วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้ชะตาโรดแม็ปเลือกตั้งในกำมือ สนช. : เสี่ยงอุบัติเหตุการเมือง

เปิดฉากขึ้นแล้ววันนี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

แต่ละคณะมี 11 คน ประกอบด้วยตัวแทน 3 ฝ่าย จากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 5 คน ตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) 5 คน และตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 1 คน

ดีเดย์นัดประชุมครั้งแรกวันที่ 19 ก.พ.นี้ เพื่อพิจารณาทบทวนเนื้อหาในร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ในข้อโต้แย้งของ กรธ. และ กกต.ที่มีหลายประเด็น “ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ”

แล้วเสนอต่อ สนช. ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง เพื่อให้ความเห็นชอบ

ถ้า สนช.มีมติไม่ถึง 2 ใน 3 ให้ถือว่าเห็นชอบตามร่างที่ กรธ.เสนอ

กรณี สนช.มี “มติไม่เห็นชอบ” ด้วยเสียงเกิน 2 ใน 3 ให้ “ร่างเป็นอันตกไป”

ในบรรยากาศท้องฟ้าทางการเมืองอึมครึม ร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุตลอดเวลา

แม้ ณ ปัจจุบันไร้สัญญาณการสั่งคว่ำในชั้น สนช. ยืนยันโดย นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช.(วิป สนช.) ระหว่างให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง

ยิ่งเมื่อจับสัญญาณผ่าน นายสมชาย ซึ่งมีบทบาทเข้าไปนั่งเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ในฐานะวิป สนช.และ กมธ.ศึกษาและติดตามรัฐธรรมนูญของ สนช. เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างท่าทีในแต่ละประเด็นของ สนช.กับ กมธ.วิสามัญพิจารณากฎหมายทั้ง 2 ฉบับ

เมื่อเราฟังเหตุผลของ กรธ.และ กกต.ก็ เอามารายงาน สนช. เช่น ประเด็นบัตรเลือกตั้งแบบต่างเขตต่างเบอร์ กกต.อาจจะบอกว่ามันยุ่งยาก มีปัญหาการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ป้องกันการทุจริตได้ยาก เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ก็ต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สนช.มองว่าไม่เข้าข่ายขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่อาจจะเป็นเรื่องการปฏิบัติงานของ กกต. ในอดีต กกต.ก็ทำได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เป็นปัญหาของ กกต.มากกว่า กกต.น่าจะหาทางแก้ไขได้

และก็จะฟังความเห็นจาก กรธ.ว่าขัดรัฐธรรมนูญตรงไหนบ้าง หากขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้วทำให้การเลือกตั้งเป็นปัญหา เราจะช่วยปรับแก้เฉพาะประเด็น แบบนี้ไม่ได้เรียกว่า สนช.ถอย

ทีมข่าวการเมือง ถามว่าประเด็นไหนมีแนวโน้มต้องปรับแก้บ้าง นายสมชาย บอกว่าประเด็นที่ กรธ.และ สนช.เห็นตรงกันส่วนใหญ่ไม่มีอะไรปรับแก้ ยกเว้นปรับถ้อยคำให้ กกต.ทำงานได้ง่าย

อาทิ ประเด็นหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.ต่างเขตต่างเบอร์ กรธ.และ สนช.เห็นตรงกัน ก็คงไม่ปรับแก้

ประเด็นการจัดมหรสพหาเสียง กรธ.และ กกต.เห็นไม่ตรงกับ สนช. อาจจะปรับแก้โดยเสนอวิธีการใช้เงินเพื่อการรื่นเริง มีเพดานร้อยละยี่สิบของเงินหาเสียง แต่อาจจะเกิดปัญหาขึ้นหากมีดารา นักร้องลงสมัคร ส.ส.และขึ้นไปร้องเพลง ก็หมิ่นเหม่ต่อการถูกฟ้องร้อง

สมมติผมมีเงินจ้างนักร้อง นักแสดงไปลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิสต์

