วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้าง3ป.โกงคนจน ป้อมโวยในครม. ‘อนันตพร’ รีบโต้ ไม่ได้ใส่เกียร์ว่าง

ป.ป.ท.เขต 8 เดินหน้าสอบเพิ่มงาบเงินคนจนศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด สุราษฎร์ธานี หลังพบชาวบ้านที่มีชื่อกลุ่มแรกถูกสวม ชื่อใช้สิทธิ และได้เงินไม่ครบ สงสัยทุจริตงบฯปี 60 เกือบ 5 ล้านบาท จากที่เบิกจ่ายไปกว่า 10 ล้านบาท เบื้องต้นพบผู้เกี่ยวข้องแล้ว 5 ราย ส่วนที่ จ.หนองคาย ประธานกลุ่มอาชีพแม่บ้านแฉ

กลางปี 60 กลุ่มได้เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท แต่หลังมีข่าวศูนย์ฯขอนแก่นถูกร้องเรียน มีเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯนำมาให้อีก 24,000 บาท อ้างเป็นเงินค้างจ่ายปีที่แล้ว ด้าน “บิ๊กป้อม” ปัดกลาง ครม.อ้าง ป. ชักหัวคิวเงินผู้ยากไร้

กรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลุยสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น ลามไปยัง จ.เชียงใหม่ จ.บึงกาฬ ล่าสุดพบขบวนการงาบเงินคนจนที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.หนองคายนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.พ. นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ พิเศษ ป.ป.ท. เขต 4 เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ก.พ. คณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตและปลอมแปลงเอกสารเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์

ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นจะลงพื้นที่สอบสวนและสอบปากคำชาวบ้านที่มีชื่อในใบสำคัญรับเงินรวม 2,000 รายในงบฯประจำปี 2560 ชาวบ้านที่มีรายชื่อทั้ง 2,000 ราย ถือเป็นพื้นที่ต้นเรื่อง ป.ป.ท. ได้ระดมพนักงานสืบสวนสอบสวนมือดีมาสอบปากคำทุกรายเพื่อให้เสร็จทันตามระยะเวลาที่กำหนด จากนั้นจะเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 6 คน ตั้งแต่ ผอ.ศูนย์และผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหาและสรุปสำนวนส่งประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิดส่งให้อัยการสั่งฟ้อง

นายสายัน สิงเหิร ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองน้ำเกลี้ยง หมู่ 3 ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น เป็น 1 ในหมู่บ้านที่มีความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ช่วงกลางปี 2560 ผอ.ศูนย์ฯหรือคนในหมู่บ้านเรียกว่าครูใหญ่ ที่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมาหารือกับชาวบ้านถึงเรื่องการบูรณะศาลาพักศพของวัดในหมู่บ้านในราคา 47,000 บาท ผอ.ศูนย์ฯ ได้ให้ผู้นำชุมชนนำรายชื่อคนชราคนพิการในหมู่บ้านไปขอเงินสงเคราะห์รายละ 2,000 บาท มาเป็นทุนบูรณะศาลาพักศพ โดยส่งรายชื่อไป 20 ราย จากนั้นช่างมาสร้างศาลาแล้วเสร็จเดือน พ.ย.2560 หลังทราบเรื่องที่เกิดขึ้นรู้สึกไม่สบายใจ ส่วนตัวอยากให้ข้อมูล ป.ป.ท. เพราะเห็นความตั้งใจ ผอ.ศูนย์ฯ ที่มีใจเป็นกุศลหาเงินมาสร้างศาลาให้ชาวบ้านจนเสร็จ

ต่อมาช่วงบ่าย นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท. เขต 4 เปิดเผยว่า แม้ผู้นำหมู่บ้านหรือชาวบ้านยืนยันว่ามีการสร้างศาลาพักศพจนเสร็จ แต่การนำเงินไปใช้ลักษณะ ดังกล่าวถือเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้น ป.ป.ท. จะต้องเข้าไปตรวจสอบในหมู่บ้านดังกล่าวเช่นกัน

ด้านนายไสว ศรีหะ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบึงกาฬ กล่าวถึงกรณี ป.ป.ท.ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบึงกาฬ พบชาวบ้านไม่ได้รับเงิน โดยเฉพาะ ต.ท่าสะอาด อ.เซกา ในพื้นที่หมู่ 1, 2, 6 และ 7 กว่า 30 คนว่า เทศบาลตำบลท่าสะอาด

ทำหนังสือทางราชการลงวันที่ 1 พ.ค.60 เรื่องขอความอนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และผู้ยากไร้ พร้อมทั้งแนบแบบสำรวจข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคมจำนวน 30 ชุด พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของชาวบ้าน ต.ท่าสะอาด 30 ชุด เพื่อขอรับเงินสงเคราะห์ในรูปแบบกลุ่ม พร้อมแนบรายชื่อมา 30 คน คนละ 2,000 บาท จำนวน 60,000 บาท หลังตรวจสอบเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนและจ่ายเงินไป 39,250 บาทให้กับกลุ่ม แต่การสอบถามของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ชาวบ้านก็ตอบตามจริงว่าไม่ได้รับ เพราะศูนย์ฯจ่ายให้กลุ่ม ไม่ได้จ่ายให้ตัวบุคคลยืนยันว่าไม่มีการทุจริต

