วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาค 3 ผุดโครงการ "ประชารัฐร่วมใจ" ต้านภัยยาเสพติด (ปักกลด)

ภาพเหตุการณ์คนเมายาเสพติดคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอเด็ก และเหตุสลดลูกติดยาทำร้ายพ่อแม่ขอเงินไปซื้อยามาเสพ ยังตามหลอกหลอนสังคมไทย เพราะปัญหายาเสพติดยังแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะระดับหมู่บ้าน ชุมชน แม้ตำรวจจะจับกุมอย่างหนัก แต่คนที่ติดยาเสพติดในชุมชนยังคงมีอยู่มาก และยาเสพติดยังหาซื้อได้ง่ายในชุมชน

เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยให้ความสำคัญ หาทางแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่ใช่แค่เพียงในชุมชนแออัดตามเมืองหลวง เมืองที่เจริญ แต่ยาเสพติดได้ลุกลามไปทั่วหมู่บ้านตามชุมชน หมู่บ้านชนบท ต่างจังหวัดต่างหวาดกลัวการแพร่ระบาดเข้ามาของยาเสพติด และห่วงลูกหลานเข้าไปติดยาเสพติด

พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ใน 8 จังหวัดอีสานใต้ เป็นพื้นที่สำคัญ เป็นทั้งเส้นทางลำเลียงผ่านตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง เส้นทางผ่านก่อนถึงพื้นที่ชั้นใน กทม. หรือปัญหาคนในชุมชนที่เริ่มติดยามากขึ้น พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 ร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจปัญหาต่อเนื่อง สัมผัสชาวบ้านในหมู่บ้าน ชุมชน จนเกิดแนว ความคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้ยาเสพติดในระดับหมู่บ้านหรือชุมชนลดลงหรือหมดไป ให้เด็กและเยาวชนไม่ต้องตกเป็นทาส ยาเสพติด

จากสถิติการจับกุมช่วงตุลาคมจนถึงมกราคม 2561 ตำรวจภูธรภาค 3 จับได้ถึง 12,517 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน จับได้ 8,333 ราย จับเพิ่มขึ้นถึง 4,184 ราย หรือเพิ่มร้อยละ 50.21 ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า ปัญหายาเสพติดยังไม่หมดไป และยังไม่ได้รับการแก้ไขแบบบูรณาการอย่าง ยั่งยืน

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ลงพื้นที่ดูงานโครงการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของ สถานีตำรวจบ่อวิน ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการที่ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร อดีต ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ริเริ่มทำแล้วได้ผล ให้ตำรวจไป “ปักกลด” ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ช่วยแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนได้อย่างจริงจัง

จึงนำโครงการมาปรับใช้ นำหลักการ Community Policing มาประยุกต์ใช้กับนโยบายรัฐบาล ภายใต้ โครงการประชารัฐ และนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ดึงเอาชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ชุมชนเข้มแข็งด้วยตนเอง ตำรวจจะเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำ ช่วยแก้ปัญหา

ผุดโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด หรือโครงการปักกลด” ระยะเริ่มแรก ให้ตำรวจทุกโรงพักในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 คัดเลือกพื้นที่ชุมชนของตนเองที่มีปัญหายาเสพติดระดับรุนแรงมากที่สุด แล้วนำมาวิเคราะห์ วางแผนในการแก้ไขปัญหา สถานีตำรวจละ 1 หมู่บ้าน รวม 8 จังหวัด รวมทั้งหมด 236 หมู่บ้าน

โรงพักส่งตำรวจ 4 นาย บูรณาการกับฝ่ายปกครอง ทหาร สาธารณสุข และท้องถิ่น ที่เข้าเสริมการทำงานลงในพื้นที่เข้าไปฝังตัวอยู่ในชุมชนไม่น้อยกว่า 30 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง และพักอาศัยอยู่ที่วัดหรือศาลาประชาคมในหมู่บ้าน สร้างความ สนิทสนมคุ้นเคย มาช่วยแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนด้วยความจริงใจ จะต้องทำให้ชาวบ้านไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ได้ข้อมูลและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน

ตำรวจทั้ง 4 นาย เดินเคาะบ้าน ลงไปพูดคุยกับชาวบ้าน โดยเฉพาะหลังที่มีปัญหายาเสพติด ต้องเข้าไปช่วยแก้ไข คอยเป็นพี่เลี้ยง ค้นหาผู้ติดยาเสพติด และส่งเข้าศูนย์คัดกรองเพื่อบำบัดฟื้นฟู หาข้อมูลผู้ค้า และปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด โดยรายงานหัวหน้าโรงพักพิจารณาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสนับสนุนภารกิจ ไปให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและกฎหมายเบื้องต้นแก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน

ร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ประเมินผลร่วมกันว่าชุมชนมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด กลายเป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติดหรือไม่ ชาวบ้านให้ความร่วมมือในการปกป้องหมู่บ้านหรือชุมชนอาชญากรรมและยาเสพติดลดลงหรือไม่ หากประเมินไม่ผ่าน จะต้องลงพื้นที่แก้ไขใหม่

