วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"คมขวาน" ดอกหอมเป็นยาหายาก

ไม้ต้นนี้ พบมีขึ้นตามป่าดิบแล้งเกือบทุกภาคของประเทศไทย พบมากที่สุดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไม้อยู่ในสกุลเดียวกันกับต้น คำมอกใหญ่ หรือจำพวก พุด ทั่วไป ซึ่งต้น “คมขวาน” มีชื่อวิทยาศาสตร์เฉพาะคือ GARDENIA OBTUSIFOLIA ROYB. อยู่ในวงศ์ RUBIACEAE. มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กคือ ต้นสูง 2-3 เมตรเท่านั้น เปลือกต้นหนา สีน้ำตาลเทา ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้ามแบบตั้งฉาก ใบรูปไข่กลับ ปลายแหลมเป็นติ่งเล็กน้อย โคนสอบ หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ดอก ออกเป็นดอกเดี่ยวๆที่ปลายยอด ดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาวปลายแยกเป็นกลีบดอก 5 กลีบ แต่ละกลีบแยกเป็นอิสระกัน กลีบดอกเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เมื่อดอกบานใหม่ๆจะเป็นสีขาวแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเหมือนกับดอกพุดทั่วไป ดอกมีกลิ่นหอมแรง

ช่วงมีดอกจะทิ้งใบเกือบหมดต้น ใจกลางดอกมีเกสรรูปเส้าเห็นชัดเจน เวลามีดอกบานจะดูสวยงามและส่งกลิ่นหอมเป็นที่ประทับใจมาก “ผล” รูปกลมแป้น กลีบเลี้ยงจะติดอยู่ที่หัวผล ภายในมีเมล็ด ดอกออกทั้งปี ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดและตอนกิ่ง มีชื่ออีกคือกระมอบ คำมอกน้อย (เชียงใหม่) กระบอก (สุโขทัย) สีดาโคก มอก (โคราช) พญาผ่าด้าม พุดนา (ภาคกลาง) ไข่เน่า (กาญจนบุรี) และ ฝรั่งโคก (ปราจีนบุรี) สมัยก่อนเคยมีต้นขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ ปัจจุบันไม่พบเห็นแล้ว

ตำรายาแผนไทยระบุว่า ใครที่เป็นโรคเบื่ออาหาร เจ็บออดๆแอดๆทำให้กินอาหารไม่ได้ ร่างกายซูบผอมไม่มีเรี่ยวมีแรง ไม่มีกะจิตกะใจประกอบอาชีพ มีอาการคล้ายคนหมดอาลัยตายอยาก หมอยาพื้นบ้านสมัยก่อนจะเอาลำต้นหรือกิ่งแก่ๆของต้น “คมขวาน” ยาว 1 คืบมือผู้ใหญ่ ย่างไฟทั้งเปลือกจนเหลืองแล้วต้มกับน้ำในหม้อดิน ให้ผู้ป่วยดื่มหรือจิบต่างน้ำชาทั้งวัน ต้มดื่มจนยาจืดแล้วต้มใหม่ดื่มเรื่อยๆจะช่วยทำให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้และกลับสู่ปกติในที่สุดครับ.

“นายเกษตร”

ไม้ต้นนี้ พบมีขึ้นตามป่าดิบแล้งเกือบทุกภาคของประเทศไทย พบมากที่สุดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นไม้อยู่ในสกุลเดียวกันกับต้น คำมอกใหญ่ หรือจำพวก พุด ทั่วไป ซึ่งต้น “คมขวาน” 15 ก.พ. 2561 13:27 15 ก.พ. 2561 13:27 ไทยรัฐ