วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การโกงกินยังรุ่งเรือง

ผลการสำรวจความเห็นของข้าราชการ ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยครั้งล่าสุด พบว่า ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ใน สัดส่วนสูงสุดใน 3 ปี โดยจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 5-15% คิดเห็นตัวเงินที่ต้องจ่าย 6.62 หมื่นล้านบาท ถึง 1.98 แสนล้านบาท เหตุที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้สัญญากับหน่วยงานรัฐ เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง

กลุ่มตัวอย่างที่ถูกสอบถามแสดงความกังวลว่าดัชนีการทุจริตคอร์รัปชัน รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เพราะมีโครงการขนาดใหญ่ของรัฐมากขึ้นและต่อไปนี้จะมีระดับอภิมหาโครงการอีกมาก เช่น โครงการเศรษฐกิจตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งมีหลายโครงการ ล้วนแต่เป็นระดับหมื่นล้านหรือแสนล้านจะมีการจัดซื้อจัดจ้าง มโหฬาร

ยังมีโครงการรายเล็กรายน้อยบานสะพรั่งทั่วประเทศ เช่น โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โครงการช่วยเหลือผู้ไม่มีที่พึ่ง เป็นต้น ที่เกิดการทุจริตขึ้นในหลายจังหวัดกำลังสอบสวนเอาผิดผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองผู้ไร้ที่พึ่งที่ขอนแก่นและเชียงใหม่ และอาจลามไปอีกหลายจังหวัด เป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงขนานแท้ เพราะข้าราชการอมเงินชาวบ้าน

เป็นการทุจริตในยุครัฐบาล คสช.ที่ประกาศการปราบปรามการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ และทุจริตภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2560 ที่โฆษณาชวนเชื่อทั่วประเทศว่า “ฉบับปราบโกง” รัฐบาลมีดาบอาญาสิทธิ์ ม.44 ในมือ แต่ผู้ที่จ้องทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยปกติการคอร์รัปชันมักจะเป็นสูตรสามประสาน คือ นักการเมือง ข้าราชการและนักธุรกิจ แต่วันนี้โกงกินไร้นักการเมือง

เป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าประเทศไทย ไม่ว่าจะภายใต้รัฐบาลเลือกตั้ง หรือรัฐบาลรัฐประหาร การทุจริตยังรุ่งเรืองเฟื่องฟูตลอดกาล มูลเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือค่านิยม ที่ฝังรากลึก ถือว่าผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเป็นนัก การเมือง หรือข้าราชการ สามารถใช้อำนาจแสวงประโยชน์ส่วนตนได้ กินตามน้ำได้ แต่ระบบการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายในแต่ละยุคอาจต่างกัน

ภายใต้รัฐบาลรัฐประหารซึ่งมาจากข้าราชการ เป็นการตรวจสอบกันเองระหว่างข้าราชการ แต่ระบบราชการมักจะยึดถือระบบอุปถัมภ์ เพื่อนพ้องน้องพี่ อาจมีการเลือกปฏิบัติลูบหน้าปะจมูก แต่ระบบการตรวจสอบโดยภาคประชาชนและสื่อ มักจะอ่อนแอเพราะไม่มีเสรีภาพเต็มตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และไม่มีพรรคฝ่ายค้านคอยเปิดโปงในสภา

ส่วนในช่วงรัฐบาลเลือกตั้งหากทำทุกอย่างตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะมีระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะ องค์กรอิสระ สื่อมวลชน และองค์กรภาคประชาชน ที่สำคัญอย่างยิ่งคือการตรวจสอบโดยพรรคฝ่ายค้านที่ติดตามตรวจสอบผ่านทุกช่องทางจะมีการเปิดโปงในสภาเป็นระยะๆ แต่ต้องระวังอย่าให้การเมืองเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ.

ผลการสำรวจความเห็นของข้าราชการ ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยครั้งล่าสุด พบว่า ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ใน สัดส่วนสูงสุดใน 3 ปี โดยจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 5-15%... 21 ก.พ. 2561 10:27 22 ก.พ. 2561 10:07 ไทยรัฐ