วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัญหาประเทศไทย ข้ามขั้นตอนการเปลี่ยนผ่าน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับเชิญจากวิทยาลัยรัฐธรรมนูญ สถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ไปเป็นวิทยากรทรงเกียรติ ในการให้ข้อคิดแก่บรรดาผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้

ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 กับการพัฒนาคุณธรรมพื้นฐานในสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน”

“สุภาษิตจีนที่มักสอนให้ “รู้เขา รู้เรา...รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง” น่ะ...ตรงกันข้ามกับสังคมไทยเราที่มักสอนให้ “รู้เขา แต่ไม่สอนให้ รู้จักตัวเรา” สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้ จึงเต็มไปด้วยปัญหา และความสับสน...คนไทยจึงควรรับรู้ว่า กำลังอยู่ในสภาวการณ์ใด และเผชิญหน้ากับปัญหาใดบ้าง ในขณะที่โลกวันนี้ และวันหน้า กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”

ดูจากตารางที่ ดร.สุเมธ ตีกรอบมาให้ จะเห็นว่า สภาพสังคมไทยวันนี้ เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกตะวันตกมากขึ้น ห่างเหินกับวัฒนธรรมไทยที่เรียบง่าย พอเพียง ประหยัด มัธยัสถ์ อดออม ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเมตตา เอื้อเฟ้อเผื่อแผ่

การหันมายึดหลัก “บริโภคนิยม” โดยมี “กิเลส” เป็นตัวกระตุ้น ขณะเดียวกัน ก็ใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย เกินกำลังที่จะสร้างทดแทนได้ทัน

เราเอาแต่ความร่ำรวยอย่างเดียว เอาตัวเลข Economic Growth เท่านั้น ก่อนเศรษฐกิจประเทศไทยจะพังครืนลงน่ะ พวกท่านรู้ไหมว่า Economic Growth เจริญเติบโตเท่าไหร่ มันพังในปี 2539-2540 ใช่หรือไม่...ท่านทราบไหมในปี 2537-2538-2539 ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเราสูงเท่าไหร่...?!

ไม่เคยปรากฏมาก่อนในกระบวนการพัฒนาบ้านเมือง ในปี 2537 เราเติบโตร้อยละ 11.2 ปีถัดไป 2538 หยุดไหมครับ ไม่หยุดครับ อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11.4 ครับ และในปี 2539 ก่อนเราจะตาย หยุดไหมครับ เชื่อไหมครับ กระโดดขึ้นไปเป็นร้อยละ 11.7 เติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 12 เปอร์เซ็นต์ เงินสะพัดกันขนานใหญ่...

รถเบนซ์ 3,000 คันทะลักเข้ามาในประเทศไทย ขายเกลี้ยงภายใน 2 สัปดาห์ เด็กหนุ่มๆเดินเข้าตลาดหุ้น แผล็บเดียวกำเงินออกมาสิบล้าน ยี่สิบล้าน ซื้อรถเฟอร์รารี่ ซื้ออะไรต่ออะไรขี่ แล้วก็ขี่ไม่เป็น เหยียบไป 200 กม.ต่อชั่วโมง แล้วก็ตาย

พูดถึงเรื่องนี้ ดร.สุเมธ ฝากให้ผู้เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่า เราควรแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการขับขี่ยวดยานในประเทศหรือไม่

ในประเทศฝรั่งเศส และยุโรปที่เขาผลิตรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ มีกฎข้อบังคับว่า คนที่จะซื้อต้องมีใบขับขี่รถยนต์ซุปเปอร์คาร์ต่างหากอีกใบ คือต้องไปสอบการขับขี่รถยนต์ซุปเปอร์คาร์ใหม่ ใบขับขี่ปกติใช้ไม่ได้ ใบขับขี่อินเตอร์เนชั่นแนลที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ เพราะเขาบอกว่า บ้านยูไม่มีหิมะ ซึ่งเป็นประโยชน์นะ ทำให้เรารู้จักการบังคับรถยนต์บนถนนที่ลื่น หรือเต็มไปด้วยหิมะ หรืออุปสรรคต่างๆได้...ดร.สุเมธกล่าว