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายอังกูร ปัญญาจิรภาส หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวน ป.ป.ท. เขต 8 นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่ อบต.ชลคราม อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบปากคำชาวบ้านใน ต.ชลคาม จำนวน 47 ราย ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้รับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี และ ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก อีก 50 ปาก นายอังกูรกล่าวว่า ในการสอบปากคำพยานกลุ่มแรกของ ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 40 ปาก พบการสวมชื่อใช้สิทธิโดยเจ้าตัวไม่ทราบและไม่มีการลงลายมือชื่อ 4 ราย ส่วนอีก 36 รายได้รับเงินคนละ 2,000 บาท และลงลายมือชื่อ ในใบสำคัญรับเงินที่เป็นกระดาษเปล่าที่ภายหลังระบุรับเงิน 3,000 บาท จำนวน 36 ราย หลังจากนี้ ชุดสืบสวนจะสุ่มพื้นที่เข้าสอบสวนให้ครบทุกอำเภอ รวมถึงสุ่มตัวอย่างในจังหวัดอื่นในเขต ป.ป.ท.เขต 8 ภายในเดือน มี.ค.นี้

ข่าวแจ้งว่าในการสอบสวนปากคำพยานของ ป.ป.ท.เขต 8 พบว่าศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เบิกจ่ายงบประมาณสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งประจำปีงบประมาณ 2560 ช่วงเดือน มี.ค.จำนวน 10,530,000 บาท หรือต้องมีผู้รับการสงเคราะห์ตามใบสำคัญจ่ายเงินจำนวน 3,000 บาท ทั้งสิ้น 3,510 คน และหากร้อยละ 80 ได้รับเงินคนละ 2,000 บาท จะใช้เงินงบประมาณเพียง 5,616,000 บาทเท่านั้น และเงินส่วนต่างที่เบิกจ่ายจำนวน 4,914,000 บาท ถูกทุจริตไป เบื้องต้นพบชื่อผู้เกี่ยวข้องแล้ว 5 ราย

ส่วนที่ จ.หนองคาย เป็นอีกแห่งที่ ป.ป.ท.พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดหนองคาย ในการช่วยเหลือ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรผลิตข้าวแต๋นน้ำแตงโมจำหน่ายเป็นสินค้าโอทอปชุมชนบ้านโคกสำราญ หมู่ 4 ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย ต่อมานางคำหยาด กุประดิษฐ์ อายุ 68 ปี ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรโคกสำราญ เปิดเผยว่า ปี 2560 กลุ่มก่อตั้งเพื่อหารายได้เสริมมีสมาชิกรวม 17 คน ขณะนั้น อบต.ค่ายบกหวาน ช่วยขอสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น ไม่นานมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯมาพบชาวบ้านจะสนับสนุนให้กลุ่ม 10,000 บาท ทุกคนเซ็นชื่อในเอกสาร จากนั้นกลางเดือน มิ.ย.60 เจ้าหน้าที่นำเงินมาให้ 10,000 บาท

นางคำหยาดกล่าวอีกว่า ขณะนั้นเจ้าหน้าที่บอกว่ากลุ่มอาชีพใน ต.ค่ายบกหวาน ที่ขอรับการอุดหนุนทั้งหมด 13 กลุ่มจะได้รับเงินกลุ่มละ 10,000 บาทเหมือนกันหมด ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นเงินเพียงก้อนเดียว ต่อมาช่วงเช้าตรู่วันที่ 18 ก.พ.61 หลังมีข่าวการทุจริตที่ศูนย์ฯขอนแก่น มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ฯหนองคายมาที่บ้านสมาชิกคนหนึ่งพร้อมกับนำเงิน 24,000 บาท มาให้บอกว่าเป็นเงินอุดหนุนส่วนที่ค้างจ่าย พวกชาวบ้านก็แปลกใจ เพราะตอนแรกบอกว่าจะได้เพียง 10,000 บาท เหมือนกันทุกกลุ่มอาชีพ กระทั่งวันที่ 19 ก.พ. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.มาสอบถามเงินช่วยเหลือทราบว่ามีการกระทำไม่ถูกต้องเกิดขึ้น

