วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คลังห่วงเงินบาทแข็งทำลายบรรยากาศ เดินหน้าออกกฎหมายเก็บภาษีแบบใหม่

คลังห่วงเงินบาทแข็งทำลายบรรยากาศ เดินหน้าออกกฎหมายเก็บภาษีแบบใหม่

  • Share:

นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ของปี 2560 คาดว่า จะเติบโตได้มากกว่า 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) นับว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว และเป็นการฟื้นตัวตามศักยภาพของเศรษฐกิจ ขณะที่คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัว 4.2% แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือการแข็งค่าของค่าเงินบาท เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีมีความผันผวนมาก โดยแข็งค่าเพิ่มขึ้น 3.35% โดยผู้ส่งออกต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนของกระทรวงการคลังพยายามลดแรงกดดัน ด้วยการชำระต้นเงินกู้ต่างประเทศของรัฐบาล และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจที่มีแผนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่นำเข้าเครื่องมือ เครื่องจักร มาใช้ในการลงทุนเพราะใช้เงินบาทซื้อในราคาถูกลง และหวังว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะพิจารณาออกเครื่องมือเพื่อให้ค่าเงินบาทแข็งค่าน้อยลง

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลังจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงคลังจะกลับมาพิจารณาการจัดทำงบประมาณแบบสมดุล ซึ่งหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ปี 2540 รัฐบาลยังไม่เคยจัดทำงบประมาณสมดุลเลย “ในช่วงนี้จะผลักดันผ่านแนวทางการขยายฐานภาษีเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรูปแบบใหม่ แต่ไม่ใช่เป็นการเพิ่มอัตราภาษี โดยวันที่ 19 ก.พ.ทาง สศค.เตรียมเสนอร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีจากที่ดินอสังหาริมทรัพย์ติดกับทางด่วน รถไฟฟ้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือภาษีลาภลอยให้ รมว.คลัง พิจารณา รวมทั้งการเดินหน้าเสนอร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีอี คอมเมิร์ซ และเดินหน้าออกฎหมายอีบิสสิเนส ขณะที่กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอจัดเก็บภาษีทำลายสุขภาพและภาษีทำลายสิ่งแวดล้อม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้