การพัฒนาด้านใดด้านหนึ่ง จำเป็นที่จะต้องมีกฎระเบียบที่ดีเพื่อตามให้ทัน ที่ผ่านมาทั้งกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติต่างๆตามมาไม่เคยทัน

ทีนี้มาดูสภาพเศรษฐกิจในทุกวันนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านจากภาคเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรม และบริการมากขึ้น โดยในปี 2558 สัดส่วนภาคเกษตรกรรมเหลืออยู่เพียงร้อยละ 9.1

ขณะที่สัดส่วนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30.0 และสัดส่วนภาคบริการเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60.4

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ฐานการผลิตภาคการเกษตรก็ยังมีผลิตภาพการผลิตที่ต่ำ โดยที่การใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการเพิ่มมูลค่า ได้รับการสนับสนุนน้อยมาก นั่นทำให้รายได้ของเกษตรกรไทยยังอยู่ในดับต่ำกว่าสาขาการผลิตอื่นๆ

เมื่อตรวจสอบลึกลงไป ยังพบว่าความเหลื่อมล้ำทางฐานะระหว่างกลุ่มคน และระหว่างภาคยังมีมากขึ้นด้วย

ผู้คนส่วนใหญ่ในชนบท ยังมีมาตรฐานการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม และเผชิญความยากจนมากขึ้น และความยากจนที่ว่านี้ ก็ยังกระจุกตัวหนาแน่นอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานเสียเป็นส่วนใหญ่

เท่าที่เราทำสำรวจ เราพบว่า ปี 2556 ประเทศไทยมีสัดส่วนคนจนที่สุดร้อยละ 10 หรือประมาณ 7.3 ล้านคน คนร้อยละ 10 ที่จนที่สุดนี้ มีรายได้เพียงร้อยละ 1.06 ในขณะที่คนร้อยละ 10 ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวยที่สุด มีรายได้ร้อยละ 36

คนทั้ง 2 กลุ่มนี้ มีความแตกต่างทางรายได้สูงกว่ากัน 34 เท่า

ทีนี้มาทบทวนดูสภาพการเมืองไทย ก่อนเกิดรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ.2557 สภาพการเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และมีความขัดแย้งอย่างชัดเจน

นักการเมืองส่วนหนึ่งแสวงหาอำนาจ และหาประโยชน์เพื่อตนเอง และพวกพ้องในทางที่มิชอบ

ในเวลาเดียวกัน ก็มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และข้าราชการ “ปัญหาเรื่องการพนัน ยาเสพติด และการทุจริตคอร์รัปชัน ดูเหมือนว่า เราจะพูดกันมานานแล้ว แต่วันนี้ก็ยังไม่จบเสียที และสิ่งนี้ยังคงเป็นปัญหาของประเทศไทยอยู่เช่นเดิม”

เมื่อพูดถึงเรื่องของระบบการศึกษาในประเทศไทย ดร.สุเมธ กล่าวว่า มีผลการสำรวจเกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทยเราเอง พบว่า แม้ประเทศไทยเราจะมีปริมาณการศึกษาเพิ่มมากขึ้น แต่ระดับคุณภาพกลับดิ่งลง

เพราะเราเรียนเอากระดาษ ไม่ได้เรียนเอาอาชีพ

อันนี้คือจุดอ่อนอีกประการที่สำคัญของประเทศไทย “ผมสอนนักศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอกมามาก ถามเขาเสมอว่า เรียนไปทำไม เขาก็เงียบกันหมด บ้างก็นิ่ง ส่วนคำตอบที่ได้คือ เพื่อนชวนมา เรียนแบบไม่มีจุดหมาย ตรงนี้คือ จุดอ่อน จบไปแล้วไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร ก็เอาปริญญาไปแขวนเอาไว้ที่ริมข้างฝา