หากประเมินผ่าน จะมอบพื้นที่ชุมชนเข้มแข็งให้ชาวบ้านดูแลกันเอง ให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน มีช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างตำรวจกับประชาชน ก่อนที่ตำรวจจะขยายโครงการไปปักกลดที่ชุมชนอื่นจนครบเป้าหมาย

โครงการนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นเบี้ยเลี้ยงให้ผู้ปฏิบัติวันละ 100 บาทต่อคน รวมประมาณ 15,000 บาท ต่อชุมชนต่อเดือน

ผบช.ภ.3 สั่งให้ ผบก.และ ผกก.ในพื้นที่ลงพื้นที่ควบคุมดูแลด้วยตนเอง ไม่ปล่อยให้ลูกน้องทำคนเดียว โดยจะลงพื้นที่สุ่มตรวจการทำงานต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิผล ทุกโรงพักจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง

เป็นอีกความร่วมมือในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่มุ่งเน้นผลการปฏิบัติ การประเมินผลความพึงพอใจของประชาชน ชาวบ้านในพื้นที่ ไม่ใช่ลงพื้นที่ไปแค่ถ่ายภาพรายงานนาย แต่ลูกหลานยังติดยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ตำรวจจะต้องทำงานจริงจัง เพื่อให้ลูกหลานก้าวผ่านปัญหายาเสพติด ยืนหยัดด้วยตนเอง เป็นครอบครัว ชุมชนเข้มแข็ง เรียกได้ว่า แก้ให้ตรงจุด คันให้ถูกที่ ที่ไหนมีปัญหายาเสพติดรุนแรง เข้าพื้นที่ก่อน ผ่านแนวทางประชารัฐของรัฐบาล การมีส่วนร่วมของชุมชน

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 จะทำควบคู่กันทั้งการจับกุมปราบปรามตามแนวพื้นที่ชายแดน เส้นทางลำเลียงสำคัญ และการป้องกันยาเสพติดในระดับชุมชน ครอบครัว นำหลักการแนวคิดประชารัฐของรัฐบาล แนวทางการมีส่วนร่วม ในการป้องกันอาชญากรรมของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และหลักการ Community Policing มาปรับใช้ ให้ตำรวจไปฝังตัวร่วมแก้ปัญหายาเสพติดกับชาวบ้าน ให้แต่ละโรงพักคัดเลือกพื้นที่ปัญหายาเสพติดรุนแรงต้องเข้าดำเนินการก่อน แล้วส่งตำรวจเข้าไปแก้ ตำรวจที่เข้าไปฝังตัวต้องทำจนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้ จึงเรียกโครงการนี้อีกอย่างว่า “โครงการปักกลด” หมายถึง จะอยู่ช่วยเหลือให้ชุมชนเข้มแข็งจนกว่าปัญหายาเสพติดลดลง หรือหมดไป แล้วส่งมอบให้ชุมชนดูแลกันเอง ก่อนจะขยายไปชุมชนอื่นๆ จนครบชุมชนที่มีปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละจังหวัด”

“ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องลงพื้นที่ไปดูโครงการ มีการประเมินผลทั้งระดับสถานีจนถึงระดับภาค และที่สำคัญที่สุด คือ การประเมินความพึงพอใจของชุมชน ครอบครัว การติดยาของลูกหลานหมดไปหรือลดลงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าหมู่บ้านที่ประเมินผ่านโครงการแต่ลูกหลานยังติดยากันเต็ม ตำรวจไม่ทำเต็มที่ แบบนี้ไม่ได้ เราจะทำจนกว่าชุมชนนั้นๆจะเข้มแข็งด้วยตนเอง โดยให้ตำรวจคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับผลการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่ และจะทำต่อเนื่องคู่ขนานกับการปราบปรามยาเสพติด มาตรการสกัดกั้นการลำเลียง การจับกุมขยายผลถึงตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้อยู่เบื้องหลังทุกราย นำมาตรการยึดทรัพย์มาบังคับใช้แก่ผู้ทำผิดอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของ ผบ.ตร.และรัฐบาล”

ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดี “ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด หรือโครงการปักกลด” ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน คนในชุมชน แก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับตำรวจที่ลงไปคลุกคลีใช้ชีวิตแก้ไขปัญหาร่วมกับชาวบ้าน ทำกันจริงจัง ลงพื้นที่แก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบให้ยั่งยืน เป็นชุมชนเข้มแข็งปลอดยาเสพติด

สร้างความอุ่นใจให้ชาวบ้านพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 อีสานใต้.

ทีมข่าวอาชญากรรม

ภาพเหตุการณ์คนเมายาเสพติดคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอเด็ก และเหตุสลดลูกติดยาทำร้ายพ่อแม่ขอเงินไปซื้อยามาเสพ ยังตามหลอกหลอนสังคมไทย เพราะปัญหายาเสพติดยังแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะระดับหมู่บ้าน ชุมชน แม้ตำรวจจะจับกุมอย่างหนัก... 17 ก.พ. 2561 14:36 17 ก.พ. 2561 14:37 ไทยรัฐ