วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยธ. ปัดเตะถ่วง! สั่งสอบวินัยร้ายแรง ดีเอสไอซี 9 ข่มขืนสาว ขู่แพร่คลิป

กระทรวงยุติธรรม แจงไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือเตะถ่วง กรณีนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สาวร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่าถูกข้าราชการดีเอสไอ ซี9 ข่มขืน ขู่แพร่คลิปลับ ชี้อยู่ขั้นรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ถูกกล่าวหา และตั้งกรรมการสอบ ...

จากกรณีสาวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เข้าร้องกองปราบ เอาผิดข้าราชการดีเอสไอ ซี 9 ใช้ปืนจี้บังคับข่มขืน ก่อนถ่ายคลิปแบล็กเมล์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา เวลา 12.20 น. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม ออกแถลงการชี้แจงว่า

ตามประเด็นข่าวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สาว พร้อมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกข้าราชการสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษข่มขืน พร้อมขู่จะนำภาพลับไปเผยแพร่ เมื่อปี 2559 และยังมีพฤติการณ์โทรศัพท์มาข่มขู่เรียกเงินและขอมีเพศสัมพันธ์อีก และหากไม่ยอมจะนำคลิปไปโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย จนเกิดความเครียดจนต้องหนีไปต่างประเทศ แต่ยังถูกแฮกเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และอีเมล มาเยาะเย้ยตลอดเวลา จนทนไม่ไหวจึงนำเรื่องร้องเรียนกับ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษต้นสังกัด และได้มีการตั้งกรรมการสอบสวน แต่เรื่องก็เงียบไป โดยทราบว่าผลสอบสรุปมีความผิดเล็กน้อยลงโทษแค่ตัดเงินเดือน ซึ่งไม่เป็นธรรม จึงให้ทนายฟ้องศาลจังหวัดพัทยาในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล นั้น

ตามผู้บังคับบัญชาที่มีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหรือสอบสวน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญระดับสูง จึงเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รายงานมายังปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ออกคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 2561 และได้แจ้งคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาลงนามรับทราบคำสั่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. 2561

ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ถูกกล่าวหา และวางแนวทางการกำหนดประเด็นการสอบสวน ซึ่งดูตามตารางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ แล้วจะเริ่มประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า และถ้าหากมีพยานหลักฐานชัดเจน ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน หรือประเด็นข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กระบวนการสอบสวนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 180 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

ตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ถ้าหากข้อกล่าวหาของข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมนั้น เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่หรือเป็นอุปสรรคในการสอบสวน กระทรวงฯ ก็สามารถมีคำสั่งให้พักราชการข้าราชการดังกล่าวไว้ก่อนก็ได้ ซึ่งจากพิจารณาเบื้องต้น กรณีดังกล่าวมิได้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่ทางราชการ และยังไม่พบว่าเป็นอุปสรรคในการสอบสวนทางวินัยแต่ประการใด

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีประเด็นดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นมาในระหว่างการสอบสวนฯ ก็สามารถมีคำสั่งพักราชการไว้ก่อนได้เช่นเดียวกัน

อนึ่ง การดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงดังกล่าว มิได้เกี่ยวข้องกับการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด แต่เป็นการดำเนินการทำคู่ขนานกันไป ซึ่งถ้าหากผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงเป็นการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริง โทษวินัยร้ายแรงจะมี 2 สถาน คือ ปลดออก ซึ่งเป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยได้รับบําเหน็จ บํานาญ เสมือนผู้นั้นลาออกจากราชการ หรือไล่ออก ซึ่งเป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยไม่ได้รับบําเหน็จ บํานาญ

แต่ถ้าหากผู้ถูกกล่าวหาต้องคำพิพากษาให้จำคุกก็จะต้องไล่ออกสถานเดียว การลงโทษเพียงแค่ตัดเงินเดือนตามประเด็นข่าวจึงไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมก็จำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกร้องด้วยเช่นกัน และขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการภายใต้กรอบเวลาของกฎหมาย

กระทรวงยุติธรรม แจงไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือเตะถ่วง กรณีนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สาวร้องขอความเป็นธรรม อ้างว่าถูกข้าราชการดีเอสไอ ซี9 ข่มขืน ขู่แพร่คลิปลับ ชี้อยู่ขั้นรวบรวมพยานหลักฐานจากผู้ถูกกล่าวหา และตั้งกรรมการสอบ ... 16 ก.พ. 2561 13:59 16 ก.พ. 2561 14:13 ไทยรัฐ


advertisement