เมื่อคนในระบบการศึกษาของประเทศไทยเรา เรียนเพื่อเอากระดาษอย่างเดียว ไม่ได้เรียนเพื่อเอาความชำนาญ หรือเรียนเพื่อเอาไปทำงานทดแทนการขาดแคลนคน เช่น การขาดแคลนแรงงานเพื่อการขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น

จริงๆแล้ว ใครที่เป็นฝ่ายต้องการแรงงาน สามารถจะบอกสถานศึกษาได้ว่า คุณต้องการแรงงานแบบใด และเมื่อถึงชั่วโมงฝึก คุณก็ส่งพวกเขาไปฝึกในโรงงานเลย เพื่อให้บริษัทเหล่านี้สามารถคัดเลือกคนได้ ผมว่า เอาง่ายๆแบบนี้ไปก่อน เพราะนั่นจะทำให้คนที่เรียกจบออกมา มีงานทำ

ดร.สุเมธ กล่าวด้วยว่า มีหลายสิ่งหลายอย่างในประเทศไทยที่ถูกเปลี่ยนผ่านมาในรูปแบบที่ข้ามขั้นตอน และไม่รู้ว่า ตัวเองควรเป็นอะไรกันแน่ เช่นการเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรม ซึ่งไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนผ่านโดยธรรมชาติ แต่เราไปเร่งรัดมัน เพราะวันดีคืนดี เราลุกขึ้นมาอยากเป็น Nics หรือ New Industria lized countries เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ก็ต้องแปลอย่างนี้แหละ

อยากเป็นเสือตัวที่ 5 ของอาเซียน โดยที่ไม่ดูตัวเองว่า สมควรจะเป็นอะไรกันแน่ แต่จู่ๆก็ไปต่อคิวเขาเฉยๆ เห็นเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง เขาเป็นเสือ ก็อยากเป็นเสือกับเขาบ้าง เลยไปต่อคิวเขาเป็นเสือตัวที่ 5

ผมขอตั้งข้อสังเกตสักนิด เมื่อประเทศไทยเราเปลี่ยนเป็นประเทศอุตสาหกรรม ลองนึกถึงภาพของการสร้างบ้าน เราต้องมีเสา 4 ต้นเพื่อให้มีความมั่นคง ต้นที่ 1 เราต้องมีเงิน เงินทองเรามีพอสมควร แต่ไม่เพียงพอสำหรับการลงทุนขนาดใหญ่ๆ แต่เวลานั้นเราบอกว่า ไม่เป็นไร เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นลูกหนี้ที่ดี เพราะไม่เคยเบี้ยวหนี้เลย

เสาอีกต้นหนึ่งคือ ขอยืมเขามา นี่คือการย่างก้าวเพื่อเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจประเทศไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรม ยืมเงินเขามาแล้ว ต้องมีเสาอีกต้นคือ มีเทคโนโลยี เราทำแค่รถอีแต๋นหางยาว โรงงานเราก็ไม่มีปัญญาสร้าง แต่ครั้งนั้นเราบอกว่าไม่เป็นไรอีก เราสามารถซื้อโรงงานมาได้

เอาละ มีเงิน ยืมเขา ซื้อโรงงาน มีเสา 3 ต้นแล้ว ต้นที่ 4 คือ ต้องมีคนด้วย

พูดไปแล้วว่า ระบบการศึกษาเราไม่ได้มาตรฐานพอจะไปทำเช่นนั้นได้ แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไรอีก ก็เอาเงินที่ได้มาไปซื้อเครื่องจักรเขาแล้วเอาคนของเขามาด้วย มาบริหารคนงานของเขา

วันนี้ ถ้ามีใครมากับผม ผมจะพาไปดูโรงงานรอบๆ กรุงเทพฯนี่ มีโรงงานไหนบ้างที่มีเจ้าของเป็นคนไทย

