วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“กระดูกคอเสื่อม” อีกหนึ่งโรคที่ควรรู้จัก (ตอน 2)

บทความ “ศุกร์สุขภาพ” สัปดาห์ที่แล้ว เราพาไปรู้จักสาเหตุ ลักษณะทางกายภาพ และกลไกการเกิด “โรคกระดูกคอเสื่อม” กันแล้ว ( “กระดูกคอเสื่อม” อีกหนึ่งโรคที่ควรรู้จัก (ตอน 1) ) สัปดาห์นี้เรามาดูกันต่อถึงอาการ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคนี้กันต่อ

อาการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและภาวะกระดูกที่คอโดยตรง ได้แก่ อาการปวดคอ เคลื่อนไหวได้ยาก อาการมักจะเป็นมากเวลาอยู่ในท่านั่งหรือยืน แต่ถ้านอนพักอาการจะดีขึ้น มักปวดตรงกลางคอ มีร้าวปวดมาที่สะบักด้านใน บริเวณไหล่ และมักพบการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

2.กลุ่มอาการที่เส้นประสาทถูกกดทับ จะมีอาการปวดร้าวลงมาที่แขนและมือ อาการจะมากตอนลุกนั่งหรือยืน ซึ่งเกิดจากน้ำหนักศีรษะถ่วงให้ศีรษะกดตรงเส้นประสาทคอ ซึ่งถ้านอนพัก อาการปวดร้าวลงแขนจะดีขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวลงแขน แรกๆ จะมีอาการปวด ต่อมาจะมีอาการชาร่วมด้วย ถ้ากดนานเข้าจะพบภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

3.กลุ่มอาการของไขสันหลังถูกกดทับ อาการปวดอาจมีไม่มาก ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการอ่อนแรง โดยเฉพาะขา เดินเซ ไม่มั่นคง มีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ เดินลำบาก นอกจากนี้ในบางรายอาจมีอาการร่วม เช่น ในกรณีที่กระดูกคอมีกระดูกงอกอาจไปเบียดหลอดอาหาร ทำให้มีอาการกลืนลำบากได้ บางรายไปกดเส้นเลือด (Vertebral arteries) ทำให้มีอาการเวียนศีรษะ มีเสียงในหู เป็นต้น

การวินิจฉัย

ส่วนมากจะใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายก็สามารถวินิจฉัยได้ จะมีการส่งผู้ป่วยไปตรวจเพิ่มเติมก็ต่อเมื่ออาการไม่ดีขึ้น มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด หรือไม่แน่ใจในการวินิจฉัย โดยทั่วไปมักเริ่มจากการถ่ายภาพทางรังสีก่อน เพื่อประเมินดูตำแหน่งของกระดูกคอ ถ้าต้องการดูโครงสร้างภายใน รวมทั้งหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทโดยตรง จะต้องตรวจแบบ MRI ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัย การพยากรณ์โรค และวางแผนการผ่าตัดได้ดี

การรักษา

แนะนำผู้ป่วยไม่ให้ใช้คอ ใช้ภาษาคอมากเกินความจำเป็น จัดสรีระร่างกายในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการแหงนคอ การก้มคอนานๆ พยายามให้กระดูกคอตั้งตรงหรือก้มไปข้างหน้าเล็กน้อย เลิกสูบบุหรี่ เพราะจะมีผลโดยตรงกับหมอนรองกระดูกและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงระบบประสาท เน้นการรับรู้การดำรงสติในการใช้คอ ในบางรายอาจใช้ที่พยุงคอช่วยได้ในระยะสั้นๆ การให้ยากลุ่ม Corticosteriod ใน
ระยะเวลาสั้นๆ ช่วยในการลดบวมของเส้นประสาทได้ กลุ่มยา NSAID สามารถช่วยลดปวดได้ โดยให้เป็นระยะเวลาที่ไม่นาน นอกจากนี้ยาในกลุ่มยาต้านเศร้า ยากันชักบางตัวสามารถช่วยลดอาการได้

การทำกายภาพบำบัด เช่น การดึงคอ สามารถทำได้ แต่ไม่ควรใช้แรงมากเกินไปในการดึง ถ้าดึงแล้วมีอาการอ่อนแรงมากขึ้นหรือชามากขึ้นให้หยุดดึงทันที

การผ่าตัด

ถ้าการรักษาข้างต้นไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรงมากหรืออ่อนแรงเร็ว มีอาการกดไขสันหลังชัดเจน ก็เป็นข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด การผ่าตัดส่วนมากเป็นการนำส่วนที่กดเส้นประสาทออก และป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง

การป้องกัน

- ในแต่ละวันของการทำงาน ไม่ควรก้มหน้านานเกินไป ทุกๆ 30 นาที ควรเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเงยหน้าประมาณ 3-5 นาที และไม่ควรก้มๆ เงยๆ คอมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการปวดคอได้

- หากต้องเดินทางไกลๆ ควรหาหมอนรองคอ เพื่อป้องกันอาการปวดคอในระหว่างที่นอนหลับ แล้วคอพับลง จะช่วยป้องกันอาการปวดคอได้ทางหนึ่ง

- เลือกใช้หมอนที่รองรับสรีระของคอได้พอดี มีความนุ่มพอดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป รวมถึงควรเลือกเตียงที่มีความนุ่มพอดีด้วยเช่นกัน

- หมั่นบริหารกล้ามเนื้อคอทุกวัน วันละ 5-10 นาที โดยมีท่าในการบริหารง่ายๆ ดังนี้

@ เอามือยันด้านข้างศีรษะ ออกแรงต้านกันสักครู่ นับถึง 5 เปลี่ยนเป็นมือซ้ายทำแบบเดียวกัน ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง

@ ก้มหน้าเล็กน้อย เอามือออกแรงต้าน นับถึง 5 แล้วกลับท่าเดิม พักสักครู่ ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง

@ เงยหน้าไปทางด้านหลังอย่างช้าๆ จนสุด ค้างในท่านั้นสักครู่ ค่อยก้มหน้ากลับสู่ท่าปกติ ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 3 วันต่อสัปดาห์

แม้ว่า “โรคกระดูกคอเสื่อม” จะมีความอันตราย และสามารถเป็นได้ตั้งแต่อายุไม่มาก แต่หากเราใส่ใจสุขภาพคอ ไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และหมั่นบริหารกล้ามเนื้อคออยู่เสมอ ก็จะช่วยป้องกันโรคนี้ได้

---------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล : ผศ.นพ.สรศักดิ์ ศุภผล ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทความ “ศุกร์สุขภาพ” สัปดาห์ที่แล้ว เราพาไปรู้จักสาเหตุ ลักษณะทางกายภาพ และกลไกการเกิด “โรคกระดูกคอเสื่อม” กันแล้ว สัปดาห์นี้เรามาดูกันต่อถึงอาการ การวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคนี้กันต่อ 19 ก.พ. 2561 15:07 22 ก.พ. 2561 14:48 ไทยรัฐ