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในหลายจังหวัดว่า เรื่องการทุจริตดังกล่าว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รายงานให้ทราบว่ามีการตรวจสอบทุจริตตั้งแต่ปีที่แล้ว กำลังตั้งคณะกรรมการสอบสวนต้องไปดูว่าทำไมล่าช้า ต้องไปดูว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง สั่งการไปว่าต้องลงโทษทุกคนที่มีหลักฐานเกี่ยวข้อง ต้องไปตรวจสอบเพราะการเซ็นรับเงิน การเบิกจ่ายเงินต้องทำเป็นขบวนการและมีคนข้างในร่วมมือ สิ่งเหล่านี้เกิดมาตั้งนานแล้ว ก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ปัญหา ทั้งรัฐบาล ส่วนราชการ หน่วยงานที่ตรวจสอบ ตัวผู้ปฏิบัติงานต้องมีจิตสำนึก

“ผมไม่คิดว่าจะกล้าทำขนาดนี้ หากพบใครที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องแต่ปล่อยปละละเลยก็ต้องลงโทษทางวินัย ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ประกาศในที่ประชุม ครม.ว่าใครมา แอบอ้าง ป.ปลา ป.แปะ ไปสั่งการนู่นนี่ แจ้งมาได้เลยหรือบอกไปที่ตัว พล.อ.ประวิตร ได้เลย พล.อ.ประวิตรจะดูแลและรักษาความลับให้ ฉะนั้นอย่าไปเชื่อคนที่มาแอบอ้าง” ส่วนเรื่องที่จะให้ พม.ปรับเปลี่ยนวิธีการเบิกจ่ายเงินหรือไม่นั้นต้องไปดู เพราะมีหลายส่วนร่วมกัน ทั้งข้าราชการเลวๆ ประชาชนกลุ่มหนึ่งที่อยากได้เงิน ไม่อยากจะพูด สมัยก่อนมีคนจากฝ่ายการเมืองเอาโครงการที่เขาอ้างว่าไปดูแลคนจน เอางบประมาณลงไป ไม่ใช่แค่กระทรวงนี้ด้วย” นายกฯกล่าว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าพบการแอบอ้างชื่อ “3 ป.” เรียกรับผลประโยชน์นั้น จริงๆเริ่มจาก พล.อ.ประวิตรพูดในที่ประชุม ครม.ว่า “ไม่เคยสั่งการใครในทางที่ผิดกฎหมาย หรือให้ไปล็อบบี้ใคร ถ้าใครไปแอบอ้าง โดยเฉพาะชื่อ พล.อ.ประวิตรให้มาแจ้งเลย ท่านจะเอาเรื่องไอ้คนนั้น ขณะที่นายกฯพูดขึ้นว่า ได้ข่าวมาเหมือนกันอ้างชื่อ “3 ป.” คือ ชื่อผม พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ผมยืนยัน เลยว่าทั้งตัวท่าน พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่เคยสั่งการอะไรเหล่านี้ และเชื่อมั่นองคาพยพที่เลือกมาใน ครม. ไม่มีเรื่องแบบนี้ แต่ทุกคนอยู่เฉยๆไม่ได้ ทำงานของตัวเองแล้ว ต้องตรวจสอบคนในอาณัติด้วยว่าได้อยู่ในระเบียบวินัยหรือไม่ หรือไปเบียดเบียนประชาชน

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ติดเชื้อเอดส์ จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงใหม่ว่า คืบหน้าไปมาก ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ จ.ขอนแก่น และเชียงใหม่สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้วเพื่อรอตรวจสอบ และดูว่าทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ รวมถึงลงพื้นที่ตรวจสอบทุกจังหวัดถ้าพบมีมูลสั่งย้ายเช่นเดียวกัน เวลานี้ ป.ป.ท.กำลังดำเนินการ แต่ถ้าจะให้เร็วขึ้นถ้า ป.ป.ท.ตรวจสอบแล้วและรายงานมาเป็นทางการที่กระทรวง แต่ปัญหาคือการไปให้ข้อมูลผ่านสื่อทำให้กระทรวงลำบากต้องสอบซ้ำ แต่ยืนยันไม่ล่าช้าแน่นอนเสร็จภายใน 1 เดือน ใครผิดต้องลงโทษและพร้อมให้ความเป็นธรรม

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) บ่ายวันเดียวกัน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รรท. เลขาฯ ป.ป.ท มอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติให้นิสิตสาวคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอดีตลูกจ้างศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นที่เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลการทุจริตปลอมแปลงเอกสารข้อมูลสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสของศูนย์ฯเป็นผลให้ ป.ป.ท.ตรวจพบหลักฐาน ส่อทุจริตและนำไปสู่การขยายผลตรวจสอบไปยังศูนย์ฯทั่วประเทศ

ป.ป.ท.เขต 8 เดินหน้าสอบเพิ่มงาบเงินคนจนศูนย์ คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด สุราษฎร์ธานี หลังพบชาวบ้านที่มีชื่อกลุ่มแรกถูกสวม ชื่อใช้สิทธิ และได้เงินไม่ครบ สงสัยทุจริตงบฯปี 60 เกือบ 5 ล้านบาท 21 ก.พ. 2561 01:32 21 ก.พ. 2561 01:32 ไทยรัฐ