วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Phantom Thread พิษสวาทแฟชั่น

อย่างไม่อาจปฏิเสธ! จุดขายสำคัญของหนัง Phantom Thread หรือในชื่อไทยว่า เส้นด้ายลวงตา ก็คือการเป็นผลงานทางการแสดงเรื่องสุดท้ายของนักแสดงยอดฝีมืออย่าง แดเนียล เดย์-ลูอิส ที่เราคงคาดหวังถึงการแสดงอันยอดเยี่ยมส่งท้าย แต่อีกด้านมันก็คือผลงานชิ้นล่าสุดของยอดผู้กำกับ พอล โธมัน แอนเดอร์สัน ซึ่งทั้งสองเคยร่วมงานกันมาแล้วใน There Will Be Blood ฉะนั้น Phantom Thread จึงเป็นหนังที่การันตีได้ในระดับหนึ่งถึงความยอดเยี่ยมและไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


หนังเล่าเรื่องราวในอังกฤษ ยุค 50 กับชีวิตของ “เรย์โนลด์ วูดค็อก” ดีไซเนอร์ชื่อดัง เจ้าของ The House of Woodcock ที่ออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับผู้หญิงชนชั้นสูงในสังคม ซึ่งเขาเป็นศิลปินผู้รักความสมบูรณ์แบบ เปี่ยมพรสวรรค์และออกจะมีนิสัยส่วนตัวที่เข้าถึงยาก ยกเว้นแต่กับพี่สาว “ซีริล” ที่เข้าใจเขาทุกอย่าง ทั้งชีวิตเขามุ่งมั่นที่จะสร้างงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด จนกระทั่งเขาได้พบกับ “อัลมา” หญิงสาวในอุดมคติ ที่เข้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานและคนรัก และทำให้ชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


3 รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม คือเครื่องการันตีถึงความเป็นยอดฝีมือทางการแสดงแห่งยุคของ แดเนียล เดย์-ลูอิส อยู่แล้ว และใน Phantom Thread เราก็ยังคงได้เห็นการแสดงที่เข้าถึงบทบาทอย่างลึกซึ้ง ทั้งการเป็นยอดนักออกแบบและตัดเย็บ และการเป็นคนที่อารมณ์ศิลปินสูง มีนิสัยเฉพาะตัวที่คนทั่วไปยากจะรับมือ

แดเนียล เดย์-ลูอิส ทำให้รู้สึกเชื่อว่า คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเสื้อผ้า คงต้องมีสายตาที่เฉียบขาดแบบนี้ สามารถลบข้อบกพร่องของผู้สวมใส่ด้วยการกวาดสายตาเพียงครั้งเดียว อะไรเหมาะสม อะไรคือส่วนเกิน ที่สามารถดึงจุดเด่นเฉพาะบุคคลให้ถูกเผยออกมาโดดเด่นที่สุดด้วยเสื้อผ้าของเขา อีกด้าน เดย์-ลูอิส ก็แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของศิลปิน ความเป็นผู้รักความสมบูรณ์ ที่มีทั้งด้านที่น่ายกย่องและน่ารังเกียจไปพร้อมกัน ซึ่งการรับส่งทางการแสดงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันของ เลสลีย์ แมนวิล ที่รับบทพี่สาวของเขา ช่วยทำให้ภาพของ เรย์โนลด์ วูดค็อก ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่ระหว่างที่เพลิดเพลินไปกับการดูวิถีชีวิตของ เรย์โนลด์ วูดค็อก เราจะพบว่าเรื่องราวที่ว่าด้วยเรื่องของแฟชั่นและการทำงานของศิลปินเรื่องนี้ มันค่อยๆ เผยเบื้องหลังที่สอดคล้องกันดีกับชื่อหนังในภาษาไทย มันค่อยๆ เผยภาพลวงของความซับซ้อนทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในหน้าฉากของการออกแบบเสื้อผ้า หนังค่อยๆ เผยเบาะแสให้คนดูรับรู้ทีละนิด จนกระทั่งลุกลามบานปลายไปไกล คาดเดาไม่ได้ว่าเรื่องราวจะไปจบลงที่ตรงไหน ซึ่งตรงนี้ต้องยกความดีไปที่บทภาพยนตร์ของผู้กำกับ พอล โธมัน แอนเดอร์สัน ที่ยังคงน่าทึ่งเสมอ ไปจนถึงการกำกับ กลวิธีการนำเสนอที่เอาเราอยู่ตั้งแต่ต้นจนจบ

Phantom Thread เป็นหนังพิเศษของคนที่รักงานแฟชั่นโดยแท้ กับเรื่อง โอต์ กูตูร์ (Haute Couture) ของลอนดอน ยุค 50 ที่หนังเผยให้เห็นขั้นตอนต่างๆ เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์และรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบบนกระดาษ วัดตัว จนมาเป็นชุดสำเร็จในที่สุด รวมไปถึงการทำงานของห้องเสื้อชั้นสูง ของทีมงานส่วนต่างๆ ไปจนกระทั่งการตรวจสอบอุปนิสัยของลูกค้า เพื่อออกแบบชุดที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้มากที่สุด เป็นความเข้มข้นด้านแฟชั่นขั้นสุด ชนิดที่ว่า แม้ลูกค้าจะเป็นผู้จ่ายเงินให้ออกแบบ แต่หากลูกค้ามีอุปนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมาะสมคู่ควรกับชุดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจของคนตัดเมื่อไหร่ มันก็พร้อมจะถูกกระชากออกมาจากตัวของผู้สวมใส่ได้ทันที

หลายคนอาจแอบรู้สึกว่าหน้าหนัง Phantom Thread จะเป็นหนังที่ดูยาก แต่แท้ที่จริงหนังดูง่ายลื่นไหลกว่าที่คิดมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแสดงของทีมนักแสดงที่ดีที่ตรึงคนดูได้อยู่หมัด ความลุ่มลึกทั้งมิติด้านความรักและแฟชั่น กับเรื่องราวที่ลุ้นสนุกว่าหนังจะไปจบที่ตรงไหน ทั้งหมดถูกนำเสนอในแบบกำลังดีไม่มากไม่น้อย คนดูไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านแฟชั่นก็สนุกไปกับหนังได้

โรงฉายมีไม่เยอะ แนะนำว่ารีบตีตั๋วไปดูกัน หากพลาดแล้วจะเสียใจภายหลัง

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13

อย่างไม่อาจปฏิเสธ! จุดขายสำคัญของหนัง Phantom Thread หรือในชื่อไทยว่า เส้นด้ายลวงตา ก็คือการเป็นผลงานทางการแสดงเรื่องสุดท้ายของนักแสดงยอดฝีมืออย่าง แดเนียล เดย์-ลูอิส 21 ก.พ. 2561 10:01 ไทยรัฐ