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎีใหม่ แก้สังคมโลกที่บริโภคเกินพอดี

“ท่านครับ บ้านอยู่อาศัยที่ไหนหรือที่เราต้องไปยืมเขามาหมด เอาของคนอื่นมาทำหมด นี่คือการจำลองภาพการย่างก้าวเข้าไปเป็นนิคส์ของเรา เหลือเสาไว้ให้เราต้นเดียว เราเอาอะไรไปลงทุนกับเขาหรือครับ...ประเทศยังไงครับ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทรัพยากรธรรมชาติ จะมี คนไทยไปร่วมด้วย ก็ได้มาแค่ 300 บาทต่อวันเท่านั้น”

แต่ปัญหาก็ไม่ได้หยุดแค่นี้ เพราะเราต้องพึ่งพาการส่งออกด้วย เพราะคนเรามีไม่มากพอจะบริโภคสินค้าที่ผลิตได้ ตกลงว่า การเดินย่างก้าวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมนั้น ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองขึ้นหมดเลย...

เหลือคำคุยอย่างเดียวว่า ฉันไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร!!

นี่คือภาพของการเลือกทางเดินของประเทศไทยเรา นี่คือประวัติศาสตร์ ซึ่งจะแก้ไขทันหรือไม่ ยังไม่ทราบ แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือ ภาคการเกษตรของไทยเราซึ่งเคยเข้มแข็งนั้น ปรากฏว่า วันนี้ คนเดินออกจากภาคเกษตรกรรมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมกันหมด ละทิ้งไร่นากันหมด

วันนี้จึงเกิดปัญหา น้ำท่วมน้ำแล้งกันหมด ทรัพยากร คลอง แหล่งเก็บน้ำทั้งหลายถูกละทิ้ง และถูกทำลายไปหมด ปล่อยให้หญิงแก่กับเด็กอยู่ในภาคเกษตรกรรมกันหมด

สิ่งที่พวกท่านเห็นตัวเลขข้างต้น (ตาราง) จึงเป็นเรื่องจริงที่ได้มีการสำรวจกันมาแล้ว

จริงๆแล้วผลผลิตภาคการเกษตรของประเทศไทยเรา ยังมีคุณค่า หรือสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก อย่างกรณีของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ “ข้าว” ไทย เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ หรือสร้างมูลค่าข้าวอีกมาก ถ้านำเอาปลายข้าวไปปั่นเป็นผงนาโน แล้วทำเป็นแผ่นไปซับเลือด เวลาผ่าตัดช่องท้อง มันสามารถเพิ่มมูลค่าของข้าวได้เป็นพันเท่า ที่ดีก็คือราคาในประเทศนั้นถูกกว่าผลิตภัณฑ์ที่เราจะไปซื้อจากต่างประเทศไม่รู้กี่เท่า

เห็นไหมครับว่า เรามีของดีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมากมาย เพียงแต่เราใส่นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้าไป

อย่างในกระเป๋าผู้หญิงทุกท่าน ซึ่งต้องมี พัฟฟ์สำหรับทาแป้งบนใบหน้า ลองอ่านบนกล่องดูว่าทำมาจากอะไร ของต่างชาตินั้นทำมาจาก Puff ซึ่งแปลตรงตัวว่าหินปูน

เวลานี้มีผลการสำรวจทางด้านการแพทย์ออกมาว่าพัฟฟ์ที่ทำจากหินปูนนั้น ห้ามใช้กับเด็กอ่อน เพราะมันจะแทงเข้ากับผิวของเด็กอ่อน และเมื่อมีการส่องกล้อง จุลทรรศน์ดูก็จะพบว่า พัฟฟ์ มีลักษณะเหมือนกระจกเล็กๆ ที่แตกกระจายอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวมาก

“ทุกวันนี้มีคนเอาข้าวหอมมะลิมาทำเป็นผงเป็นก้อนที่ชื่อ โอริซี่ ทำเป็นแป้งผัดหน้า ทันสมัยมาก ก้อนเล็กๆแต่ขาย 1,250 บาท ท่านครับ ข้าวเพียงกำมือเดียว น้ำหนักเพียง 40 มิลลิกรัม ขายเป็นพันบาท...

