วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

15 วันรู้ผล สอบ ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่งขอนแก่นโกงเงิน ชี้หากผิดโทษถึงไล่ออก

อธิบดี พส.ลั่น 15 วันรู้ผลสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น และพวก อมเงินคนยากไร้ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบความผิดทางละเมิด พิสูจน์มูลค่าความเสียหาย ขณะเดียวกัน ตั้งรองอธิบดี พส. รุกสอบที่เชียงใหม่แล้ว แจงความผิดที่เกิดเป็นเรื่องส่วนบุคคล “บิ๊กโย่ง” มอบผู้ตรวจ พม. ลงพื้นที่ลุยตรวจทุกศูนย์ เบื้องต้น เล็ง 6 ศูนย์ฯ ที่ได้รับงบฯ เกิน 5 ล้านต่อปี

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กล่าวแถลงข่าว ชี้แจงกรณีการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องที่พบมีมูลทุจริต จำนวน 4 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการศูนย์ฯ หัวหน้าฝ่ายจัดสวัสดิการสังคม และเจ้าหน้าที่ 2 ราย จะทราบผลเบื้องต้นภายใน 15 วัน ซึ่งตามระเบียบราชการโทษสูงสุดคือ ไล่ออก

ขณะเดียวกัน พส.ก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิด ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะสอบเชิงลึก ที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมูลค่าความเสียหาย กรณี ป.ป.ท.ยังพบความไม่ชอบมาพากลของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดเชียงใหม่อีกแห่ง ได้แต่งตั้งรองอธิบดี พส.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อวันที่ 15 ก.พ. โดยกำชับให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ขณะเดียวกัน ทราบว่า ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจังหวัดสมุทรสงคราม วันที่ 16 ก.พ. เท่าที่ประสานเบื้องต้นยังไม่พบรายงานการทุจริต อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้น พส.ได้ตั้งคณะทำงานอีกกว่า 10 ทีม ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั้งหมด โดยที่เร่งด่วนคือ 6 ศูนย์ที่ได้รับงบประมาณเกิน 5 ล้านบาทต่อปี ประกอบด้วย เชียงใหม่ ขอนแก่น พัทลุง สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และ ยะลา

นอกจากนี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. ได้มีข้อสั่งการให้ผู้ตรวจราชการ พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสาน ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ สตง.เข้าร่วมตรวจสอบ หากพบมูลความผิดให้เร่งดำเนินการตามระเบียบราชการให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 28 ก.พ. 2561

ผู้สื่อข่าวถามถึง การเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์มีช่องโหว่ทำให้เกิดการทุจริตหรือไม่ นางนภา กล่าวว่า กระบวนการเบิกจ่ายมีมาตรการและมาตรฐานชัดเจน เมื่อเกิดเคส หรือมีใครแจ้งความความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ จะลงไปประเมินสถานะปัญหาความต้องการ จากนั้นนำกลับมาวิเคราะห์ประเมินการช่วยเหลือ ซึ่งมีวงเงินไม่เกินรายละ 3,000 บาท เบิกจ่ายไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี โดยขออนุมัติเบิกจ่ายจากผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งการจ่ายเงินจะมีพยานรับทราบตอนรับและเซ็นรับ

ขณะเดียวกันศูนย์ฯ จะต้องติดตามตรวจสอบภายหลังอีกครั้ง ขณะที่ส่วนกลางจะมีการสุ่มตรวจเช่นกัน ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ฯ จังหวัดขอนแก่น เป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เท่าที่ทราบ ผอ.คนดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งมาปีเศษ ส่วนจะมีการสอบผลย้อนหลังหรือไม่ ขณะนี้ขอเร่งให้ได้ข้อสรุปตามข้อร้องเรียนที่เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณของปี 2560 ก่อน จากนั้นจะดูข้อมูลว่ามีการเชื่อมโยงความผิดไปถึงปีงบประมาณก่อนหน้าหรือไม่

สำหรับการจัดสรรงบประมาณเงินสงเคราะห์ของแต่ละศูนย์ที่แตกต่างกัน จะพิจารณาจากจำนวน อบต. จำนวนประชากรในจังหวัด เส้นความยากจน สภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในจังหวัด กรณีที่บางแห่งมีความต้องการมากกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ก็สามารถส่งเรื่องของบเพิ่มมายังกรม แต่หากงบเหลือก็จะเกลี่ยไปยังพื้นที่ที่เดือดร้อน