แต่ไม่ประสงค์ให้เป็น ส.ส. เมื่อถึงเวลาหาเสียงเชื่อว่ามีคนแห่มาดูล้นหลาม

ขณะที่ประเด็นการกำหนดค่าใช้จ่ายหาเสียงของพรรคการเมืองเท่ากัน จะไม่เที่ยงธรรมเมื่อถูกนำไปปฏิบัติ พรรคใหญ่เสียเปรียบ ก็ต้องตกลงกันว่าจะให้เงินค่าหาเสียงเท่าไหร่

ควรกำหนดห้ามใช้เงินหาเสียงเกินเพดาน เช่น 50 ล้านบาท พรรคเล็กมี 10 ล้าน ก็ไม่เป็นอะไร แต่พรรคใหญ่ห้ามใช้เกิน 50 ล้าน ถ้าจะเอานักแสดง นักร้องขึ้นเวทีหาเสียง ก็ให้ กกต.และพรรคคู่แข่งมาบันทึกค่าตัว เพื่อนำเงินค่าตัวของนักแสดง นักร้องไปหักค่าใช้จ่ายการหาเสียงจากพรรคการเมืองนั้น

ส่วนร่างกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว. ทาง กมธ.โต้แย้งประเด็นช่องทางการสมัคร ส.ว. ซึ่งเราได้แบ่งช่องทางแบบสมัครอิสระและสมัครแบบผู้แทนองค์กรนิติบุคคล โดยให้สิทธิตัวแทนองค์กรก่อน คนที่ไม่ได้รับเลือกจากองค์กรก็มีเวลาลงสมัครอิสระได้

และยังกำหนดให้มีการเลือกตั้งกันเองโดยตรง ไม่ให้เลือกไขว้ เพื่อป้องกันการบล็อกโหวตของกลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งจะวางเครือข่ายให้ลงสมัครตั้งแต่ระดับอำเภอ

ข้อเสียของการเลือกไขว้เมื่อถึงมือคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) คัดเลือก ไม่ว่า คสช.จะหลับตาขว้างก้อนหินอย่างไรก็โดนหัว ส.ว. 200 คน ที่เป็นเครือข่ายของพรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์

เราจำเป็นต้องออกมาตรการดัดหลังพวกที่วางเครือข่ายบล็อกโหวต และแก้ลำไม่ให้เครือข่ายเหล่านี้หลุดเข้ามา ทั้งการตรวจสอบประวัติ กลั่นกรองเส้นทางการเข้ามา ถ้าพบมีการฮั้วหรือบล็อกโหวตก็ไม่เลือกและถูกลงโทษขั้นรุนแรงตามกฎหมาย

ที่ต้องเข้มงวด เพราะยังมีที่มาของ ส.ว. อีก 50 คน ตามบทเฉพาะกาล มีหน้าที่สำคัญ คือ 1.ตอนทำประชามติมีคำถามพ่วง คสช.ขอไปให้มี ส.ว.200 คน มีเอกสารชัดเจน กรธ.ขอไป 250 คน แล้วไปเขียนเพิ่มขึ้นมาอีกว่ามีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรี

ไม่ว่าฝ่ายเชียร์หรือฝ่ายใดก็ตาม จะเห็นด้วยหรือไม่ ส.ว.มีส่วนสำคัญต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี ถ้ามีการบล็อกโหวตการเลือก ส.ว. 200 คน จะทำให้เกิดวิกฤติบ้านเมืองได้อีกรอบ

และ ส.ว.อีก 50 คน ที่เพิ่มขึ้นมาก็จะเป็นอำนาจต่อรองใหม่ ก่อให้เกิดวิกฤติการเมืองและความวุ่นวายได้ ที่สำคัญ ส.ว. 50 คน จะรวมกับ ส.ว. 200 คน ร่วมกันกำกับยุทธศาสตร์ชาติ 5 ปีแรก ซึ่ง คสช.กังวลในเรื่องการปฏิรูปประเทศ 5 ปีแรกก่อนส่งต่อให้รัฐบาล เป็นที่มาของการแปรญัตติในชั้น สนช.

