วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค (ตอนที่ 4)

การบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างของหน่วยงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมี 3 หน่วยงานที่แยกกันอยู่ ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรคและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

การแบ่งแยกงานที่ไม่ควรแยกออกจากกันก่อให้เกิดปัญหาการทำงานมากมาย เช่น ห้องปฏิบัติการไม่ยอมแจ้งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการให้หน่วยงานที่ทำงานด้านการป้องกันโรคทราบ การประสานงานของหน่วยงานระหว่างกรมที่มีความล่าช้าและซับซ้อน การปฏิเสธงานที่มีความเสี่ยงสูงของหน่วยงานมีความรับผิดชอบโดยตรง เป็นต้น การปรับโครงสร้างภายในของหน่วยงานเป็นไปได้ยากและต้องใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนาน เนื่องจากต้องได้รับการอนุมัติจาก กพร. การผลิตบัณฑิตเพื่อเข้ามาทำงานในระบบงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ การพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรต่อเนื่องนับเป็นประเด็นที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากการดำเนินงานด้านการป้องกันควบคุมโรคมีหลายหน่วยงานร่วมดำเนินการ การสร้างความเชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องมี competency mapping ที่ชัดเจน และต้องอาศัยการประสานความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาความเชี่ยวชาญต่อเนื่องในระดับนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาความเชี่ยวชาญจากการปฏิบัติงาน/การสอนงาน/การเรียนรู้งานจากผู้เชี่ยวชาญเป็นมาตรการหลัก การบริหารการกระจายบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้เหมาะสมกับปริมาณและความเสี่ยงเป็นประเด็นที่ต้องทบทวนและจัดทำแผนให้ชัดเจน

การพัฒนากำลังคนด้านระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนากำลังคนด้านระบาดวิทยาภาคสนามของประเทศให้ได้ตามมาตรฐานสากล นั่นคือมีนักระบาดวิทยาภาคสนามระดับเชี่ยวชาญอย่างน้อย 1 คน ต่อจำนวนประชากร 200,000 คน ซึ่งตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ประเทศไทยยังคงจำเป็นต้องผลิตนักระบาดวิทยาภาคระดับเชี่ยวชาญอีกไม่น้อยกว่า 252 คน ใน 20 ปีข้างหน้า

นอกจากนักระบาดวิทยาภาคสนามระดับเชี่ยวชาญแล้ว ประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีนักระบาดวิทยาในระดับกลางและระดับพื้นฐานอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน

การบริหารจัดการให้บุคลากรในสาขาขาดแคลนพิเศษ ควรให้ความสำคัญกับแรงจูงใจและค่าตอบแทนที่เหมาะสม ควรพิจารณาค่าเสี่ยงภัยและเงินเยียวยาในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันควบคุมโรคประสบเหตุติดเชื้อ หรือประสบภัยในขณะปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสม

ภายใต้หลักการระบบบริการสุขภาพแบบบูรณาการ โรงพยาบาลซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในด้านการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กลับมีบุคลากรไม่เพียงพอที่จะให้บริการด้านการรักษา จึงไม่มีการจัดสรรทรัพยากรมาให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค นอกจากนี้ บุคลากรที่จะมาทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคจำเป็นต้องมีสมรรถนะ (competency) ที่เหมาะสมด้วยจึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ ตราบใดที่คนในหน่วยบริการยังไม่เพียงพอ คงจะเป็นการยากที่จะมีการจัดสรรบุคลากรมาทำงานให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างเต็มที่ในหน่วยบริการด้านสุขภาพ

ห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน หน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านการเฝ้าระวังโรคจะต้องทำงานประสานกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด ต้องสามารถบริหารจัดการเครือข่ายห้องปฏิบัติการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ประเทศสามารถพัฒนาสมรรถนะด้านการตรวจวินิจฉัยโรคติดต่ออันตรายใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และได้มาตรฐานตามหลักการชีวนิรภัยและความมั่นคงทางชีวภาพ (biosafety and biosecurity) สามารถประสานความร่วมมือการดำเนินงานทั้งในส่วนของห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขและในสัตว์ เพื่อให้สามารถเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การคาดการณ์ (prediction) การเกิดโรคและแนวโน้มการกลายพันธุ์ในอนาคตมีความแม่นยำมากขึ้น

ในการพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเฝ้าระวัง สอบสวนควบคุมโรคเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นความสัมพันธ์ในเชิงพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการสอบสวนควบคุมโรคจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างเพื่อให้ห้องปฏิบัติการสาธารณสุขได้ทำการตรวจ เป็นการพัฒนาสมรรถนะของห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขโดยตรง ในขณะที่หน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวนควบคุมโรคจะได้ข้อมูลสำคัญเพื่อใช้ในการตัดสินใจ ในปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านห้องปฏิบัติการสาธารณสุขที่สำคัญประกอบด้วย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเป็นหลัก ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลศูนย์มักจะยังสามารถตรวจวินิจฉัยโรคติดต่อได้ค่อนข้างจำกัด

ความท้าทายที่สำคัญในการพัฒนาสมรรถนะของประเทศในด้านห้องปฏิบัติการสาธารณสุข มีดังนี้ คือการพัฒนากลไกระดับประเทศที่จะประสานให้เกิดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบและเครือข่ายห้องปฏิบัติการสาธารณสุขเพื่อการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาพรวมระดับประเทศ โดยนำศักยภาพของหน่วยงานนอกกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาพิจารณาในการทำแผนดังกล่าวด้วย

รวมถึงกลไกในการขับเคลื่อนแผนงานดังกล่าวให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงผลการตรวจวินิจฉัยของห้องปฏิบัติการทางสาธารณสุขเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังและระบบตระหนักรู้สถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งการพัฒนาสมรรถนะในการประมวลผลเพื่อการตัดสินใจให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ห้องปฏิบัติการสาธารณสุขควรเตรียมแผนสำรอง หรือแผนรองรับสถานการณ์สำหรับการตรวจวินิจฉัยในสถานการณ์การระบาดขนาดใหญ่ที่จะมีจำนวนตัวอย่างส่งเข้ามาเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยปัญหาใดปัญหาหนึ่งเป็นจำนวนมาก.

ภาพรวมการปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค (ตอน 1)

การปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค (ตอนที่ 2)

การปฏิรูปประเทศ ด้านการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค (ตอนที่ 3)

หมอดื้อ

การบริหารจัดการกำลังคนและโครงสร้างของหน่วยงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมี 3 หน่วยงานที่แยกกันอยู่ ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรคและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์... 17 ก.พ. 2561 14:53 17 ก.พ. 2561 14:56 ไทยรัฐ