วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้เยอะเกิน

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ ระยะทาง 260 กม. วงเงินลงทุน 2 แสนล้านบาท

กำลังเป็นเค้กชิ้นใหม่ที่กลุ่มทุนขาใหญ่จ้องสะง่อมกันตาเป็นมัน

เพราะใครที่ได้รับเลือกให้ลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ นอกจากได้รับสัมปทานยาวมากถึง 50 ปี

รัฐบาล คสช.จะยกที่ดินทำเลทองย่านมักกะสันอีก 140 ไร่ให้ไปพัฒนาเชิงธุรกิจ สร้างศูนย์การค้า โรงแรมหรู ศูนย์ประชุมนานาชาติ อาคารสำนักงาน ร้านค้า ปลอดภาษี ฯลฯ อีก 50 ปี

บวกที่ดินไข่แดงศรีราชาอีก 30 ไร่ให้ไปต่อยอดโครงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ระยะยาว

แค่นั้นยังไม่จุใจ รัฐบาลยังให้สิทธิ พิเศษพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานี รถไฟความเร็วสูงตลอดเส้นทางอีก 9 สถานี

แถมได้สัมปทานเดินรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์อีก 50 ปี พร้อมสิทธิใช้พื้นที่สถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) เพื่อพัฒนาหากำไรระยะยาว

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าไม่เคยเห็นโครงการสัมปทานโครงการไหนได้รับประเคนสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลมากเท่าโครงการนี้มาก่อนเลย

ยิ่งกว่านั้น เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรือ “อีอีซี” ซึ่งรัฐบาล คสช.ได้เสนอสิทธิประโยชน์ล่อใจอีกมากมายก่ายกอง

ดังนั้น เอกชนผู้ได้รับสัมปทานลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นอกจากได้สิทธิประโยชน์บานแห้วที่รัฐบาลเสนอให้แล้ว

ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากโครง การอีอีซีเพิ่มอีกตามกติกา

เช่น...สิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 15 ปี

สิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินอีก 99 ปี

และสิทธิประโยชน์อื่นๆอีกบานตะไท

ดังนั้น ไม่ว่ากลุ่มทุนยักษ์รายใดจะได้สัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไปครองจากรัฐบาล

ย่อมได้สิทธิประโยชน์ 2 เด้ง โกยกำไรสะดือปลิ้นไปอีก 50 ปีด้วยประการฉะนี้แล

อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

เพราะจะทำให้การขนส่งผู้โดยสารจากสนามบินสู่สนามบินสะดวกรวดเร็วครบวงจร

แต่ “แม่ลูกจันทร์” ไม่เห็นด้วย...ที่รัฐบาลประเคนสิทธิประโยชน์ให้เอกชนผู้รับสัมปทานมากมโหฬารเกินความจำเป็น

ไม่เห็นด้วย เพราะเหตุผล 3 ประการคือ

1, ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับโครงการอื่นๆของรัฐบาลเอง

2, การที่รัฐบาลเวนคืนที่ดินชาวบ้านไปให้เอกชนผู้รับสัมปทานพัฒนาเชิงธุรกิจหากำไรผิดหลักนิติธรรม

3, การกระหน่ำสิทธิประโยชน์ให้เอกชนผู้ลงทุนมากเกินไป ทำให้ผลประโยชน์ ที่รัฐพึงได้...เหลือก้อนเล็กนิดเดียว!!

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่าจากข้อมูลเบื้องต้น โครงการนี้ รฟท.จะได้ผลตอบแทนจากเอกชนผู้รับสัมปทานประมาณ 1 หมื่นล้านบาทถึง 2 หมื่นล้านบาทในระยะเวลา 50 ปี

ถ้าเอา 50 ปี ไปหารผลตอบแทน 2 หมื่นล้านบาท เท่ากับรัฐจะได้ผลตอบแทนจากเอกชนปีละ 400 ล้านบาทเท่านั้นเอง

ผลตอบแทนปีละ 400 ล้านบาทเทียบกับสิทธิประโยชน์มากมายที่รัฐบาลประเคนให้เอกชนผู้รับสัมปทานยาวถึง 50 ปี

มันคุ้มค่าหรือไม่...ช่วยหาคำตอบให้รัฐบาลกันเถอะโยม??

"แม่ลูกจันทร์"

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ ระยะทาง 260 กม. วงเงินลงทุน 2 แสนล้านบาท 20 ก.พ. 2561 10:53 ไทยรัฐ