วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวบ 5 สูตร (ไม่)ลับ เทคนิคทำให้กลายเป็นสาวหุ่นเพรียว

รวบ 5 สูตร (ไม่)ลับ เทคนิคทำให้กลายเป็นสาวหุ่นเพรียว

  • Share:

เทรนด์รักสุขภาพ ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองยังคงมาแรง และแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดยั้ง แต่การรักสุขภาพเราควรจะทำกันแบบจริงจังจะดีกว่าไหม เพราะการมีสุขภาพที่ดีมันย่อมดีกว่าการเข้าโรงพยาบาลให้หมอคอยดูแลอย่างแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์ เรียกได้ว่างัดทุกเคล็บลับที่ใช้กับตัวเองบ่อยๆ แล้วได้ผลแบบชัวร์ๆ ทั้งการรับประทานอาหารและในการออกกำลังกายมาฝากเพื่อนๆ กัน รับรองว่าเทคนิคเหล่านี้จะเป็นทริกเล็กๆ ช่วยสาวๆ ให้หุ่นเพรียวได้อย่างแน่นอน

1. ยิ่งเครียดยิ่งอ้วน

ข้อมูลที่นักโภชนาการได้วิจัยและสรุปออกมาก็คือ แม้ว่าคุณจะมีความไม่สบายอกไม่สบายใจกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น แต่คุณก็ต้องดูแลตัวเองไม่ให้เครียดอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าคุณเครียด การผลิตสารเซลาโตนิลของสมองจะลดลง เมื่อสารเคมีตัวนี้ลดลง เราจะเกิดความอยากกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือของหวานๆ มากมาย ซึ่งทำให้คุณอ้วนได้ภายใน 2 วัน

2. รับประทานอาหารคลีน

ปัจจุบันกลุ่มคนรักสุขภาพให้ความสำคัญกับการกินอาหารคลีนมากขึ้น จนกลายเป็นกระแสบอกต่อ โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดความอ้วน ซึ่งอาหารคลีน คืออาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งน้อยที่สุด หรือไม่ปรุงแต่งเลย โดยมีหลักการ คือ ปรุงแต่งเท่าที่จำเป็น เลี่ยงการทอดหรือผัดแบบน้ำมันท่วม ลดการปรุงรสจัด ลดเกลือ ลดน้ำตาล ลดน้ำปลา และเลือกทานข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อยที่สุด ไม่ทานขนมปังที่ทำจากแป้งขัดขาว

3. ตะเกียบช่วยคุณได้

อาจจะดูเป็นเทคนิคที่ดูตลก แต่การใช้ตะเกียบกินอาหารแทนช้อนส้อมจะทำให้คุณใช้เวลาในการกินอาหารมากขึ้น และกินอาหารได้น้อยลง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าใช้เวลานาน ระบบภายในร่างกายจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่าอิ่มได้แล้ว โดยที่คุณจะไม่ต้องกินอาหารมากมายอย่างที่เคยใช้ช้อนส้อมกินตามปกติแน่นอน ไม่เชื่อลองดู

4. ออกกำลังกายตอนเช้า

การออกกำลังกายประมาณ 40 นาทีในตอนเช้า จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้ดีกว่า 40 นาทีในตอนเย็น เพราะว่าในตอนเช้านั้นอัตราการเต้นของหัวใจยังอยู่ในระดับต่ำสุดของวัน ซึ่งหมายถึงว่าถ้าเราออกกำลังกายในเวลานั้น การเผาผลาญแคลอรี่ก็จะเป็นไปได้มากขึ้น

5. เลิกออกกำลังกายแบบเดิมๆ

คนส่วนมากเลือกที่จะออกกำลังกายในยิมลักษณะเดิมๆ เล่นเครื่องเล่นเดิมๆ เข้าคลาสไหนก็เล่นแต่อันนั้น ทำวนเวียนอยู่ซ้ำๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ร่างกายของเราจะหยุดพัฒนา เพราะว่ามันเกิดความเคยชินกับ routine เดิมๆ ที่เราทำเรื่อยๆ เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมหลายคนออกกำลังกายตอนแรกๆ ได้ผลดีมาก แต่เมื่อผ่านไปสักพักร่างกายปรับตัวได้ ก็เริ่มไม่เห็นผล

ดังนั้น ถ้าอยากให้การออกกำลังกายของเราไม่เหนื่อยเปล่าและได้ผลที่สุด ควรเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายทุก 2 สัปดาห์ โดยการเปลี่ยนท่าทางออกกำลังกาย จำนวนครั้งหรือเซตที่เราทำ หรือว่าน้ำหนักเวทที่เรายก นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มเติมการเล่นคลาสต่างๆ ได้

ไม่ว่าจะเป็นโยคะ เต้น ชกมวย โหนบาร์ ฯลฯ ซึ่งการฝึกในหลายๆ รูปแบบจะทำให้ร่างกายของเรามีประสิทธิภาพสูงขึ้น แข็งแรง และบาดเจ็บน้อยลง นอกจากนี้ยังทำให้เราสนุกกับการออกกำลังกายด้วยนะ เพราะเล่นท่าเดิมๆ แบบเดิมๆ ทุกวันมันก็เบื่อ เป็นที่มาของคนที่ไปออกกำลังกายและไม่ประสบผลสำเร็จนั่นเอง. 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้