นี่คือสิ่งที่เราต้องไป และต้องทำให้สำเร็จ

ทีนี้มาดูว่าโลกวันนี้ของเรามีสภาพการณ์ที่เปลี่ยน แปลงไปอย่างไร?

ดร.สุเมธ ฉายให้เห็นภาพของโลกวันนี้ กำลังเต็มไปด้วยปัญหาของการบริโภคที่เกินความพอดี

เมื่อเกินความพอดีของทรัพยากรที่มีอยู่ หรือผลผลิตที่สามารถผลิตได้ เราก็ต้องกลับคืนสู่สามัญ คือ ความพอเพียง หรือการเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจพอเพียง

จะเห็นว่าในภาพหรือตารางที่นำมาแสดงนั้น มีการคาดการณ์กันว่าในปี พ.ศ.2573 และ 2593 การบริโภคของมนุษยโลก จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 และ 2.8 เท่าของโลก

นั่นหมายถึงว่า เราจะต้องมีโลกอีก 2 หรือ 3 ใบจึงจะมีทรัพยากร หรือแหล่งที่พึ่งพาให้กับมนุษย์อย่างพอเพียง

และกลุ่มประเทศที่จะใช้ทรัพยากรมากก็แน่นอนว่า จะต้องเป็นประเทศในกลุ่ม OECD หรือ Organization for Economic Cooperation and Development หรือกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมีประชากรอยู่ราว 1,206 ล้านคน

อีกกลุ่มก็คือ ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจที่เรียกว่า BRICS ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น บราซิล รัสเซีย อินเดีย และ จีน มีประชากรประมาณ 2,833 ล้านคน ต่อมาอีกกลุ่มคือกลุ่มประเทศ ASEAN หรืออาเซียน ซึ่งมีประชากรราว 567-600 ล้านคน และกลุ่มสุดท้ายคือ AFRICAN UNION ซึ่งมีประชากรรวมประมาณ 885 ล้านคน

การบริโภคทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยนี้เอง จะทำให้ดัชนีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของโลกค่อยๆมีอัตราลดลงร้อยละ 30 ในปี 2550

เมื่อทรัพยากรบนโลกค่อยๆหมดไป อนาคตข้างหน้าเป็นเรื่องชัดเจนที่เราต้องเน้นความมี Goodness, Culture และ Knowledge ความรู้คู่ความดีภายใต้จารีตประเพณีที่เรามี การพึ่งพาตนเองในระบบเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

ดร.สุเมธให้ความเห็นว่า การพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือการเดินทางสายกลาง ด้วยความพอประมาณ มีเหตุผล และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเองได้

ทั้งหมดนี้ ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง รวมถึงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของความมีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน มีสติปัญญา และรู้จักการแบ่งปันกัน

นั่นจะนำไปสู่ ชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่มีความสมดุล มั่นคง และยั่งยืน

สิ่งต่างๆเหล่านี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง และพออยู่พอกิน ซึ่งท้ายที่สุดจะทำให้เกิดความสมดุล-มั่นคง-ยั่งยืน อย่างที่มีพระราชดำรัสไว้จริงๆ ดร.สุเมธ กล่าวในที่สุด.

ทีมเศรษฐกิจ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับเชิญจากวิทยาลัยรัฐธรรมนูญ สถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ไปเป็นวิทยากรทรงเกียรติ ในการให้ข้อคิดแก่บรรดาผู้เข้าอบรมหลักสูตรนี้... 18 ก.พ. 2561 13:43 ไทยรัฐ