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีภาคประชาสังคมเรียกร้องให้อธิบดี พส. รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น นางนภา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งอธิบดี พส. โดยช่วงนั้นตนเป็นรองปลัด พม. ดังนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แต่ในปีต่อไปจะต้องทำงานให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อปิดความเสี่ยงที่จะเกิด และเดินหน้าการทำงานให้เข้มงวดมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า สตง.ส่งหนังสือกรณีศูนย์ฯ ขอนแก่น มาตั้งแต่กลางปี 2560 ดูเหมือนมีความล่าช้าในการตรวจสอบหรือไม่ นางนภา กล่าวว่า ขณะนั้นตนยังเป็นรองปลัดกระทรวง แต่ผู้บริหารที่ผ่านมาก็ไม่ได้นิ่งเฉย เพราะปลัด พม.คนเก่าได้สั่งให้รองปลัด พม.ในขณะนั้นท่านหนึ่งเป็นคนตรวจสอบ ซึ่งเอกสารนั้นมีจำนวนมาก แต่ก็สามารถตรวจสอบได้ระดับหนึ่ง และได้ส่งมาให้ พส. ช่วงที่ตนมารับตำแหน่งแล้ว ทั้งนี้ในฐานะอธิบดี พส. ตนไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ ดังนั้น ต้องสอบให้ได้ผลที่ชัดเจนเพื่อลงโทษคนทำความผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น สตง.ได้มีหนังสือด่วนลับมากที่ ตผ.0039/643 ลงวันที่ 30 มิ.ย. 60 แจ้งเรื่องการบริหารเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ต่อ รมว.พม. จากนั้น สป.พม. มีหนังสือลับมากที่ พม.0202/1318 ลงวันที่ 30 ต.ค. 2560 ส่งเรื่องให้ พส.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และให้รายงาน รมว.พม. และ สตง.ทราบ

ทั้งนี้ หนังสือที่ สตง.ส่งมาเป็นช่วงที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ดำรงตำแหน่งเป็น รมว.พม. โดยมี นายไมตรี อินทุสุต เป็นปลัด พม. และ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ เป็นอธิบดี พส. ก่อนที่นายไมตรีจะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย. 60 และแต่งตั้ง นายพุฒิพัฒน์ เป็นปลัด พม. และ นางนภา เป็นอธิบดี พส.ในขณะนี้

ด้าน นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เท่าที่ติดตาม รมว.พม. ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบเข้มทุกศูนย์ทั่วประเทศ ขณะนี้เรื่องเดินหน้าอยู่ตลอด ก็ต้องเชื่อมั่นในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ และไม่เชื่อว่าจะเกิดมวยล้ม รับรองว่าคนที่ทำความผิดรอดยาก จึงไม่ต้องกังวล เรื่องนี้สามารถจัดการได้ง่ายกว่าคดียิงเสือในป่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดไม่ใช่คนมีอิทธิพล

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น พม.ต้องมีการสั่งรื้อ และตรวจสอบระบบทั้งหมดอยู่แล้ว และที่ตนทราบคือ รมว.พม.ได้สั่งการให้ดูระบบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการจ่ายเงินช่วยเหลือคนจน แต่ครอบคลุมไปทุกส่วน ทั้งนี้ หลายคนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำลายภาพลักษณ์กระทรวงสายบุญไปพอสมควร ถ้าอยากกู้ภาพลักษณ์กลับคืนมาขอแนะนำว่า พล.อ.อนันตพร จะต้องกวาดล้างคนทุจริตให้สะอาด และวางระบบให้ถูกต้องสามารถตรวจสอบ และปกครองได้ และส่งเสริมเจ้าหน้าที่ของกระทรวงที่ทำงานดี เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ส่วนที่ทุจริตก็ให้ดำเนินการไป.

อธิบดี พส.ลั่น 15 วันรู้ผลสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น และพวก อมเงินคนยากไร้ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบความผิดทางละเมิด พิสูจน์มูลค่าความเสียหาย 16 ก.พ. 2561 20:03 16 ก.พ. 2561 20:43 ไทยรัฐ