วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แปลก! บ้านหนองเม็ก หมู่บ้านเชฟอาหารญี่ปุ่น แห่งเดียวอาศัยกว่า 100 คน

อุบลราชธานี แหล่งรวมเชฟอาหารญี่ปุ่นทำงานทั่วไทย เฉพาะที่บ้านหนองเม็ก อาศัยอยู่รวมกันกว่า 100 คน ทำงานกระจายไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ โดยยึดเป็นอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว จนสามารถสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น...

อาหารญี่ปุ่นถือเป็นอาหารนานาชาติยอดนิยมที่คนไทยนิยมรับประทาน และในประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดอยู่ทั่วทั้งประเทศ รวมถึงทั่วโลก สำหรับที่จังหวัดอุบลราชธานี แม้จะอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่มีผู้ประกอบอาชีพเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น และให้บริการอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในประเทศและต่างประเทศนับพันคนถือว่ามากที่สุดของประเทศก็ว่าได้

เรื่องราวดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายกิตติศักดิ์ ลีล้อม หรือ "เชฟหนุ่ม" อายุ 29 ปี ชาวบ้านหนองเม็ก ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็น Head Chef ร้านโอชิเน สาขาอุบลราชธานี ถนนชวาลาใน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ร้านโอชิเน อุบลราชธานี มีเชฟเป็นคนอุบลฯ ถึง 90% และปัจจุบัน ร้านโอชิเนทั้ง 5 สาขา ประกอบด้วย อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา มุกดาหาร มีเชฟซึ่งเป็นคนอุบลฯ กว่า 50 คน คาดว่า มีคนอุบลฯ ที่ประกอบอาชีพเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่นนับพันคน กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมากจะมาจาก อำเภอม่วงสามสิบ ทั้งจากบ้านหนองช้างใหญ่ บ้านหนองเม็ก บ้านพระโรจน์ เฉพาะที่บ้านหนองเม็ก ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของเชฟหนุ่ม แทบทุกหลังคาเรือนจะต้องมีคนทำอาชีพเชฟอาหารญี่ปุ่นทั้งในและต่างประเทศ รวมกว่า 100 คน

เชฟหนุ่ม กล่าวว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเชฟอาหารญี่ปุ่นได้นั้น เพราะทางบ้านมีฐานะยากจนไม่มีเงินเรียนต่อ เมื่อจบการศึกษาชั้น ม.6 จึงหันเหมาประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ช่วยครอบครัว ด้วยการเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ และอาชีพในร้านอาหารญี่ปุ่นถือเป็นอาชีพลำดับต้นที่คนในหมู่บ้านเลือกที่จะไปทำ หลังเมื่อประมาณ 40 กว่าปีที่ผ่านมามีชาวบ้านในหมู่บ้านเข้าไปทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่น ที่กรุงเทพฯ มีรายได้ดีมากจนประสบความสำเร็จมีเงินทองกลับมาดูแลบ้าน จึงมีการกลับมาชักชวนคนในหมู่บ้านด้วยกันไปทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่น ทำให้วัยรุ่นในหมู่บ้านหนองเม็กและหมู่บ้านรอบข้างนิยมเข้าไปหางานทำในกรุงเทพฯ และเลือกที่จะไปทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่น เพราะมีญาติพี่น้องไปทำงานในร้านนั้นอยู่แล้ว

เชฟหนุ่ม เผยต่อว่า แต่เส้นทางในร้านอาหารญี่ปุ่นกว่าจะขึ้นมาเป็นเชฟได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยครั้งแรกเข้าไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวๆ ซอยสุขุมวิท 11 โดยทำหน้าที่เป็นเด็กในครัว ล้างจาน ล้างผัก เตรียมวัตถุดิบให้เชฟ เป็นเวลาประมาณ 1 ปี เมื่อรู้สึกว่าตนเองรักในอาชีพเชฟ จึงออกแสวงหาความรู้เพิ่มเติม โดยไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกแห่ง ซึ่งทราบว่า เชฟที่นี่เป็นชาวญี่ปุ่น ทำเส้นโซบะเก่งมาก ทำงานฝึกฝนอยู่ร้านนี้อีกเป็นเวลาร่วม 2 ปี หลังจากนั้นก็มีคนชวนไปเป็นรองหัวหน้าเชฟร้านอาหารญี่ปุ่น ในห้างสรรพสินค้าพารากอน 2 ปี และร้านฮอนโมโน ของเชฟบุญธรรม "เชฟกระทะเหล็ก" ชาวอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานีอีก 1 ปี ก่อนได้รับโอกาสให้ไปเป็นเชฟร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ประเทศอเมริกา เพื่อหาประสบการณ์เพิ่มเติม

