วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ ปลื้มอาคันตุกะหลายชาติเยือนไทย ลั่นหนุนประชาธิปไตย ตามโรดแม็ป

นายกฯ ปลื้มอาคันตุกะหลายชาติเยือนไทย ลั่นหนุนประชาธิปไตย ตามโรดแม็ป

  • Share:

นายกฯ ชี้อาคันตุกะต่างชาติเยือนไทย นัยสำคัญภาพลักษณ์ไทยในสายตาชาวโลก ได้รับการยอมรับมากขึ้น สะท้อนรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา หนุนสู่ ปชต.ตามโรดแม็ป บนหลักคิดไทยนิยมไม่ทิ้งหลักสากล ลั่นอย่ายอมให้ใครมาทำให้แตกแยก ไม่ลืมเลือนประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยันว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะจากหลายประเทศ และได้มีโอกาสพบปะสร้างความเข้าใจ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นคุยกันเรื่องวิสัยทัศน์และนโยบายกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี นับเป็นรายแรกของสหภาพยุโรปที่เดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ หลังสหภาพยุโรปได้มีมติกลับมาติดต่อทางการเมืองกับไทยในทุกระดับ

โดยได้ส่งสัญญาณทางการเมืองที่ต้องการรื้อฟื้นและกระชับความสัมพันธ์ ในระดับรัฐบาลกับไทยให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ชื่นชมการดำเนินการตามแผนของรัฐบาล ขณะที่ รมว.ต่างประเทศ สหราชอาณาจักรยังชื่นชมไทย ที่ได้รับการปรับสถานะเป็นประเทศที่น่าลงทุนดีขึ้นแบบก้าวกระโดด มาอยู่อันดับที่ 26 ทั้งยังเชื่อมั่นในพัฒนาการทางประชาธิปไตยของไทยและสนับสนุน กระบวนการไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ที่ยั่งยืนของไทยตามโรดแม็ปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยินดีสนับสนุนการพัฒนาโครงการอีอีซี ฝรั่งเศสยังสนใจในการเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสมาร์ทซิตี้ และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน รวมทั้งโครงการก่อสร้างต่างๆ ของกรุงเทพฯ ช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี สะท้อนการเดินทางมาในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น มีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยของเรา ในสายตาประชาคมโลก ได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศประชาธิปไตยต่างๆ ที่สำคัญๆ ของโลก ได้เข้าใจและเห็นความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา และเดินหน้าสู่การปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อีกทั้งได้รายงานผลการสำรวจการเปิดเผยงบประมาณ หรือ "ดัชนีการเปิดเผยงบประมาณ" (โอบีไอ) ของรอบปี 2017 ไทยได้รับการประเมินสูงขึ้น มีคะแนนเพิ่ม 14 คะแนน ทำให้อันดับดีขึ้น 28 อันดับ จากปี 2015 ที่เขาให้ความสำคัญกับ 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. ความโปร่งใสทาง 2. การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกระบวนการงบประมาณ และ 3. การมีสถาบันติดตามตรวจสอบที่เข้มแข็ง จากทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ของสถาบัน ไอเอ็มดีที่หวังว่าจะช่วยให้การประเมินในรอบถัดไปเพิ่มสูงขึ้น จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาชาวโลกด้วยเช่นกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เราจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สิ่งดีๆ เหล่านั้นยังคงอยู่คู่สังคมไทยในระยะยาว หรือต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักคิด “ไทยนิยม” ที่นอกจากจะคิดในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ยังต้องคิดอย่างมีเหตุมีผลอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของคนไทย สังคมไทย ให้เป็นไปตามครรลองของไทย โดยไม่ทิ้งหลักการสากล มุ่งไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นภาพลักษณ์ของประเทศและการจัดอันดับต่างๆ นั้น หลายท่านอาจจะมองว่าเป็นเรื่องภายนอก เป็นเรื่องของเปลือกนอกที่ไม่ได้จำเป็นมากนัก แต่ขอเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญในการสร้างความมั่นใจ ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านการเมือง ด้านสังคม การค้า และการลงทุนในต่างแดนที่มีมูลค่ามหาศาล ประเทศยังมีโอกาสอีกมากที่เปิดกว้างรองรับการลงทุนรองรับผลประโยชน์ที่จะซึมซับและแตกแขนงไปสู่ทุกระดับอย่างทั่วถึง

สำคัญที่สุดคือการพัฒนาคน โดยที่คนไทยทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็น "คนไทย 4.0" เพราะมันเป็นไปไม่ได้ เคยพูดไว้นานแล้ว เราเป็น 4.0 คือเรียนรู้ เข้าใจ และอยู่กับสังคมอยู่กับสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันให้ได้ นั่นคือ 4.0 แล้ว เพราะว่าคนในสังคมเหมือนต้นไม้ในป่าที่จะต้องมีหลากหลายนานาพรรณ ต่างต้นต่างประเภท ก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลวันวาเลนไทน์ ทำให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมาช้านาน เป็นอีกไทยนิยมที่รักความสงบ การท่องเที่ยวก็เป็นอีกวิถีชีวิตของคนไทย โชคดีที่เรารวยทรัพยากรธรรมชาติ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคตของประเทศ ต้องช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมให้บริสุทธิ์ ปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนให้สะอาด และยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่นให้ประทับใจ

อย่างวันก่อนได้ไปเยือนงานอุ่นไอรัก ก็มีความสุข มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ชื่นชมในความมีเอกลักษณ์ของไทย เราเป็นคนในยุคปัจจุบัน อย่าลืมเลือนประวัติศาสตร์ สถาบันมีพระมหากรุณาธิคุณกับประเทศไทยเสมอมา ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องระลึกถึงอยู่เสมอ เห็นรอยยิ้มของทุกคนทำมีความสุข สังคมไทยเป็นสังคมที่อบอุ่นมีรอยยิ้มที่เป็นพหุวัฒนธรรม สังคมที่ปรองดอง เพราะฉะนั้นอย่าให้ใครมาทำให้เกิดความแตกแยกตรงนี้โดยเด็ดขาด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้