วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตา.."ไวรัสพันธุ์ดุ" ไข้หวัดใหญ่...ระบาดลามทั่วโลก

เดือนมกราคมที่ผ่านมา ชาวอเมริกันจำนวนมากพากันตื่นตระหนก หลัง ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC) ออกประกาศเตือนภัย การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ใน 47 รัฐ ทั่วประเทศ ส่งผลให้สถานพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐฯขาดแคลนยาและวัคซีนต้านไวรัส โดยเฉพาะยาทามิฟูล (Tamiflu) ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ ก็เริ่มหายากขึ้นตามร้านขายยาต่างๆ

ในช่วงระยะเวลาเพียง 3-4 สัปดาห์ ตัวเลขผู้ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในรัฐต่างๆ นิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข จากผู้ว่าการรัฐ หลังการระบาดของโรคขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และจำนวนผู้ป่วยในนิวยอร์กเพิ่มขึ้นทะลุกว่า 20,000 ราย หรือประมาณ 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงฤดูหนาวเมื่อปีที่แล้ว

ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั่วสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลหลายแห่ง ต้องตั้งเต็นท์หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน บริเวณนอกโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างข้อมูลจาก CDC ว่า ปกติการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา มักจะเกิดในช่วงต้นปีของแต่ละปี แต่ฤดูการแพร่ระบาดในรอบล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเร็วกว่ากำหนดถึง 1 เดือน จากเดิมที่มักระบาดในเดือนกุมภาพันธ์ แต่กลับพบการระบาดตั้งแต่เดือนมกราคม ส่วนหนึ่งอาจมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้ง่าย และยาวนานยิ่งขึ้น

CDC ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาปีนี้ น่าจะรุนแรงที่สุด เมื่อเทียบกับสถิติของเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการแพร่ระบาดเพียง 12 รัฐ โดยคาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในสหรัฐฯตลอดช่วงฤดูกาลนี้อาจมากถึง 34 ล้านคนจากจำนวนประชากร 323 ล้านคนทั่วประเทศ ทั้งนี้ สหรัฐฯเคยประสบปัญหาการระบาดของไข้หวัดใหญ่รุนแรงมาแล้ว เมื่อปี 2009 ที่เรียกว่าไข้หวัดหมู โดยครั้งนี้มีการประเมินสถานการณ์ว่า อาจเป็นวิกฤติไข้หวัดใหญ่ที่นับว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ 9 ปีของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่ค่อยๆขยายวงกว้างนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่และปอดบวมมากกว่า 7.3% ของอัตราการเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปรวมถึงหญิงตั้งครรภ์ด้วย

อีกประเด็นที่มีการพูดถึงกันมาก ก็คือการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีการประเมินร่วมกันระหว่าง CDC และกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ถึงประสิทธิภาพของวัคซีนที่ฉีดให้กับประชาชน ที่อาจจะไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ รวมถึงสุขภาพของตัวผู้รับวัคซีนเอง ทำให้แต่ละปีนักวิจัยต้องพัฒนาวัคซีนที่แตกต่างกันออกไป

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคน บอกว่า การเพิ่มขึ้นของไข้หวัดใหญ่ในช่วงนี้มีความรุนแรงผิดปกติและพลเมืองส่วนใหญ่ในสหรัฐฯกำลังเผชิญกับไวรัสสายพันธุ์อันตรายรุนแรง ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทั่วไปไม่สามารถยับยั้งเชื้อได้ อย่างไรก็ตาม การรับวัคซีนป้องกัน ถือว่าช่วยลดความเสี่ยงของอาการป่วยได้มากกว่า ผู้ไม่รับวัคซีน เพราะอย่างน้อย สามารถช่วย ลดอาการแทรกซ้อนของโรคอื่นๆที่อาจตามมา แม้ว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ที่มีการฉีดในรอบปีนี้จะเป็นวัคซีนที่ป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H3N2 ซึ่งทาง CDC พบว่าวัคซีนในฤดูกาลนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้เพียง 30% เท่านั้น

ดร.เจฟฟ์ คว็อง นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ในโตรอนโต บอกว่า กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากที่สุด คือ เด็กและผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่ติดเชื้อหรือล้มป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจวายได้มากกว่าคนที่ไม่ติดเชื้อ และการป้องกันที่ดีที่สุด ยังคงเป็นการฉีดวัคซีน ซึ่งชาวอเมริกันจำนวนมากยังนิ่งนอนใจไม่เข้ารับการฉีดวัคซีน เพราะส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าไข้หวัดใหญ่ไม่รุนแรงและมีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดา

จากสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ที่ประเทศจีน ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติจีนรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีความน่าวิตกตรงที่ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในจีนเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์หายาก

นายเจียว ยาหุย รอง ผอ.คณะกรรมาธิการสาธารณสุขและวางแผนครอบครัวแห่งชาติของจีน บอกว่า ไวรัสที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในจีนในช่วงฤดูหนาวนี้ เป็นสายพันธุ์ที่แทบไม่มีการพบมาก่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดี ยังไม่พบว่าไวรัสสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว รวมทั้งความรุนแรงของโรค และการดื้อยา

ส่วนประเทศไทย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า กรมควบคุมโรคได้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง และตลอดการเดินทาง ดูแลสุขลักษณะและสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการไปสถานที่แออัดหรือมีผู้คนอยู่จำนวนมาก ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่ ใส่หน้ากากอนามัย หากมีอาการป่วยในขณะอยู่ต่างประเทศหรือกลับมาประเทศไทยแล้วควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคและรับการรักษาทันที

ทั้งนี้ จากรายงานการเฝ้าระวังของนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1-30 มกราคม 2561 ประเทศไทยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่แล้ว 8,728 ราย เสียชีวิต 1 ราย ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 3,482 ราย ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานและกลุ่มวัยรุ่น อายุ 35-44 ปี รองลงมาคือ 25-34 ปี และ 15-24 ปี ภาคเหนือมีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมาคือภาคกลางและภาคใต้ ตามลำดับ.

เดือนมกราคมที่ผ่านมา ชาวอเมริกันจำนวนมากพากันตื่นตระหนก หลัง ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (CDC) ออกประกาศเตือนภัย การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ใน 47 รัฐ ทั่วประเทศ... 16 ก.พ. 2561 14:44 ไทยรัฐ