อยู่ที่นั้น 2 ปีก็ได้รับการติดต่อจากเชฟบุญธรรมให้มาช่วยดูแลร้านโอชิเน ที่อุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง โดยเปิดได้เพียง 2 ปี ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนมีการขยายสาขาไปอีกหลายจังหวัด ภายใต้ชื่อ "ร้านโอชิเน" เช่น อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น มุกดาหาร และกำลังจะเปิดในเร็วๆ นี้ที่จังหวัดเชียงราย สุรินทร์ พิษณุโลก และที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว ทำให้ต้องฝึกฝนพนักงานที่มีความสนใจประกอบอาหารญี่ปุ่นภายในร้านให้ขึ้นเป็นเชฟเพื่อรองรับการขยายสาขา และมีเด็กรุ่นใหม่ให้ความสนใจเข้ามาร่วมงานและฝึกฝนตนเองเพื่อขึ้นเป็นเชฟอาหารญี่ปุ่นอีกจำนวนมาก

ปัจจุบันร้านโอชิเนมีคนอุบลฯ เป็นเชฟอาหารญี่ปุ่นคอยให้บริการลูกค้าอยู่ประมาณ 50 คน ในทั้ง 5 สาขา มีตั้งแต่อายุ 17 ปีไปจนถึง 50 ปี ร้านโอชิเนจึงเสมือนเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารญี่ปุ่นที่มอบประสบการณ์ตรงให้กับผู้ที่สนใจได้เข้ามาสู่แวดวงอาหารญี่ปุ่นได้ เพราะนอกจากประเทศไทยที่มีความต้องการเชฟอาหารญี่ปุ่นแล้วในต่างประเทศทั้งในอเมริกา อังกฤษ อิตาลีก็ยังคงมีความต้องการเชฟอาหารญี่ปุ่นอีกมาก และมีคนอุบลฯ เป็นเชฟในร้านเหล่านั้นไม่ต่ำกว่า 100 คน

สาเหตุที่เชฟคนอุบลฯ เป็นที่นิยมอาจเพราะคนอุบลฯ เราจะมีความขยัน อดทน ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีชาวอุบลฯ ประกอบอาชีพ เชฟอาหารญี่ปุ่น มากมายหลายร้อยคน หากมีการส่งเสริม หรือจัดหลักสูตรให้เป็นกิจจะลักษณะ เชื่อว่าอุบลฯ จะมีสินค้าส่งออกอีกอย่างหนึ่ง คือ เชฟ หรือคนทำอาหารนั่นเอง และระหว่างนี้ หากใครสนใจจะเป็นเชฟ สามารถติดต่อร้านโอชิเนได้ทุกสาขา ทั่วประเทศ นายกิตติศักดิ์ ลีล้อม หรือ "เชฟหนุ่ม" กล่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวไปลงพื้นที่ไปที่บ้านของเชฟหนุ่ม ที่หมู่ 2 บ้านหนองเม็ก ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี พบว่าในหมู่บ้านมีความเป็นอยู่ที่ดี นางสมบูรณ์ ลีล้อม อายุ 64 ปี แม่ของเชฟหนุ่ม เผยว่า เพราะที่บ้านยากจนเป็นแค่ชาวนาจึงไม่มีปัญญาส่งลูกได้เรียนต่อสูงๆ และในสมัยนั้นคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เข้าไปทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นที่กรุงเทพฯ ตนก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในหมู่บ้านจึงได้ส่งเชฟหนุ่มลูกชายของตนไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเช่นกัน ประกอบกับพี่สาวของเชฟหนุ่มก็ได้ทำงานอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้วด้วย และถือว่าตนเลือกไม่ผิด ลูกของตนทั้ง 5 คนอยู่ในแวดวงร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งหมด ได้เป็นเชฟอาหารญี่ปุ่น 2 คน ทั้งหมดส่งเงินมาจุนเจือครอบครัว ความเป็นอยู่ทางบ้านก็ดีขึ้นด้วย

ด้าน นายศักดิ์ศรี จันทรา อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองเม็ก กล่าวว่า หมู่บ้านของตนถือเป็นหมู่บ้านเชฟอาหารญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะทั้งหมู่บ้าน 282 หลังคาเรือน ประกอบอาชีพเชฟอาหารญี่ปุ่นและเป็นพนักงานในร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วกว่า 100 หลังคาเรือน มีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ฐานะความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชากรในหมู่บ้านดีขึ้น

ผู้ใหญ่บ้านหนองเม็ก กล่าวด้วยว่า ชาวบ้านหนองเม็กเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปทำงานร้านอาหารญี่ปุ่นมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว เมื่อไปได้ดีก็กลับมาบอกต่อ และชักชวนลูกหลานเข้าไปทำงานด้วย หลายรายได้ดีได้ไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ วัยรุ่นส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจึงมีน้อยเพราะหลายคนไม่เรียนต่อแต่เข้าสู่เส้นทางการทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นเลย จึงถือว่าหมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านเชฟอาหารญี่ปุ่น.

อุบลราชธานี แหล่งรวมเชฟอาหารญี่ปุ่นทำงานทั่วไทย เฉพาะที่บ้านหนองเม็ก อาศัยอยู่รวมกันกว่า 100 คน ทำงานกระจายไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ โดยยึดเป็นอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว จนสามารถสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น... 16 ก.พ. 2561 16:41 16 ก.พ. 2561 17:03 ไทยรัฐ