วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป.ป.ช.ใต้คมอำนาจจริงหรือ?

ต้นทาง นำไปสู่ปลายทาง

เมื่อมีการเริ่มต้นก็ต้องไปถึงจุดสุดท้ายทำนองคล้ายจากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อันเป็นวงจรในทุกสิ่งทุกอย่าง

รัฐบาล คสช. ก็ไม่แตกต่างกันที่ไม่มีใครคิดว่าจะบริหารประเทศมาถึง 4 ปีเข้าไปแล้วถือว่านานกว่าปกติ

รัฐบาลเลือกตั้งเสียอีก ยังไม่ทันนกกระจอกกินน้ำก็ไปเสียแล้ว

ระยะยาว 4 ปี หากเริ่มต้นด้วยการผลิดอกออกผลอย่างต่อเนื่อง คิดอะไรทำอะไรอย่างที่ประกาศเอาไว้อย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม

ถึงวันนี้ก็สบายๆ กินผลบุญที่ได้ทำเอาไว้แล้ว

เผอิญที่ว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ มันจึงส่ออาการที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อยๆ มันก็ไม่ต่างไปจากคนเรานี่แหละ...เวลาจะซวยอะไรต่อมิอะไรมันก็จะประเดประดังช่วยให้พังเร็วขึ้นๆ

ไม่มีใครทำให้มันพัง แต่เพราะทำตัวเองจนกลายเป็นอย่างนี้แหละ...

“ผมผิดมารยาทที่ไปวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วม ครม. และได้ขอโทษไปแล้ว ในอนาคตยังทำงานร่วมกันได้เพราะส่วนตัวไม่มีอะไร”

“ส่วนตัวยังเชื่อมั่นนายกฯ ซึ่งจะทำงานให้นายกฯต่อ ไม่ได้ยื่นใบลาออก เพราะยังมีทางออกที่ดีที่สุด เพื่อความมั่นคงของรัฐบาล”

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังได้พูดคุยกับนายกฯ เพื่อเคลียร์เรื่อง “นาฬิกาหรู”

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมทั่วไปหลากหลายอารมณ์ บ้างก็ตำหนิว่าไม่แน่จริง เพราะคาดคิดไปล่วงหน้าว่าจะต้องลาออกไม่ควร ทำงานร่วมกันอีกแล้ว

บ้างก็ว่าคิดดี ตัดสินใจดีแล้ว

ก็นั่นแหละ...เรื่องนี้มันอยู่ที่เหตุที่ผลและสภาพที่เป็นจริงหาก “กองหนุน” คิดเองเออเองอย่างนี้มันจะยุ่งมากกว่านี้

การแสดงความเห็นที่สะท้อนให้เห็นถึง “จริยธรรมสำนึก” ของ “หมอธี” นั้นเป็นไปด้วยจิตบริสุทธิ์ เพราะเป็นความต่างในความคิดของคน

เป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบอยู่บนพื้นฐานนั้นด้วยตรงกันข้ามปัญหานี้แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่เหตุ ซึ่งควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบ

ไม่ใช่คนที่หยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด

แต่ที่น่าฉุกคิดจากเหตุนี้ต่อเนื่องไปถึงการที่ ป.ป.ช. โดยนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ที่ยังเก็บงำเรื่อง “นาฬิกา” เอาไว้

พอมีเรื่องใหม่ขึ้นก็โดดงับทันที กรณีที่มีการร้องว่า นพ.ธีระเกียรติ ถือครองหุ้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย 50,000 หุ้น ซึ่งมีการร้องให้ตีความว่าเข้าข่าย “สัมปทานรัฐ” หรือไม่

เลขาธิการ ป.ป.ช.บอกว่า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ที่สำคัญก็คือผู้ที่ถูกร้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง จะตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วสรุปว่ามีมูลหรือไม่ หากมีมูลความผิดก็จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา

“หมอธี” ยืนยันพร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ แต่เรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าไม่ถือว่ามีความผิดแต่อย่างใด

ที่แปลกใจก็คือ ป.ป.ช. เด้งรับทันควัน ต่างกับ “นาฬิกาหรู” กว่าจะง้างปากออกมาแต่ละคำล้วนยากเย็น จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าจะชี้ขาดออกมาได้เมื่อไร

นี่เป็นเพียงข้อสังเกตแล้วสุดท้ายมันก็จะพิสูจน์ในตัวของมันเองว่า ป.ป.ช.ยุคนี้มีความเป็นอิสระมากน้อยแค่ไหน

หรืออยู่ภายใต้ “คมอำนาจ” ซึ่งสังคมเคลือบแคลงสงสัย.

“สายล่อฟ้า”

ต้นทาง นำไปสู่ปลายทาง เมื่อมีการเริ่มต้นก็ต้องไปถึงจุดสุดท้ายทำนองคล้ายจากต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อันเป็นวงจรในทุกสิ่งทุกอย่าง 15 ก.พ. 2561 10:54 15 ก.พ. 2561 12:11 ไทยรัฐ