วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ออกกฎใหม่! แจกเงิน พส.ล้อมคอก ถ่ายหน้า ‘คนรับ’ พร้อมคลี่แบงก์ 15 วัน ไปสุ่มตรวจ

ป.ป.ท.เขต 4 จ่อแจ้ง 4 ข้อหา ผอ. ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นกับพวกรวม 6 คน หลังคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงลงพื้นที่สอบสวนชาวบ้านที่มีรายชื่อในบัญชีเบิกจ่าย 2,000 ราย เร่งดำเนินการให้เสร็จทุกขั้นตอนต้องรอบคอบโปร่งใส ขณะที่ ป.ป.ท.เขต5 เดินหน้าหาข้อมูลเพิ่มเติมพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านแทบทุกคนไม่เคยได้รับเงิน บางคนไม่รู้ว่าเอกสารตัวเองไปอยู่ในบัญชีรายชื่อของศูนย์ฯได้อย่างไร บางคนเป็นพนักงานราชการแต่มีชื่อรับเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ อธิบดี พส.วางมาตรการล้อมคอก เพิ่มหลักฐานภาพถ่ายขณะส่งมอบเงินให้ชาวบ้าน สุ่มตรวจหลังมอบเงินไปแล้ว พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการจัดสรรเงิน ปิดช่องโหว่ขบวนการงาบเงินคนจน

ยิ่งสาวยิ่งเจอขบวนการทุจริตเงินช่วยเหลือคนจน หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เข้าสอบสวนกรณีนิสิตคณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ สาขาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร้องเรียนสำนักงานเลขาธิการ คสช.ว่า ขณะฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ถูกนางพวงพะยอม จิตรคง ผอ.ศูนย์และเจ้าหน้าที่ให้กรอกเอกสารและปลอมลายมือชื่อของประชาชนที่รับเงินสงเคราะห์รวมกว่า 6.9 ล้านบาท กระทั่งมีคำสั่งย้ายนางพวงพะยอมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกจาก พื้นที่ พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยและเตรียมดำเนินคดีอาญา จากนั้นขยายผลตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ พบความผิดปกติส่อเค้าทุจริตอีก 2 แห่งที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.บึงกาฬ

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.พ. นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ป.ป.ท.เขต 4 เผยว่า พ.ต.อ.ธวัช ประสพพระ รอง ผบก.กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เดินทางมาประชุมที่ ป.ป.ท.เขต 4 จ.ขอนแก่น แล้ว ในที่ประชุมมีการหารือกันและวางกรอบการทำงาน รวมทั้งตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้ลงพื้นที่สอบสวนชาวบ้านตามรายชื่อในบัญชีเบิกจ่ายที่มีอยู่ 2,000 ราย คาดว่าคณะอนุกรรมการฯจะลงพื้นที่ในวันพุธที่ 21 ก.พ.นี้ เพื่อสอบปากคำชาวบ้านให้เรียบร้อยตามขั้นตอน จากนั้นจะมาสรุปหลักฐานเอกสารและพยานบุคคลที่ได้สอบปากคำไปว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องเรียนด้วย

นายทองสุขเผยต่อไปว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงชุดนี้มี 6 คน จะตรวจสอบเฉพาะกรณี ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นเท่านั้น ก่อนถึงวันพุธที่จะลงพื้นที่ เอกสารต่างๆที่ยังขาดอยู่เพียงเล็กน้อยเชื่อว่าจะได้ครบทั้งหมด สำหรับการลงพื้นที่สอบสวนชาวบ้านจะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ต้องละเอียดรอบคอบ ชัดเจน โปร่งใส จากนั้นจะสรุปผลการไต่สวนและเรียก ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และพวกรวม 6 คน มารับทราบข้อหา เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปลอมแปลงเอกสาร และรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ เมื่อทั้ง 6 คนรับหนังสือที่คณะอนุกรรมการฯแจ้งไปแล้วรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถทำหนังสือแย้งกลับมาตามสิทธิที่พึงกระทำได้เช่นกัน

