณเจ้าผู้เดียว มีสติปัญญามาก อาจที่จะอยู่รักษาเมือง ปราบปรามเสี้ยนศัตรูให้ราบคาบ เป็นที่วางใจของข้าพเจ้าได้

นิมนต์พระคุณเจ้าสึกออกมาช่วยรักษาบ้านเมืองด้วยเถิด

อนึ่ง พระคุณเจ้าถือเพศบรรพชิต บวชอยู่ดังนี้ ถ้าบรรลุธรรมวิเศษเป็นพระอรหันต์ ตัดมูลราคตัณหาเด็ดขาดจากสันดานก็จะประกอบด้วยสุขในญาณสมบัติ เป็นบรมสุขอย่างยิ่ง

ความสุขในมนุษย์ แลสวรรค์เทวโลกนั้น จะเปรียบเทียบมิได้

แม้ไม่สำเร็จมรรคผล ยังเป็นสมณปุถุชนอยู่แล้ว ข้าพเจ้าเห็นหามีความสุขไม่ มีแต่ทุกข์อยู่เป็นนิจ เพราะปฏิบัติกิริยาบำเพ็ญศีลขันธ์ จะให้บริบูรณ์บริสุทธิ์นั้นเป็นอันยาก

ล้วนแต่มีข้อบัญญัติห้ามหวงจะบริโภคอาหารก็ได้แต่เวลาหนึ่งสองเวลา ถ้าสึกออกมาเป็นคฤหัสถ์ ข้าพเจ้าเห็นมีความสุขสองประการ คือจะดูฟ้อนรำ ดูเครื่องดีดสีตีเป่าเวลาใดก็ได้

แลความสุขอีกอย่างหนึ่งนั้น เป็นของมนุษย์ ถึงเทพยาดาอินทร์พรหมก็นับถือว่าเป็นสุข ถ้าจะเรียกว่าเป็นของมีรส ก็เป็นรสอันอร่อยวิเศษ ถ้าผู้ใดบริโภคแล้วรสอร่อยก็จะซาบซ่านทุกเส้นขน

พระคุณเจ้าบวชมานานๆ ยังไม่เคยพบเห็น ถ้าได้ลองชิมรสสักครั้ง ก็จะติดใจมิรู้อิ่ม

พระยาน้อยตรัสแล้วก็ทรงพระสรวล พ่อมอญมังกันจีขุนนางทั้งปวง พลอยหัวเราะสิ้นทุกคน

พระอาจารย์มะเปง ได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มอยู่ ถวายพระพรปฏิเสธว่า ความสุขในฆราวาส เจือประกอบด้วยความทุกข์เป็นอันมาก ซึ่งจะเทียบเทียมด้วยความสุขในสมณะนั้นมิได้

พระยาน้อยยืนยันด้วยโวหารนานา พระมะเปงได้ฟังก็อ่อนใจ พลอยเห็นดีในข้อที่มีญาติโยมพวกพ้องเมืองตะเกิงมาก แม้นรับเป็นผู้รั้งเมือง คนทั้งปวงจะพึ่งบุญพลอยเป็นสุขก็ถวายพระพรลาสึก

พระยาน้อยจึงตรัสสั่งให้จัดเสื้อผ้าอย่างดี แลแหวนเพชรพลอยต่างๆ พอหญิงสาวใช้รูปงามสองคน เป็นนางพนักงาน เชิญถาดพระสุธารสออกมา

แลให้หญิงทั้งสองนั้น หมอบอยู่ที่ใกล้พระมะเปง ชำเลืองตาดูพระมะเปงแล้วก็อายก้มหน้ายิ้มอยู่ พระมะเปงก็สะเทิ้น จึงฉันน้ำชาแก้ขวยใจ

ราชาธิราช ตอน พระยาน้อยสึกชี จบลงตรงเมื่อพระมะเปงสึกแล้ว ได้เป็นพระยาอินทโยธา

เมืองตะเกิงในสมัยพระยาน้อย วันนี้คือย่างกุ้ง ก็เชื่อกันว่า เพราะพระยาน้อยใช้โวหารสึกพระผู้ใหญ่มาดูแลรักษาพัฒนาจนเป็นเมืองใหญ่ เรียกว่าผู้นำเลือกใช้คนเป็น

ผู้คนสมัยนี้ เอะอะไม่ชอบหน้าใครก็ตั้งท่าเดินขบวน หรือลงชื่อ ยาวเป็นหางว่าวไล่

ถ้ารู้จักใช้โวหารพระยาน้อย พูดกันดีๆ มีเหตุยกผล เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ลูกผู้ชายเขาว่า ฆ่าได้หยามไม่ได้ เรื่องยากก็เป็นเรื่องง่าย ไม่ยักมีใครลอง.

กิเลน ประลองเชิง

วรรณคดีเรื่องราชาธิราช ตอนที่อ่านเพลินๆ ชาวบ้านติดใจ ก็คงเป็นตอน พระยาน้อยเกี้ยวแม่ค้า เม้ยเจิง เมียมะเทิ่ง เกิดเป็นสำนวนติดปาก พระยาน้อยชมตลาด... 21 ก.พ. 2561 10:31 ไทยรัฐ