วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิจัยความเป็นไปได้ ที่ทำให้ภูเขาไฟใต้น้ำปะทุ

เหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยขนาดยักษ์ ที่พุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีที่แล้ว คือสาเหตุหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นตัวกวาดล้างบรรดาไดโนเสาร์ครั้งใหญ่จนสูญสิ้นไปจากโลก แต่เมื่อเร็วๆนี้ นักธรณีฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยฐานใหม่ในวารสารความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แสดงที่ให้เห็นว่าผลจากการชนโลกครั้งนั้นมีสิ่งอื่นเกิดขึ้นตามมาและส่งผลต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือการปะทุของภูเขาไฟใต้น้ำทะเลขนาดมหึมา

นักวิจัยนำเสนอว่าหลังจากที่เกิดการชนของดาวเคราะห์น้อย การปะทุก็มีความรุนแรงผิดปกติโดยเฉพาะท้องมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย แรงสั่นสะเทือนเป็นตัวกระตุ้นการปะทุขึ้นของภูเขาไฟ โดยมันจะพ่นอนุภาคก๊าซเข้าไปในอากาศและน้ำมากเกินไป มองให้เห็นภาพง่ายๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในภูเขาไฟใต้น้ำก็ลองนึกถึงการเขย่าขวดน้ำอัดลมนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีข้อสันนิษฐานว่าการปะทุใต้น้ำมีส่วนทำให้มหาสมุทรเกิดความเป็นกรดมากขึ้นและน่าจะทำให้สิ่งมีชีวิตตายเป็นเบือเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันอื่นหลายๆ แห่งให้ความเห็นว่าการศึกษาครั้งนี้อาจจะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งผู้วิจัยควรมีหลักฐานว่ามีภูเขาไฟเพิ่มมากขึ้นในที่อื่นๆทั่วโลกรวมถึงใต้น้ำ เนื่องจากการศึกษาครั้งนี้ยึดอยู่กับช่วงเวลาโดยบังเอิญ และไม่แสดงให้เห็นถึงวิธีการทางกายภาพที่แม่นยำของสาเหตุการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลได้เพียงพอ.

เหตุการณ์ดาว เคราะห์น้อยขนาด ยักษ์ ที่พุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีที่แล้ว คือสาเหตุหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นตัวกวาดล้างบรรดาไดโนเสาร์ครั้งใหญ่จนสูญสิ้นไปจากโลก 18 ก.พ. 2561 13:01 ไทยรัฐ