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบผู้มีรายชื่อเบิกจ่ายเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่ นางกนกวลี ปราบพุฒธา นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ ป.ป.ท.เขต 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 5 เดินทางลงพื้นที่สอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เรียกผู้มีรายชื่อรับเงินช่วยเหลือจากศูนย์ 10 คน มาสอบถาม มี 9 คน มาพบเจ้าหน้าที่ ส่วนอีกคนเสียชีวิตไปแล้ว จากการสอบถามข้อมูลแทบทุกคนยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือและลายเซ็นผู้รับเงินไม่ใช่ลายเซ็นของตัวเอง บางคนยังมีข้อสงสัยว่าเอกสารรายชื่อของตัวเองไปอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้รับการช่วยเหลือจากศูนย์ได้อย่างไร หนึ่งในนั้นแจ้งว่าเอกสารบัตรประชาชนของตนเป็นบัตรประชาชนที่หมดอายุและคืนอำเภอไปแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เขต 5 ไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่บ้านเด่นห้วยเดื่อเวียงชัย หมู่ 8 ต.แม่ข่า มีรายชื่อชาวบ้านตกค้าง 2 คน และหมู่ 12 บ้านดงมิตรภาพ กับหมู่ 13 บ้านห้วยโจ้เหนืออีก 2 หมู่บ้านรวม 11 คน ทั้งหมดยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากศูนย์ บางคนไม่ทราบว่ามีหน่วยงานนี้ และบางคนเป็น พนักงานราชการแต่กลับไปมีชื่อรับเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในสำนวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้านนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้ น้อย ล่าสุด ป.ป.ท.พบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดบึงกาฬอาจเข้าข่ายทุจริตเพิ่มแห่งที่ 3 เพราะมีพฤติการณ์ไม่จ่ายเงินตามที่อนุมัติว่า ในส่วนของ พม. นอกจากศูนย์ฯจังหวัดขอนแก่นและเชียงใหม่แล้ว ยังตรวจสอบไม่พบความผิดในศูนย์ฯอื่นๆ อาจเนื่อง ด้วยติดวันหยุด ส่วนที่ ป.ป.ท.พบว่ามีศูนย์ฯจังหวัดบึงกาฬทุจริตเพิ่มนั้น หากชี้มูลเข้ามาแล้ว พส.ตรวจสอบพบมีมูลจริง จะสั่งการย้ายผู้บริหารศูนย์ฯทันที เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบได้เต็มที่ แต่เบื้องต้นขอดูข้อมูลก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการทุจริตขยายวงไปยังศูนย์ฯแห่งที่ 3 แล้ว แสดงว่าระเบียบการจ่ายเงินสงเคราะห์อาจมีช่องโหว่หรือไม่ นางนภากล่าวว่าจะโทษระเบียบ อย่างเดียวไม่ได้เพราะมีอีกหลายศูนย์ฯที่ทำถูก ที่ผ่านมา พส.ทำหนังสือแจ้งแนวปฏิบัติให้มีความรัดกุมแล้ว เพียงแต่อาจไม่นำไปปฏิบัติเอง จากนี้จะต้องอุดจุดเสี่ยง โดยเฉพาะการเพิ่มภาพถ่ายระหว่างส่งมอบเงินโดยคลี่เงินให้เห็นชัดเจนและภาพใบหน้าผู้รับมอบและผู้มอบเป็นหลักฐานในการเบิกจ่ายเงินนอกเหนือจากเอกสารรายชื่อและจำนวนเงินที่ขอมา หากไม่มี หัวหน้าหน่วยที่ทำเรื่องเบิกงบต้องรับผิดชอบ
อธิบดี พส.เผยด้วยว่า นอกจากนี้จะมีการสุ่มตรวจโดยหัวหน้าหน่วย หลังรับมอบเงินไป 15 วัน และสุ่มตรวจโดยผู้บริหารจากส่วนกลาง หลังมอบเงิน 1 เดือน ขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มความรอบคอบในการจัดสรรเงินจากส่วนกลางสู่ภูมิภาค สัปดาห์หน้าจะแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสรรเงิน มีรองอธิบดี พส.เป็นประธาน ทำหน้าที่กลั่นกรองการขอเงินที่ศูนย์ฯแต่ละแห่งเสนอมา ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทำไมต้องของบเท่านี้ คนละเท่าไหร่ เพราะอะไร เพื่อให้จัดสรรเงินได้เหมาะสมกับสภาพปัญหามากที่สุด และในการมอบเงินจะให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯไปจ่ายเอง จะไม่มอบให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไปมอบแทนอีก เพราะต้องการปิดช่องโหว่ทั้งหมดตามคำกำชับของ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.

นายไมตรี อินทุสุต ประธานคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) อดีตปลัดพม.เผยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แจ้งเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งประจำปีงบประมาณ 2560 ถึงกระทรวง พม. ลงวันที่ 30 มิ.ย.60 แต่เรื่อง มาถึงตนวันที่ 15 ส.ค.60 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 60 วัน แต่ในหนังสือที่ สตง.ส่งมาให้ตรวจสอบเพียงระบุความไม่ชอบมาพากลการเบิกจ่ายเงิน ไม่ได้ระบุว่าเป็นพื้นที่ใด ตนอยู่ในตำแหน่งปลัด พม.ถึงวันที่ 30 ก.ย.60 ก็เกษียณอายุราชการ เข้าใจว่าเมื่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบมีมูลก็ส่งเรื่องให้ พส.ดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

อดีตปลัด พม.ยืนยันว่า ที่ผ่านมา พม.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้ มีการตรวจสอบตามกระบวนการอย่างต่อเนื่องโดยยึดระเบียบราชการ ต้องใช้เวลาและมีความรอบคอบระมัดระวัง เพราะการจะกล่าวโทษ ใครต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งต้องให้ผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิอุทธรณ์ ไม่เหมือนหน่วยอื่นอย่าง ป.ป.ท.หรือสื่อ ที่หากพบความไม่ชอบมาพากลสามารถรายงานข่าวได้ทันที อย่างไรก็ตามเรื่องการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายต่างๆ สมัยที่ตนเป็นปลัด พม.ได้มีหนังสือไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งเน้นย้ำไปถึงทุกหน่วยงานให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใสเพื่อให้เงินถึงผู้เดือดร้อนจริงๆ ขณะเดียวกันมีการลงพื้นที่สุ่มตรวจและเน้นย้ำต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ประพฤติดีเป็นผู้ปิดทองหลังพระต้องให้กำลังใจกับทุกคนที่ทำงานโดยสุจริต ส่วนผู้กระทำผิดต้องลงโทษและตรวจสอบย้อนหลังให้ชัดเจนด้วย

ป.ป.ท.เขต 4 จ่อแจ้ง 4 ข้อหา ผอ. ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นกับพวกรวม 6 คน หลังคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงลงพื้นที่สอบสวนชาวบ้านที่มีรายชื่อในบัญชีเบิกจ่าย 2,000 ราย 19 ก.พ. 2561 01:16 19 ก.พ. 2561 03:39 ไทยรัฐ