ทั้งหมดในฐานะคนออกกฎหมายทำได้แค่นี้ แม้ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด

สุดท้าย คสช.ก็ต้องกรองเอาเอง เป็นความรับผิดชอบของ คสช.ในการเลือก ส.ว.ชุดแรก

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า ด่านสุดท้าย คสช.คัดเลือกผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ตามบทเฉพาะกาลผิดผู้ผิดคน จะเกิดวิกฤติประเทศตามมา นายสมชาย บอกว่า ถูกต้อง ไม่ว่าวิธีการเลือกแบบไหนก็เกิดวิกฤติได้ถ้ามันผิด

เพราะ คสช.ไม่ต้องการ 50 ส.ว.นี้มาตั้งแต่ต้น เราก็ไปโทษไม่ได้ เพราะคำถามพ่วงผ่านประชามติไปแล้ว

สุดท้าย กมธ.จะปรับแก้ไขอย่างไร สนช.ยังยืนยันว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งในหลักการสมัคร ส.ว.ได้ 2 ช่องทาง การเลือกแบบตรงและยุบรวมจำนวน 20 กลุ่มอาชีพเหลือ 10 กลุ่มอาชีพ

เรายังเคยคุยกับเพื่อน กรธ.ในการประชุมคณะใหญ่ว่า ผมต้องยืนหลักนี้ เพราะเห็นว่าการปฏิรูปประเทศในช่วง 5 ปีแรกสำคัญมาก ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นอีกก็ไม่รู้ว่าบ้านเมืองจะไปรอดหรือไม่ เราต้องช่วยกันให้ผ่านไปให้ได้ เพื่อลูกหลานของเรา

กมธ.จะพิจารณาประเด็นเหล่านี้ว่าจะปรับแก้ไขอย่างไรได้บ้าง นายสมชาย บอกว่า อันนี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเล็ก

“วันนี้ สนช.จึงไม่มีเหตุผลจะต้องคว่ำกฎหมายลูก 2 ฉบับ

สนช.ไม่เคยตั้งธงว่าจะคว่ำและไม่มีใบสั่งจากใคร

ส่วนตัวให้คะแนนถึง 99 เปอร์เซ็นต์จะไม่มีการคว่ำ

ในทุกเรื่องเรายืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้

เกิดอุบัติเหตุได้หรือไม่ มันเกิดได้ แต่โอกาสน้อยมาก”

สมมติว่า กกต.-กรธ.-สนช.ปรับร่าง แล้วผมเห็นด้วยกับการปรับร่างกฎหมาย ส.ส.หรือร่างกฎหมาย ส.ว. แล้วที่ประชุม สนช.อภิปรายไม่เห็นด้วย และถามว่ามีสิทธิอะไรไปปรับแก้

ในที่ประชุมโหวตมี “มติไม่เห็นชอบ” ด้วยเสียงเกิน 2 ใน 3 ให้ “ร่างเป็นอันตกไป”

แบบนี้ กมธ.จะต้องรับผิดชอบ เพราะ สนช.ไม่เอาด้วย

แต่ถ้า กมธ.มีมติตามร่างที่ผ่านจาก สนช. แล้ว สนช.คว่ำร่างกฎหมาย สนช.ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ

เปรียบเหมือนเป็นหมาป่ากับลูกแกะ ซึ่ง กรธ.ไม่ได้ทำผิดแล้วยังไปลงมติคว่ำ

สนช.สมควรโดนไล่ ชาวบ้านมาปิดล้อมสภา

ฉนั้นขอยืนยันร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับ โอกาสเกิดอุบัติเหตุมีน้อยมาก.

ทีมการเมือง

เปิดฉากขึ้นแล้ววันนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 18 ก.พ. 2561 11:47 ไทยรัฐ