วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชงฟันผิดวินัยซี9 รองปลัดยธ.ตั้งแท่น สอบ‘คนดีเอสไอ’ฉาว

ชงฟันผิดวินัยซี9 รองปลัดยธ.ตั้งแท่น สอบ‘คนดีเอสไอ’ฉาว

  • Share:

ถูกเหยื่อร้อง‘ขยี้กาม’

สาวเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ร้องกองปราบปราม หลังถูก จนท.ซี 9 ดีเอสไอ ใช้ปืนบังคับข่มขืน ถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ เรียกเงิน 2 ล้านบาท หลังแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี แต่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้องส่งให้อัยการ ส่วนกระทรวงยุติธรรม รองปลัดธวัชชัยแจง สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ต้องนำผลคดีอาญามาประกอบการพิจารณาทำความจริงให้ปรากฏและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเผย ปลัดกระทรวงแต่งตั้งกรรมการสอบตั้งแต่ 6 ก.พ.61 สอบเสร็จใน 180 วัน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ดีเอสไอออก แถลงการณ์ ส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณา รอผลคดีอาญาที่ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาเองที่ศาลจังหวัดพัทยาและร้องกองปราบมาประกอบผลการพิจารณาด้วย ญาติผู้เสียหายสบายใจขึ้นหลังกองปราบฯรับทำคดี เรียกร้องความเป็นธรรมให้หลานสาว ที่ผ่านมาศาลชั้นต้น-อุทธรณ์ตัดสินหลานมีความผิดชู้สาวเสียหายต่อชื่อเสียง กัดฟันสู้รวบรวมหลักฐานฟ้องศาลฎีกาต่อ

จากกรณีสาวเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ร้องกองปราบปรามหลังถูก จนท.ซี 9 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้ปืนบังคับข่มขืน ถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ เรียกเงิน 2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.พ. นายเทพ (นามสมมติ) ญาติผู้เสียหาย ระบุว่า หลังหลานสาวให้ปากคำกับ พงส.กองปราบปราม พร้อมมอบหลักฐานไปแล้ว ทราบว่าจะเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำ คู่กรณีได้ฟ้องหลานตน ข้อหาชู้สาวทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าหลานสาวตนมีความผิดจริง พวกเราจะรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องต่อศาลในชั้นฎีกาเพิ่มเติม มีกำลังใจขึ้นหลังดีเอสไอออกมายืนยันเรื่องไม่เงียบส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หวังว่าตำรวจกองปราบจะช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับหลานตน

ต่อมาเวลา 11.00 น. คณะโฆษกดีเอสไอออกแถลงการณ์ชี้แจง ระบุว่า สาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังกล่าวเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อดีเอสไอเมื่อ ก.พ.60 ผู้ถูกร้องเรียนเป็นข้าราชการระดับ 9 (เชี่ยวชาญ) การพิจารณาดำเนินการทางวินัย จึงอยู่ในอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอได้รายงานไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรม มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เมื่อเดือน เม.ย.60 เดือน ก.พ.61 กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการรายดังกล่าว อยู่ระหว่างสอบสวนของคณะกรรมการ ส่วนผู้เสียหายได้ไปใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาเองที่ศาลจังหวัดพัทยา และขอความเป็นธรรมที่กองปราบปราม เป็นส่วนของคดีอาญาที่สามารถทำได้ ซึ่งการสอบสวนในส่วนของความผิดทางวินัยเรื่องนี้ ต้องนำผลของคดีอาญามาประกอบการพิจารณาด้วย ต้องทำความจริงให้ปรากฏและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อมีความคืบหน้าของผลการสอบสวนทางวินัยเป็นประการใดแล้ว ดีเอสไอจะแจ้งผลให้สาธารณชนทราบต่อไป

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า ดีเอสไอได้รายงานมายังปลัดกระทรวงยุติธรรม ก่อนปลัดกระทรวงยุติธรรมออกคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.61 และผู้ถูกกล่าวหาลงนามรับทราบคำสั่งวันที่ 9 ก.พ.2561 ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ถูกกล่าวหา จะเริ่มประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า หากมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนหรือประเด็นข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กระบวนการสอบสวนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด

“การสอบวินัยร้ายแรง มิได้เกี่ยวข้องกับการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการทำคู่ขนานกันไป หากผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นการกระทำความผิดจริง โทษวินัยร้ายแรงมี 2 สถานคือ ปลดออก โดยได้รับบำเหน็จบำนาญเสมือนผู้นั้นลาออกจากราชการ หรือไล่ออก ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ แต่ถ้าหากผู้ถูกกล่าวหาต้องคำพิพากษาให้จำคุกก็จะต้องไล่ออกสถานเดียว การลงโทษเพียงแค่ตัดเงินเดือนตามประเด็นข่าวจึงไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริงอย่างไรก็ตามกระทรวงยุติธรรมก็จำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องด้วยเช่นกัน และขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการภายใต้กรอบเวลาของกฎหมาย” นายธวัชชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีที่เป็น จนท.ดีเอสไอกับ พงส.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับขู่เข็ญข่มขืนใจ เบื้องต้นตำรวจสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้อง ส่งให้อัยการ อยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ

ต่อมาหญิงผู้เสียหายได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอง ต่อศาลจังหวัดพัทยา ฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยมีและใช้อาวุธปืน ตาม ป.อาญา มาตรา 276 คำฟ้อง ใจความว่า เมื่อเดือน พ.ย.58 โจทก์รู้จักจำเลยที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ มีเพื่อนในกลุ่มปฏิบัติธรรมแนะนำ จากนั้นก็เข้ากลุ่มเฟซบุ๊กและแอพพลิเคชั่นไลน์ พร้อมชวนกันไปทำบุญที่วัดละหารไร่ จ.ระยอง จำเลยอ้างว่าจะนำพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเครื่องบูชาต่างๆมาให้ดู นัดแนะกันไปพบที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บริเวณถนนสุขุมวิท จากพัทยามุ่งหน้าสัตหีบ เมื่อจำเลยขับรถโตโยต้าเฟอร์จูนเนอร์มาถึงที่นัดหมาย ทำทีว่าหลงทาง และมีเวลาเหลือจะพาไปสวดมนต์สะเดาะเคราะห์ ขอให้โจทก์พาไปทำพิธีที่คอนโดของโจทก์ที่หาดจอมเทียน พัทยา เมื่อไปถึงจำเลยได้กอดปล้ำกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่โดยโจทก์ไม่ยินยอม นอกจากนี้ ยังใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปขณะร่วมเพศไว้ด้วย เนื่องจากโจทก์กลัวที่จำเลยมีอาวุธปืนติดตัวมา

หลังจากเกิดเหตุ จำเลยไลน์มาหาโจทก์เรียก โจทก์ว่าเมีย และข่มขู่ว่าหากไม่ยอมให้ร่วมประเวณีจะเผยแพร่คลิป ทำให้โจทก์ต้องตกเป็นหญิงที่สนองความใคร่จำเลยตลอดมา การกระทำของจำเลยเป็นการข่มขืนโดยมีอาวุธปืน โจทก์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 5 มี.ค.2561 เวลา 13.00 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้