วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตะวันทอแสงใหม่

ที่ฮือฮาในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับเรื่องกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่พยองซาง เกาหลีใต้ ไม่ใช่การแข่งขันกีฬาแต่เพียงอย่างเดียว แต่ที่สนใจกันอย่างจริงจังก็คือ เกาหลีเหนือส่งทีมเชียร์ลีดเดอร์ 200 กว่าคนมาร่วมเชียร์ และพวกเกาหลีใต้เรียกเชียร์ลีดเดอร์เกาหลีเหนือเหล่านี้ว่า กองทัพสาวงาม ซึ่งใครที่ติดตามการถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวก็คงจะเห็นนะครับว่า สาวงามเกาหลีเหนือแย่งซีน ชิงความน่าสนใจไปได้ไม่น้อย

ที่น่าสนใจจริงๆก็คือ ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ เริ่มทอแสงเรืองรอง ได้อ่านบทวิจารณ์จำนวนมากที่เขียนในเชิงบวกของความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-ใต้ ทำให้ผมนึกถึง Sunshine Policy หรือนโยบายตะวันทอแสง และความร่วมมือปรองดองระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในยุครัฐบาลอดีตประธานาธิบดีคิม แด-จุง ของเกาหลีใต้ ตอนนั้นคนเชียร์นายคิม แด-จุงกันมาก เพราะแกมีนโยบาย 3 เรื่องที่ถูกใจประชาชนคือ การพัฒนาประชาธิปไตย การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเอาชนะวิกฤติการเงิน

ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า ต่อไปในอนาคตอันไกล สองประเทศนี้อาจจะรวมกันได้เหมือนกับที่คิม แด-จุงเชื่อ อดีตประธานาธิบดีท่านนี้จึงให้ความสนใจกับปัญหาการรวมชาติและผลักดันกิจกรรมที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับการฟื้นฟู และอาจจะมีการประชุมระดับผู้นำของสองประเทศ

ผมยังจำได้ครับว่า ตอนนั้นมีการแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศกันบ่อยมาก และก็เป็นเพราะทัศนคติที่ดีของผู้นำสหรัฐฯ ในสมัยนั้นด้วยที่สนับสนุนนโยบายตะวันทอแสง ผู้นำเกาหลีใต้ประชุมกับผู้นำสหรัฐฯถึง 2 ครั้ง แต่พอผู้นำสหรัฐฯเปลี่ยนจาก พรรคเด็มโมแครตมาเป็นพรรครีพับลิกัน ทัศนคติที่ดีต่อการรวมชาติก็เปลี่ยนไป ผมไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในนโยบายของพรรครีพับลิกัน ที่ไม่เคยอยากให้บ้านอื่นเมืองอื่นมีความสงบสันติ

เกาหลีใต้สมัยคิม แด-จุงรักษาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือได้ดี ขณะเดียวกันก็รักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯได้ดีด้วย แต่เมื่อจอร์จ ดับเบิลยู บุชแห่งพรรครีพับลิกัน ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ พ.ศ.2544 บุชก็เรียกเกาหลีเหนือตอนไปแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาว่า Axis of Devil หรือแกนนำแห่งความชั่วร้าย

คราวนี้ก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกัน รัฐบาลเกาหลีใต้ของประธานาธิบดีมุน แจ-อินต้องการให้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่เมืองพยองซาง เป็นโอลิมปิกสันติภาพระหว่าง 2 เกาหลี มีการต้อนรับขับสู้นายคิม ยอง-นัม ประธานสภาประชาชนสูงสุดแห่งชาติของเกาหลีเหนือ และนางสาวคิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และก็มีข่าวออกมาว่า นายคิม จอง-อึนประทับใจการต้อนรับขับสู้ของฝ่ายเกาหลีใต้มาก

กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ประกาศว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในครั้งนี้ ให้คณะนักแสดง กองเชียร์ ผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ 424 คน เป็นเงิน 2,860 ล้านวอน (60 ล้านบาท)

นี่ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯเป็นรัฐบาลของพรรคเด็มโมแครต เรื่องเหล่านี้ก็คงจะแฮปปี้เอนดิ้ง จบอย่างสงบและมีความสุข แต่ในขณะที่ 2 ประเทศพี่น้องกำลังจะมีความสุขและกำลังสร้างสัมพันธ์ที่ดี รัฐบาลรีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ก็ออกมาขู่เกาหลีใต้ในเรื่องการจะยกเลิกเอฟทีเอกับเกาหลีใต้

ถ้าเป็นคนไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางการเมืองระหว่างประเทศก็อาจจะมองว่า การที่สหรัฐฯจะยกเลิกเอฟทีเอกับเกาหลีใต้ไม่เกี่ยวอะไรกับการกระดอกพลิกตัวสร้างสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องระหว่างสองประเทศ แต่ผมสงสัยครับ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้แนบชิดสนิทแน่นเป็นไปแบบลูกพี่กับลูกน้อง ลูกพี่สั่งให้เอา THAAD ไปติดตั้ง เกาหลีใต้ก็ยอมติด จนทะเลาะกับเพื่อนบ้านไปทั่ว เกาหลีใต้เคยยอมสหรัฐฯทุกอย่าง

วันนี้ เกาหลีใต้เริ่มมีสัญญาณญาติดีกับเกาหลีเหนือ รัฐบาลรีพับลิกันคงไม่ชอบ เพราะร้อยวันพันปีสหรัฐฯไม่เคยพูดถึงการยกเลิกเอฟทีเอ แต่กลับมาขู่ในช่วงนี้ ซึ่งทรัมป์รู้ดีว่า ถ้าไม่มีเอฟทีเอกับสหรัฐฯ เศรษฐกิจเกาหลีใต้พังแน่.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

ที่ฮือฮาในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับเรื่องกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่พยองซาง เกาหลีใต้ ไม่ใช่การแข่งขันกีฬาแต่เพียงอย่างเดียว แต่ที่สนใจกันอย่างจริงจังก็คือ เกาหลีเหนือส่งทีมเชียร์ลีดเดอร์ 200 กว่าคนมาร่วมเชียร์ 15 ก.พ. 2561 10:12 15 ก.พ. 2561 12:51 ไทยรัฐ